ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล การรับรู้ชุดสิทธิประโยชน์การประกันสุขภาพ กับการใช้ชุดสิทธิประโยชน์การประกันสุขภาพของแรงงานต่างด้าว เขตจังหวัดภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย
คำสำคัญ:
ชุดสิทธิประโยชน์การประกันสุขภาพ, แรงงานต่างด้าวบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาการรับรู้และการใช้ชุดสิทธิประโยชน์การประกันสุขภาพ และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล การรับรู้ชุดสิทธิประโยชน์การประกันสุขภาพกับการใช้ชุดสิทธิประโยชน์การประกันสุขภาพของแรงงานต่างด้าว ในเขตจังหวัดภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย
รูปแบบการวิจัย: การวิจัยแบบบรรยายเชิงความสัมพันธ์
วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ แรงงานต่างด้าว ในเขตภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย จำนวน 400 คน ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถามการรับรู้ชุดสิทธิประโยชน์การประกันสุขภาพและแบบสอบถามการใช้ชุดสิทธิประโยชน์การประกันสุขภาพ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิและทดสอบความความเที่ยงด้วยการหาค่าสัมประสิทธิ์อัลฟ่าของครอนบาค มีค่าเท่ากับ.74 และ .89 วิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงบรรยาย การทดสอบไคสแควร์ และ สัมประสิทธิสหสัมพันธ์ของเพียร์สัน
ผลการวิจัย: 1)การรับรู้ชุดสิทธิประโยชน์การประกันสุขภาพของแรงงานต่างด้าว อยู่ในระดับปานกลาง ( =2.31,SD=.19) และการใช้ชุดสิทธิประโยชน์การประกันสุขภาพของแรงงานต่างด้าว อยู่ในระดับน้อยที่สุด( =1.36, SD=.13) 2) ปัจจัยส่วนบุคคลด้าน เพศ อายุ ทักษะการสื่อสารภาษาไทย อาชีพ ระยะเวลาการทำงานในประเทศไทยและพฤติกรรมสุขภาพเมื่อเจ็บป่วย มีความสัมพันธ์กับการใช้ชุดสิทธิประโยชน์การประกันสุขภาพของแรงงานต่างด้าว อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) การรับรู้ชุดสิทธิประโยชน์การประกันสุขภาพ มีความสัมพันธ์ทางบวกระดับต่ำกับการใช้ชุดสิทธิประโยชน์การประกันสุขภาพของแรงงานต่างด้าว อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 (r = .19)
สรุป: ผู้บริหารควรกำหนดนโยบายและแผนเพื่อเพิ่มการรับรู้ชุดสิทธิประโยชน์การประกันสุขภาพและการใช้ชุดสิทธิประโยชน์การประกันสุขภาพได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
ดาวน์โหลด
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดย วารสารการวิจัยทางการพยาบาล นวัตกรรม และสุขภาพ และเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยต้องให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามนำบทความไปใช้หรือดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความหรือข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น
ผู้เขียนรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตน
การนำไปใช้ซ้ำหรือการตีพิมพ์ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร