อิทธิพลของความรู้ในการปฏิบัติตัว และการสนับสนุนทางสังคม ต่อคุณภาพชีวิตเด็กธาลัสซีเมียที่ได้รับเลือดที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า
คำสำคัญ:
คุณภาพชีวิต, เด็กธาลัสซีเมียที่ได้รับเลือด, ความรู้ในการปฏิบัติตัว, การสนับสนุนทางสังคมบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบหาความสัมพันธ์เชิงทำนาย เพื่อศึกษาคุณภาพชีวิต ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ในการปฏิบัติตัว และการสนับสนุนทางสังคม กับคุณภาพชีวิต และอิทธิพลของความรู้ในการปฏิบัติตัว และการสนับสนุนทางสังคม ต่อคุณภาพชีวิตเด็กธาลัสซีเมีย กลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กธาลัสซีเมียที่ได้รับเลือดที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี จำนวน 90 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปของเด็กธาลัสซีเมียที่ได้รับเลือดและผู้ปกครอง แบบทดสอบความรู้ในการปฏิบัติตัวของเด็กธาลัสซีเมียที่ได้รับเลือด มีค่าความเชื่อมั่น .84 แบบสอบถามการสนับสนุนทางสังคมของเด็กธาลัสซีเมียที่ได้รับเลือด มีค่าความเชื่อมั่น .88 และแบบวัดคุณภาพชีวิตของเด็ก PedsQLTM รุ่นที่ 4.0 ฉบับภาษาไทย มีค่าความเชื่อมั่น .91 เก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม 2569 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบเข้าพร้อมกัน
ผลการวิจัยพบว่า 1) เด็กธาลัสซีเมียที่ได้รับเลือดมีคะแนนคุณภาพชีวิตโดยรวมเท่ากับ 74.86 (SD = 15.79) 2) ความรู้ในการปฏิบัติตัว และการสนับสนุนทางสังคม มีความสัมพันธ์ทางบวกกับคุณภาพชีวิตเด็กธาลัสซีเมียที่ได้รับเลือดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = .457, p < .001 และ r = .461, p < .001 ตามลำดับ) และ 3) ความรู้ในการปฏิบัติตัว และการสนับสนุนทางสังคม สามารถร่วมกันทำนายคุณภาพชีวิตของเด็กธาลัสซีเมียที่ได้รับเลือดได้ร้อยละ 30.30 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (adj. R2 = .303, p < .001) โดยการสนับสนุนทางสังคมสามารถทำนายคุณภาพชีวิตของเด็กธาลัสซีเมียที่ได้รับเลือดได้มากที่สุด (Beta = .351, p < .001)
จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า บุคลากรสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยเด็กธาลัสซีเมียควรจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ในการปฏิบัติตัว ร่วมกับเพิ่มการสนับสนุนทางสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กธาลัสซีเมียที่ได้รับเลือดให้ดียิ่งขึ้น
เอกสารอ้างอิง
กิตติ ต่อจรัส. (2556). การดูแลรักษาธาลัสซีเมีย. เวชสารแพทย์ทหารบก, 66(4), 179–188.
เบ็ญจา พุฒซ้อน, นฤมล จันทร์สุข, และฉัตรฤดี พุ่มลัดดา. (2567). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเด็กธาลัสซีเมียแบบไร้รอยต่อ. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 11(6), 222–234.
ประกริต รัชวัตร์, และนัยนา ภูลม. (2565). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตผู้ป่วยเด็กธาลัสซีเมีย. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 15(1), 334–349.
พจนพร งามประภาสม. (2563). การศึกษาคุณภาพชีวิตผู้ป่วยเด็กโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียที่ต้องรับเลือดเป็นประจำ ที่โรงพยาบาลแพร่. วารสารโรงพยาบาลแพร่, 28(1), 12–26.
พิมพ์กมน กิตติพงษ์วรกิจ, ปรวรรณ รอดบุญชัย, และนฤมล ศิริชัย. (2566). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมความรู้โรคธาลัสซีเมียของผู้ดูแลเด็กป่วยในโรงพยาบาลสมุทรปราการ. วารสารวิชาการโรงพยาบาลสมุทรปราการ, 1(2), 66–82.
ภาสกร ศรีทิพย์สุโข. (2557). คุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของเด็กในโรงเรียนและผลกระทบจากโรคอ้วนและโรคภูมิแพ้ (รายงานผลการวิจัย). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ภูผา วงศ์รัศมีเดือน. (2563). คุณภาพชีวิตของเด็กธาลัสซีเมียชนิดเบต้าและผู้ดูแลที่มารับบริการที่โรงพยาบาลน้ำโสม. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี, 28(3), 326–335.
รุ่งฤดี วงค์ชุม, รัตน์เกล้า ปราบสมรชัย, และดวงนภา ทุบแป้น. (2564). การศึกษาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเด็กโรคธาลัสซีเมียที่มารับเลือดในหอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลลำพูน. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม, 22(43), 21–34.
เรืองฤทธิ์ โทรพันธ์, นฤมล ธีระรังสิกุล, และศิริยุพา สนั่นเรืองศักดิ์. (2558). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการจัดการอาการรบกวนของเด็กโรคธาลัสซีเมียที่ได้รับยาขับเหล็ก. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา, 23(2), 32–46.
วสันต์ ศรีแดน, อุษณีย์ จินตะเวช, และศรีมนา นิยมค้า. (2564). การรับรู้สมรรถนะแห่งตน การสนับสนุนทางสังคม และการจัดการตนเองในเด็กวัยรุ่นโรคธาลัสซีเมีย. พยาบาลสาร, 48(4), 134–145.
ศิริยุพา สนั่นเรืองศักดิ์, นฤมล ธีระรังสิกุล, และพจนารถ สารพัด. (2563). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการจัดการตนเองของเด็กที่ป่วยด้วยโรคธาลัสซีเมีย. วารสารสถาบันบำราศนราดูร, 14(3), 146–157.
ศิริยุพา สนั่นเรืองศักดิ์, นฤมล ธีระรังสิกุล, พจนารถ สารพัด, และมณีพร ภิญโญ. (2563). รูปแบบการจัดการตนเองของเด็กที่ป่วยด้วยโรคธาลัสซีเมีย. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 28(2), 27–39.
สุทัศน์ ฟู่เจริญ, วรวรรณ ตันไพจิตร, กิตติ ต่อจรัส, วิปร วิประกษิต, และอรุโณทัย มีแก้วกุญชร. (บ.ก.). (2557). แนวทางการวินิจฉัยและการรักษาโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย. กรุงเทพฯ: พี.เอ.ลีฟวิ่ง.
Cobb, S. (1976). Presidential address-1976. Social support as a moderator of life stress. Psychosomatic Medicine, 38(5), 300–314. doi:10.1097/00006842-197609000-00003
Dhirar, N., Khandekar, J., Bachani, D., & Mahto, D. (2016). Thalassemia major: How do we improve quality of life? SpringerPlus, 5(1), 1895. doi:10.1186/s40064-016-3568-4
Drahos, J., Boateng-Kuffour, A., Calvert, M., Levine, L., Dongha, N., Li, N., … Martin, A. P. (2024). Health-related quality-of-life impacts associated with transfusion-dependent β-thalassemia in the USA and UK: A qualitative assessment. The Patient, 17(4), 421–439. doi:10.1007/s40271-024-00678-7
Fatkuriyah, L., & Hidayati, A. (2022). Factors related to quality of life among children with thalassemia major: A literature review. Nurse and Health: Jurnal Keperawatan, 11(1), 47–56. doi:10.36720/nhjk.v11i1.340
Greco, F., & Marino, F. (2022). Social impact and quality of life of patients with β-thalassaemia: A systematic review. EMJ Hematology. doi:10.33590/emjhematol/22-00041
Hockenberry, M. J., Wilson, D., & Rodgers, C. C. (2018). Wong’s nursing care of infants and children (11th ed.). St. Louis, MO: Elsevier.
Orem, D. E. (1995). Nursing: Concepts of practice (5th ed.). St. Louis, MO: Mosby.
Polit, D. F. (2010). Statistics and data analysis for nursing research (2nd ed.). Upper Saddle River, NJ: Pearson.
Schaefer, C., Coyne, J. C., & Lazarus, R. S. (1981). The health-related functions of social support. Journal of Behavioral Medicine, 4(4), 381–406. doi:10.1007/BF00846149
Sharma, S., Seth, B., Jawade, P., Ingale, M., & Setia, M. S. (2017). Quality of life in children with thalassemia and their caregivers in India. Indian Journal of Pediatrics, 84(3), 188-194. doi:10.1007/s12098-016-2267-z
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อความ ข้อมูล และรายการอ้างอิงที่ผู้เขียนใช้ในการเขียนบทความเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียน คณะผู้จัดทำวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วยหรือร่วมรับผิดชอบ
บทความที่ได้รับการลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี หากหน่วยงานหรือบุคคลใดต้องการนำส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของบทความไปเผยแพร่ต่อเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการวารสารก่อน