ผลของโปรแกรมสร้างการตระหนักรู้และส่งเสริมความมีคุณค่าในตนเองต่อพฤติกรรมป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นหญิงตอนต้น
คำสำคัญ:
พฤติกรรมป้องกันการมีเพศสัมพันธ์, วัยรุ่นหญิงตอนต้น, การตระหนักรู้, คุณค่าในตนเองบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมสร้างการตระหนักรู้และส่งเสริมความมีคุณค่าในตนเองต่อพฤติกรรมป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นหญิงตอนต้น
รูปแบบการวิจัย: การวิจัยแบบกึ่งทดลอง
วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ วัยรุ่นหญิงตอนต้นชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 105 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 51 คน และกลุ่มควบคุม 54 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมสร้างการตระหนักรู้และส่งเสริมความมีคุณค่าในตนเอง เป็นเวลา2 สัปดาห์ จำนวน 4 ครั้ง กลุ่มควบคุมได้รับความรู้ตามปกติ เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามพฤติกรรมป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ ได้รับการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือโดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คน ได้ค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหา (CVI) เท่ากับ .84 ค่าสัมประสิทธิ์อัลฟ่าของครอนบาคเท่ากับ .83 เก็บข้อมูลก่อนการทดลองและหลังการทดลอง 4 สัปดาห์ วิเคราะห์โดยใช้สถิติพรรณนาและสถิติ t-test
ผลการวิจัย:1) คะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ของกลุ่มทดลองหลังการทดลอง 4 สัปดาห์ สูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.05)
2) คะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมป้องกันการมีเพศสัมพันธ์หลังการทดลอง 4 สัปดาห์ของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมนัยสำคัญทางสถิติ (p<.05)
สรุป: พยาบาลอนามัยชุมชนหรือพยาบาลโรงเรียนสามารถนำโปรแกรมไปประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่นหญิงตอนต้น อันจะส่งผลลดการตั้งครรภ์และการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่อไป
ดาวน์โหลด
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดย วารสารการวิจัยทางการพยาบาล นวัตกรรม และสุขภาพ และเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยต้องให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามนำบทความไปใช้หรือดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความหรือข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น
ผู้เขียนรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตน
การนำไปใช้ซ้ำหรือการตีพิมพ์ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร