ผลของโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนต่อความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในมารดาหลังคลอดที่ได้รับการวินิจฉัยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์และมีภาวะอ้วนตั้งแต่ระดับที่หนึ่ง
คำสำคัญ:
การรับรู้สมรรถนะแห่งตน, การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว, มารดาหลังคลอด, ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์, ภาวะอ้วนบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนต่อความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในมารดาหลังคลอด กลุ่มตัวอย่างเป็นมารดาหลังคลอดที่ได้รับการวินิจฉัยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์และมีภาวะอ้วนตั้งแต่ระดับที่หนึ่ง ที่คลอด ณ โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี จำนวน 34 คน แบ่งออกเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 17 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย โปรแกรมส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการคลอด แบบประเมิน LATCH score มีค่าความเชื่อมั่น .92 แบบสัมภาษณ์การรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มีค่าความเชื่อมั่น .95 และแบบบันทึกการติดตามการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหลังคลอด ดำเนินการทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนพฤษภาคม 2567 ถึงเดือนกันยายน 2568 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Chi-square test, Mann-Whitney U test และ McNemar test
ผลการวิจัยพบว่า 1) ในวันที่ 3 หลังคลอด กลุ่มทดลองมีคะแนนความสามารถในการให้นมบุตรสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Z = -2.020, p < .05) 2) ในสัปดาห์ที่ 2 หลังคลอด กลุ่มทดลองมีอัตราความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวไม่แตกต่างจากกลุ่มควบคุม 3) ในสัปดาห์ที่ 6 หลังคลอด กลุ่มทดลองมีอัตราความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (X2 = 10.885, p < .01) และ 4) ในสัปดาห์ที่ 6 หลังคลอด กลุ่มทดลองมีอัตราความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวไม่ต่ำกว่าในสัปดาห์ที่ 2 หลังคลอด
จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า พยาบาลที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยสูติกรรมหลังคลอดควรนำโปรแกรมส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนนี้ไปประยุกต์ใช้ในมารดาหลังคลอดที่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์อย่างต่อเนื่องหลังจำหน่าย โดยเฉพาะในช่วง 6 สัปดาห์แรกหลังคลอด เพื่อเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว
เอกสารอ้างอิง
โบว์ชมพู บุตรแสงดี, กรรณิการ์ กันธะรักษา, และจันทรรัตน์ เจริญสันติ. (2556). ผลของการส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนต่อความสำเร็จในการเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดาอย่างเดียวของมารดาที่ผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง. พยาบาลสาร, 40(3), 1–10.
ปิยภรณ์ สีเสน่ห์, และบุษกร พันธ์เมธาฤทธิ์. (2566). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนผ่านบัญชีทางการของไลน์ต่อการรับรู้สมรรถนะแห่งตน พฤติกรรมการดูแลของมารดาและค่าบิลิรูบินในเลือดของทารกแรกเกิดที่มีภาวะตัวเหลือง. วารสารสภาการพยาบาล, 38(1), 143–156.
เปมิกา บุตรจันทร์, สมเสาวนุช จมูศรี, และกชพร สิงหะหล้า. (2559). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่อการรับรู้สมรรถนะแห่งตน และพฤติกรรมการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของสมาชิกครอบครัวในชุมชน. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 34(4), 97–105.
ภาวิน พัวพรพงษ์. (2557). การประเมินการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่. วารสารการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 21(1), 4–15.
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ. (2560). แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2560 (พิมพ์ครั้งที่ 3). ปทุมธานี: ร่มเย็น มีเดีย.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2566). รายงานผลฉบับสมบูรณ์ การสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย พ.ศ. 2565. กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง.
สุภาพรรณ วรผล, สุพิศ ศิริอรุณรัตน์, และตติรัตน์ เตชะศักดิ์ศรี. (2567). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่อการรับรู้ความสามารถของตนเองในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของมารดาครรภ์แรกที่ผ่าตัดคลอดแบบวางแผนล่วงหน้า. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 32(3), 57–69.
อุษา วงศ์พินิจ, นิตยา สินสุกใส, และฉวีวรรณ อยู่สำราญ. (2559). ปัจจัยส่วนบุคคล การสนับสนุนทางสังคม และประสิทธิภาพการดูดนมของทารกก่อนจำหน่าย ในการทำนายการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 1 เดือน ในมารดาที่มีบุตรคนแรก. วารสารพยาบาลทหารบก, 17(1), 88–95.
Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. New York: W.H. Freeman and Company.
Borona, G., Gualdana, G., Maga, G., Del Bo, E., Arrigoni, C., Brigante, L., … Magon, A. (2023). Breastfeeding self-efficacy: A systematic review of psychometric properties using COSMIN. Journal of Human Lactation, 39(4), 595–614. doi:10.1177/08903344231190624
Chehreh, R., Zahrani, S. T., Karamelahi, Z., & Baghban, A. A. (2021). Effect of peer support on breastfeeding self-efficacy in ilamian primiparous women: A single-blind randomized clinical trial. Journal of Family Medicine and Primary Care, 10(9), 3417–3423. doi:10.4103/jfmpc.jfmpc_172_21
Fahim, S. H., Kazemi, F., Masoumi, S. Z., & Refaei, M. (2023). The effect of midwife-oriented breastfeeding counseling on self-efficacy and performance of adolescent mothers: A clinical trial study. BMC Pregnancy and Childbirth, 23(1), 672. doi:10.1186/s12884-023-05982-y
Hinic, K. (2016). Predictors of breastfeeding confidence in the early postpartum period. Journal of Obstetric, Gynecologic, & Neonatal Nursing, 45(5), 649–660. doi:10.1016/j.jogn.2016.04.010
Huang, Y., Ouyang, Y. Q., & Redding, S. R. (2019). Maternal prepregnancy body mass index, gestational weight gain, and cessation of breastfeeding: A systematic review and meta-analysis. Breastfeeding Medicine, 14(6), 366–374. doi:10.1089/bfm.2018.0138
Jirakittidul, P., Panichyawat, N., Chotrungrote, B., & Mala, A. (2019). Prevalence and associated factors of breastfeeding in women with gestational diabetes in a University Hospital in Thailand. International Breastfeeding Journal, 14, 34. doi:10.1186/s13006-019-0227-8
Montana, A. V., Mildon, A., Daniel, A. I., Pitino, M. A., Baxter, J. B., Beggs, M. R., … Walton, K. (2024). Is maternal body weight or composition associated with onset of lactogenesis II, human milk production, or infant consumption of mother’s own milk? A systematic review and meta-analysis. Advances in Nutrition, 15(6), 100228. doi:10.1016/j.advnut.2024.100228
Nommsen-Rivers, L. A. (2016). Does insulin explain the relation between maternal obesity and poor lactation outcomes? An overview of the literature. Advances in Nutrition, 7(2), 407–414. doi:10.3945/an.115.011007
Peila, C., Gazzolo, D., Bertino, E., Cresi, F., & Coscia, A. (2020). Influence of diabetes during pregnancy on human milk composition. Nutrients, 12(1), 185. doi:10.3390/nu12010185
Pinho-Gomes, A. C., Morelli, G., Jones, A., & Woodward, M. (2021). Association of lactation with maternal risk of type 2 diabetes: A systematic review and meta-analysis of observational studies. Diabetes, Obesity and Metabolism, 23(8), 1902–1916. doi:10.1111/dom.14417
Rollins, N. C., Bhandari, N., Hajeebhoy, N., Horton, S., Lutter, C. K., Martines, J. C., … Victora, C. G. (2016). Why invest, and what it will take to improve breastfeeding practices? The Lancet, 387(10017), 491–504. doi:10.1016/s0140-6736(15)01044-2
Sowjanya, S. V. N. S., & Venugopalan, L. (2018). LATCH score as a predictor of exclusive breastfeeding at 6 weeks postpartum: A prospective cohort study. Breastfeeding Medicine, 13(6), 444–449. doi:10.1089/bfm.2017.0142
Teng, Y. F., & Ho, Y. J. (2024). The influence of prenatal breastfeeding self-efficacy on breastfeeding behavior of Taiwanese pregnant women. Journal of Human Lactation, 40(3), 445–453. doi:10.1177/08903344241254785
The United Nations Children’s Fund, & World Health Organization. (2023a). Global breastfeeding scorecard, 2023: Protecting breastfeeding through further investments and policy actions. Retrieved from https://www.unicef.org/media/150591/file/GBC-Methodology-Breastfeeding-scorecard-2023.pdf
The United Nations Children’s Fund, & World Health Organization. (2023b). Global breastfeeding scorecard, 2023: Rates of breastfeeding increase around the world through improved protection and support. Retrieved from https://www.unicef.org/media/150586/file/Global%20breastfeeding%20scorecard%202023.pdf
World Health Organization. (2020). Infant and young child feeding. Retrieved from https://www.who.int/data/gho/data/themes/topics/topic-details/GHO/infant-nutrition
World Health Organization. (2023). Infant and young child feeding. Retrieved from https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/infant-and-young-child-feeding
World Health Organization, & The United Nations Children’s Fund. (2021). Indicators for assessing infant and young child feeding practices: Definitions and measurement methods. Geneva: Author. Retrieved from https://iris.who.int/server/api/core/bitstreams/79267f92-de90-4e1f-a162-4c1042c56929/content
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อความ ข้อมูล และรายการอ้างอิงที่ผู้เขียนใช้ในการเขียนบทความเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียน คณะผู้จัดทำวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วยหรือร่วมรับผิดชอบ
บทความที่ได้รับการลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี หากหน่วยงานหรือบุคคลใดต้องการนำส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของบทความไปเผยแพร่ต่อเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการวารสารก่อน