การศึกษาตัวชี้วัดผลลัพธ์การพยาบาลผู้ป่วยมะเร็ง โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
คำสำคัญ:
ตัวชี้วัดผลลัพธ์, ผู้ป่วยมะเร็งบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: 1) เพื่อศึกษาตัวชี้วัดผลลัพธ์การพยาบาลผู้ป่วยมะเร็ง โรงพยาบาลจุฬาภรณ์รายด้าน และ 2) เพื่อศึกษาตัวชี้วัดย่อยในแต่ละด้านของตัวชี้วัดผลลัพธ์การพยาบาลผู้ป่วยมะเร็ง โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
รูปแบบการวิจัย: วิจัยเชิงพรรณนา โดยใช้เดลฟายเทคนิค
วิธีดำเนินการวิจัย: ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 ผู้เชี่ยวชาญ 18 คน ได้แก่ ผู้บริหารทางการพยาบาล ผู้เชี่ยวชาญการพยาบาลผู้ป่วยโรคมะเร็ง อาจารย์พยาบาลที่เชี่ยวชาญด้านผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง และแพทย์เฉพาะทางด้านโรคมะเร็งสถาบันหรือโรงพยาบาลมะเร็ง สัมภาษณ์เกี่ยวกับตัวชี้วัดผลลัพธ์การพยาบาลผู้ป่วยมะเร็ง โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ผ่านการสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างและข้อถามปลายเปิด ขั้นตอนที่ 2 นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เนื้อหา มาสร้างแบบสอบถามให้ผู้เชี่ยวชาญแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับระดับความสำคัญของข้อคำถามแต่ละข้อ ขั้นตอนที่ 3 นำข้อมูลที่ได้คำนวณค่ามัธยฐาน พิสัยระหว่างควอไทล์ และส่งแบบสอบถามไปให้ผู้เชี่ยวชาญยืนยันคำตอบ หลังจากนั้นจึงนำขัอมูลที่ได้มาคำนวณหาค่ามัธยฐานและพิสัยควอไทล์ เพื่อสรุปผลการวิจัย
ผลการวิจัย: ตัวชี้วัดผลลัพธ์การพยาบาลผู้ป่วยมะเร็ง โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ที่ผู้เชี่ยวชาญมีความคิดเห็นสอดคล้องกัน ประกอบด้วยตัวชี้วัดผลลัพธ์การพยาบาล 42 ข้อ เป็นตัวชี้วัดที่มีความสำคัญระดับมากสุด 39 ข้อ และตัวชี้วัดที่มีความสำคัญระดับมาก 3 ข้อ จำแนกเป็น 6 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านความปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนการผ่าตัด 9 ตัวชี้วัดย่อย 2) ความปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนของการได้รับยาเคมีบำบัด 8 ตัวชี้วัดย่อย 3) ความปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนที่ได้รับรังสีรักษา 6 ตัวชี้วัดย่อย 4) ความปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากพยาธิสภาพของโรคและการรักษาพยาบาล 8 ตัวชี้วัดย่อย 5) ด้านการทุเลาจากความเจ็บปวด 6 ตัวชี้วัดย่อย และ 6) ด้านการได้รับการตอบสนองความต้องการทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณของผู้ป่วยและญาติ 5 ตัวชี้วัดย่อย
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดย วารสารการวิจัยทางการพยาบาล นวัตกรรม และสุขภาพ และเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยต้องให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามนำบทความไปใช้หรือดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความหรือข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น
ผู้เขียนรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตน
การนำไปใช้ซ้ำหรือการตีพิมพ์ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร