ผลของโปรแกรมป้องกันการเริ่มต้นสูบบุหรี่ที่ใช้โรงเรียนเป็นฐานต่อการทดลองสูบบุหรี่ในวัยรุ่นตอนต้น
คำสำคัญ:
การเริ่มต้นสูบบุหรี่, วัยรุ่นตอนต้น, โปรแกรมที่ใช้โรงเรียนเป็นฐานบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมป้องกันการเริ่มต้นสูบบุหรี่ที่ใช้โรงเรียนเป็นฐานต่อการทดลองสูบบุหรี่ในวัยรุ่นตอนต้น
รูปแบบการวิจัย: การวิจัยแบบกึ่งทดลอง
วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนมัธยมศึกษาที่ 1 ถึง 3 ที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนประถมศึกษาของรัฐบาล จำนวน 400 คน ในปีการศึกษา 2556 โดยจับคู่โรงเรียนให้มีลักษณะคล้ายคลึงกันในด้าน ประเภทของโรงเรียน ขนาด และความชุกของการสูบบุหรี่ โดยแบ่งเป็นโรงเรียนกลุ่มทดลอง 1 โรงเรียน และโรงเรียนกลุ่มเปรียบเทียบ 2 โรงเรียน โดยแบ่งเป็นกลุ่มละ 200 คน กลุ่มเปรียบเทียบได้รับการเรียนการสอนเกี่ยวกับสุขภาพตามมาตรฐานของหลักสูตร กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมป้องกันการเริ่มต้นสูบบุหรี่ที่ใช้โรงเรียนเป็นฐาน ที่ผู้วิจัยได้ออกแบบกิจกรรมที่มีทฤษฎีเป็นฐานและเน้นการดำเนินกิจกรรมแบบหลายระดับขั้น (Multi-level intervention) เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามการรับรู้ความชุกของการสูบบุหรี่ การรับรู้ภาพลักษณ์ทางสังคมต่อคนสูบบุหรี่ การรับรู้ความสามารถของตนในการหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ความตั้งใจในการสูบบุหรี่ และการทดลองสูบบุหรี่ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา สถิติทดสอบที สถิติไค-สแควร์ และสถิติวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำ
ผลการวิจัย: เมื่อสิ้นสุดการทดลอง และระยะติดตามสามเดือน นักเรียนที่ได้รับโปรแกรมป้องกันการเริ่มต้นสูบบุหรี่ที่ใช้โรงเรียนเป็นฐาน มีคะแนนเฉลี่ยการรับรู้ความชุกของการสูบบุหรี่ และความตั้งใจในการสูบบุหรี่ต่ำกว่ากลุ่มที่ได้รับการสอนตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (F= 5.981, p<.01; F= 5.62, p<.01 ตามลำดับ) อย่างไรก็ตาม การรับรู้ความสามารถของตนในการหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และการรับรู้ภาพลักษณ์ทางสังคมเชิงบวกต่อคนสูบบุหรี่ พบว่า ทั้งสองกลุ่มไม่แตกต่างกัน เมื่อติดตามไปสามเดือนหลังสิ้นสุดการทดลอง พบว่า กลุ่มทดลองมีสัดส่วนการทดลองสูบหรือสูบไม่ประจำต่ำกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (15.5% และ 31 %, c2 = 17.717, p< .05)
สรุป: ผลงานวิจัยนี้แสดงให้เห็นประโยชน์ของการดำเนินกิจกรรมแบบหลายระดับ (Multi-level intervention) มีผลต่อการยับยั้งการทดลองสูบบุหรี่ในวัยรุ่นตอนต้น
ดาวน์โหลด
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดย วารสารการวิจัยทางการพยาบาล นวัตกรรม และสุขภาพ และเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยต้องให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามนำบทความไปใช้หรือดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความหรือข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น
ผู้เขียนรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตน
การนำไปใช้ซ้ำหรือการตีพิมพ์ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร