ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ ทัศนคติ การจัดการปัญหาการดูแล ผู้ป่วย กับพฤติกรรมการดูแลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ ทัศนคติ การจัดการปัญหาการดูแลผู้ป่วยกับพฤติกรรมการดูแลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
รูปแบบการวิจัย: การวิจัยแบบผสานวิธี
วิธีดำเนินการวิจัย: ประชากรเชิงปริมาณ คือ เครือข่ายสุขภาพชุมชนทั้งหมด จำนวน 209 ราย และผู้ให้ข้อมูลเชิงคุณภาพ คือ การสนทนากลุ่มเครือข่ายสุขภาพชุมชนที่ผ่านการตอบแบบสอบถาม จำนวน 10 ราย โดยการสุ่มแบบเจาะจง เครื่องมือการวิจัย ได้แก่ แบบทดสอบความรู้และแบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่น ระหว่าง 0.87-0.90 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัย: 1) การวิจัยเชิงปริมาณ พบว่า ความรู้ และทัศนคติ มีความสัมพันธ์ระดับต่ำ และการจัดการปัญหาการดูแลผู้ป่วยมีความสัมพันธ์ระดับสูง กับพฤติกรรมการดูแลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และ 2) การวิจัยเชิงคุณภาพ พบว่า เครือข่ายสุขภาพชุมชน มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง แนวทางการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันภาวะแทรกซ้อน มีทัศนคติ ที่ดีในการดูแลผู้ป่วย มีทักษะการดูแลสุขภาพและการปฐมพยาบาลภาวะฉุกเฉินเบื้องต้น การติดต่อ ประสานงาน การมีส่วนร่วมออกแบบกิจกรรมดูแลสุขภาพ และการติดตามเยี่ยมบ้าน
สรุป: ความรู้ ทัศนคติ การจัดการปัญหาการดูแลผู้ป่วย มีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการดูแลผู้ป่วย ดังนั้นพื้นที่ควรพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเน้นการมีส่วนร่วมเชิงประจักษ์
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
##default.contextSettings.thaijo.licenseTerms##