ผลของการเตรียมตัวคลอดโดยใช้ Line Official Account ต่อความรู้ในการเตรียมตัวคลอดของสตรีตั้งครรภ์แรก
คำสำคัญ:
การเตรียมตัวคลอด, สตรีตั้งครรภ์แรก, ความรู้ในการเตรียมตัวคลอด, Line Official Accountบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบความรู้ในการเตรียมตัวคลอดของสตรีตั้งครรภ์แรกระหว่างกลุ่มที่ได้รับการเตรียมตัวคลอดโดยใช้ Line Official Account กับกลุ่มที่ได้รับการพยาบาลปกติ และเปรียบเทียบความรู้ก่อนและหลังได้รับการเตรียมตัวคลอดโดยใช้ Line Official Account
แบบแผนการวิจัย การวิจัยแบบกึ่งทดลอง
วิธีดำเนินการวิจัย กลุ่มตัวอย่างคือ สตรีตั้งครรภ์แรกอายุครรภ์ตั้งแต่ 28-36 สัปดาห์ ที่รับบริการฝากครรภ์ ณ แผนกฝากครรภ์และวางแผนครอบครัว โรงพยาบาลนครพนม จำนวน 30 ราย แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและควบคุมกลุ่มละ 15 ราย ซึ่งกลุ่มทดลองจะได้รับการเตรียมตัวคลอดโดยใช้ Line Official Account และนำกลับไปใช้ที่บ้านนาน 1 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มควบคุมจะได้รับการพยาบาลปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบบันทึกข้อมูลทางสูติกรรม และแบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับการเตรียมตัวคลอด ได้ค่าความเชื่อมั่น (KR-20) เท่ากับ .73 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา สถิติ Wilcoxon signed rank test และ Mann-Whitney U test
ผลการวิจัย: กลุ่มทดลองมีความรู้เกี่ยวกับการเตรียมตัวคลอดมากกว่ากลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองมีความรู้เกี่ยวกับการเตรียมตัวคลอดหลังทดลองมากกว่าก่อนทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
สรุป การเตรียมตัวคลอดโดยใช้ Line Application ส่งผลให้สตรีตั้งครรภ์แรกมีความรู้ในการเตรียมตัวคลอดเพิ่มขึ้น และผลการวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการเตรียมตัวคลอดสำหรับสตรีตั้งครรภ์ได้ เพื่อส่งเสริมให้สตรีตั้งครรภ์มีความรู้ในการเตรียมตัวคลอดได้ด้วยตนเอง
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 วารสารพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดย วารสารการวิจัยทางการพยาบาล นวัตกรรม และสุขภาพ และเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยต้องให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามนำบทความไปใช้หรือดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความหรือข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น
ผู้เขียนรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตน
การนำไปใช้ซ้ำหรือการตีพิมพ์ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร