การกลับเป็นซ้ำในผู้ป่วยจิตเภทเรื้อรัง: สถานการณ์และแนวทางการป้องกัน
คำสำคัญ:
ผู้ป่วยจิตเภท, การกลับเป็นซ้ำ, การป้องกันการกลับเป็นซ้ำบทคัดย่อ
การกลับเป็นซ้ำเป็นปัญหาที่พบได้มากในผู้ป่วยจิตเภทเรื้อรังแม้ว่าผู้ป่วยจิตเภทจะได้รับการรักษาจนอาการทางจิตสงบแต่ก็ยังเกิดการกลับเป็นซ้ำได้ สถานการณ์การกลับเป็นซ้ำของผู้ป่วยจิตเภทเรื้อรังมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การเกิดการกลับเป็นซ้ำในผู้ป่วยจิตเภทเป็นปัญหาที่สำคัญทำให้เกิดความผิดปกติของสมองและเกิดอาการทางจิตรุนแรงขึ้นได้ง่าย ส่งผลต่อการตอบสนองต่อการรักษาและการฟื้นหาย ก่อให้เกิดพฤติกรรมรุนแรงและการฆ่าตัวตายในผู้ป่วยได้ นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อครอบครัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้สึกเป็นภาระการดูแลของครอบครัวในการดูแลผู้ป่วย รวมทั้งยังทำให้เกิดการสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาที่นับเป็นมูลค่ามหาศาลในแต่ละปีของประเทศ ดังนั้นการเรียนรู้สาเหตุและแนวทางการป้องกันการกลับเป็นซ้ำในผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรังซึ่งประกอบด้วย การประเมินความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการกลับเป็นซ้ำ การตรวจสอบอาการเตือนก่อนการกลับเป็นซ้ำ การพัฒนาแผนการปฏิบัติการป้องกันการกลับเป็นซ้ำ การเตรียมการเพื่อปฏิบัติตามแผนการป้องกันการกลับเป็นซ้ำ และการบูรณาการแผนปฏิบัติการป้องกันการกลับเป็นซ้ำสู่ครอบครัวและชุมชน ซึ่งแผนปฏิบัติการในการป้องกันการกลับเป็นซ้ำดังกล่าวจะส่งผลให้บุคลากรทางสุขภาพและผู้ดูแลมีสามารถในการดูแลผู้ป่วยจิตเภทเรื้อรังได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพยาบาลซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการป้องกันและลดการกลับเป็นซ้ำในผู้ป่วยจิตเภท รวมทั้งการดูแลและฟื้นฟูสภาพของผู้ป่วยจึงต้องมีความรู้และเข้าใจในสถานการณ์และแนวทางการป้องกันการกลับเป็นซ้ำของผู้ป่วยจิตเภทเรื้อรังเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่มุ่งเน้นความต้องการของผู้ป่วยส่งผลต่อประสิทธิผลในการป้องกันการกลับเป็นซ้ำนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรังต่อไป
ดาวน์โหลด
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดย วารสารการวิจัยทางการพยาบาล นวัตกรรม และสุขภาพ และเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยต้องให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามนำบทความไปใช้หรือดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความหรือข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น
ผู้เขียนรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตน
การนำไปใช้ซ้ำหรือการตีพิมพ์ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร