ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการดูแลตนเองต่อการรับรู้ความสามารถในการดูแลตนเองเพื่อป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง
คำสำคัญ:
โปรแกรมการส่งเสริมการดูแลตนเอง, การรับรู้ความสามารถในการดูแลตนเอง, การป้องกัน โรคหลอดเลือดสมอง, ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการส่งเสริมการดูแลตนเองต่อการรับรู้ความสามารถในการดูแลตนเองเพื่อป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง
รูปแบบการวิจัย: การวิจัยกึ่งทดลอง แบบศึกษาหนึ่งกลุ่มวัดผลก่อนและหลังการทดลอง
วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่อยู่ในความดูแลของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหินลับ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี จำนวน 30 คน คัดเลือกเข้ากลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจงตามคุณสมบัติที่กำหนด กลุ่มตัวอย่างจะได้รับโปรแกรมการส่งเสริมการดูแลตนเองเป็นรายบุคคล เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามการรับรู้ความสามารถในการดูแลตนเองเพื่อป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญเท่ากับ 0.96 และทดสอบความเที่ยงได้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของคอนบาคเท่ากับ 0.81 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนาและการทดสอบสถิติที
ผลการวิจัย: การรับรู้ความสามารถในการดูแลตนเองเพื่อป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงหลังการได้รับโปรแกรมการส่งเสริมการดูแลตนเองสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.05)
ข้อสรุป: โปรแกรมการส่งเสริมการดูแลตนเองมีประสิทธิภาพสามารถส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีการรับรู้ความสามารถในการดูแลตนเองเพื่อป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง เกิดประโยชน์ทำให้มีการดูแลตนเองที่ถูกต้อง ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนอันตรายได้
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดย วารสารการวิจัยทางการพยาบาล นวัตกรรม และสุขภาพ และเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยต้องให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามนำบทความไปใช้หรือดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความหรือข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น
ผู้เขียนรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตน
การนำไปใช้ซ้ำหรือการตีพิมพ์ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร