ประสิทธิผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพโดยใช้เทคนิคการสนทนาเพื่อสร้างแรงจูงใจในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ โรงพยาบาลอุ้มผาง
คำสำคัญ:
พฤติกรรมสุขภาพ, โปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม, การสนทนาเพื่อสร้างแรงจูงใจ, โรคเบาหวานชนิดที่ 2บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพโดยใช้เทคนิคการสนทนาเพื่อสร้างแรงจูงใจในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ โรงพยาบาลอุ้มผาง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มารับบริการที่คลินิกโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก จำนวน 60 คน แบ่งออกเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 30 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย โปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพโดยใช้เทคนิคการสนทนาเพื่อสร้างแรงจูงใจในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ โรงพยาบาลอุ้มผาง แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามพฤติกรรมการบริโภคอาหาร มีค่าความเชื่อมั่นอยู่ในช่วง .71–.79 แบบสอบถามพฤติกรรมการออกกำลังกาย มีค่าความเชื่อมั่น .89 และแบบบันทึกระดับน้ำตาลในเลือด และระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือด ดำเนินการทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน 2568 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่ามัธยฐาน ค่าพิสัยระหว่างควอร์ไทล์ Chi-square test, Fisher’s exact test, Wilcoxon signed-rank test และ Mann-Whitney U test
ผลการวิจัยพบว่า 1) หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนพฤติกรรมการบริโภคอาหารหวาน คะแนนพฤติกรรมการบริโภคอาหารมัน คะแนนพฤติกรรมการบริโภคอาหารเค็ม ค่าระดับน้ำตาลในเลือด และค่าระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือด ต่ำกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Z = -3.626, p < .001; Z = -3.626, p < .001; Z = -2.828, p < .01; Z = -3.515, p < .001 และ Z = -3.718, p < .001 ตามลำดับ) และมีคะแนนพฤติกรรมการออกกำลังกายสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Z = -3.464, p < .01) และ 2) หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนพฤติกรรมการบริโภคอาหารหวาน คะแนนพฤติกรรมการบริโภคอาหารมัน คะแนนพฤติกรรมการบริโภคอาหารเค็ม ค่าระดับน้ำตาลในเลือด และค่าระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือด ต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Z = -4.343, p < .001; Z = -3.700, p < .001; Z = -4.008, p < .001; Z = -2.056, p < .05 และ Z = -2.109, p < .05 ตามลำดับ) และมีคะแนนพฤติกรรมการออกกำลังกายสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Z = -3.214, p < .01)
จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า บุคลากรสุขภาพควรนำโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพโดยใช้เทคนิคการสนทนาเพื่อสร้างแรงจูงใจนี้ ไปใช้ในการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานเข้าสู่ระยะโรคสงบและมีคุณภาพชีวิตเพิ่มขึ้น
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรค. (2566). กรมควบคุมโรค รณรงค์วันเบาหวานโลก 2566 มุ่งเน้นให้ความรู้ประชาชนถึงความเสี่ยงโรคเบาหวาน และหากตรวจพบก่อนจะลดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้. สืบค้นจาก https://www.ddc.moph.go.th/brc/news.php?deptcode=brc&news=38403
จันจิรา หินขาว, บุษยารัตน์ ลอยศักดิ์, และพรฤดี นิธิรัตน์. (2563). การสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจแบบกลุ่มในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี, 31(1), 205–212.
ชนันพร มงคลรังสฤษฏ์. (2567). ประสิทธิผลของโปรแกรมสนทนาสร้างแรงจูงใจเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองสะพานดำ โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์. วารสารสาธารณสุขมูลฐาน (ภาคเหนือ), 34(2), 34–45.
ดวงดาว ศรียากูล, สันติ ลาภเบญจกุล, สัมฤทธิ์ ศรีธำรงสวัสดิ์, วรสิทธิ์ ศรศรีวิชัย, จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์, และภาณุวิชญ์ แก้วกำจรชัย. (2567). ประสิทธิผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตต่อการป้องกันโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในประชากรไทยกลุ่มเสี่ยง. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข, 18(1), 72–92.
นฤมล พระใหญ่, สิทธิพร ครามานนท์, และภาสกร คุ้มศิริ. (2564). การสัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจ. วารสารจิตวิทยาคลินิกไทย, 52(1), 62–74.
ปนัดดา ใจมา, และพิมพ์ใจ อุ่นบ้าน. (2567). ประสิทธิผลของโปรแกรมการสนทนาสร้างแรงจูงใจเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวาน. วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข, 4(3), e267206.
พิศมัย สูตรสุวรรณ. (2567). ผลของการสนทนากลุ่มเพื่อสร้างแรงจูงใจต่อการควบคุมน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ในตำบลหนองญาติ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขภาพชุมชน, 9(2), 172–183.
ระบบคลังข้อมูลสุขภาพ (Health Data Center) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก. (2567). ร้อยละผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก. สืบค้นจาก https://tak.hdc.moph.go.th/hdc/reports/report.php
ละอองกลิ่น กนกแสง. (2564). ผลการสัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและระดับน้ำตาลในเลือดสะสมของผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้. วารสารวิชาการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม, 5(10), 161–170.
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, และสมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศไทย. (2566). แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2566. กรุงเทพฯ: ศรีเมืองการพิมพ์.
สารภี ปานเพ็ชร. (2564). ผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย และรอบเอว ของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนิเวศน์. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ, 2(3), 97–108.
Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences (2nd ed.). Hillsdale, NJ: Lawrence Erlbaum Associates.
Cradock, K. A., ÓLaighin, G., Finucane, F. M., Gainforth, H. L., Quinlan, L. R., & Ginis, K. A. M. (2017). Behaviour change techniques targeting both diet and physical activity in type 2 diabetes: A systematic review and meta-analysis. International Journal of Behavioral Nutrition and Physical Activity, 14(1), 18. doi:10.1186/s12966-016-0436-0
International Diabetes Federation. (2025). Thailand: Diabetes country report 2000–2050. Retrieved from https://diabetesatlas.org/data-by-location/country/thailand/
Khalesi, S., Williams, E., Irwin, C., Johnson, D. W., Webster, J., McCartney, D., ... Vandelanotte, C. (2022). Reducing salt intake: A systematic review and meta-analysis of behavior change interventions in adults. Nutrition Reviews, 80(4), 723–740. doi:10.1093/nutrit/nuab110
Miller, W. R., & Rollnick, S. (1991). Motivational interviewing: Preparing people to change addictive behavior. New York: Guilford Press.
Miller, W. R., & Rollnick, S. (2013). Motivational interviewing: Helping people change (3rd ed.). New York: Guilford Press.
Sinkariova, L., & Mieziene, B. (2017). Diet behavior in patients with diabetes in accordance with integrated model of SDT and TPB. The European Health Psychologist, 19(Suppl.), 3107. Retrieved from https://ehps.net/ehp/index.php/contents/article/view/3107
World Health Organization. (2022). Diabetes. Retrieved from https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/diabetes
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อความ ข้อมูล และรายการอ้างอิงที่ผู้เขียนใช้ในการเขียนบทความเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียน คณะผู้จัดทำวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วยหรือร่วมรับผิดชอบ
บทความที่ได้รับการลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี หากหน่วยงานหรือบุคคลใดต้องการนำส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของบทความไปเผยแพร่ต่อเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการวารสารก่อน