ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรในนักเรียนหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง
คำสำคัญ:
การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร, เพศสัมพันธ์, นักเรียนหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง เพื่อศึกษาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรในนักเรียนหญิง กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง จำนวน 472 คน เครื่องมือการวิจัยเป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ และปัจจัยเสริม มีค่าความเชื่อมั่นอยู่ในช่วง .79–.97 และแบบสอบถามการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร เก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม 2565 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติกแบบทวิ
ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนหญิงเคยมีเพศสัมพันธ์ คิดเป็นร้อยละ 20.76 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรในนักเรียนหญิงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ ค่านิยมทางเพศในวัยเรียน (AOR = .81, 95% CI = .73–.90, p < .001) ความถี่ในการสูบบุหรี่ (AOR = 4.68, 95% CI = 1.80–12.17, p < .01) อิทธิพลจากเพื่อน (AOR = 1.09, 95% CI = 1.04–1.14, p < .01) สถานภาพสมรสของบิดามารดา (AOR = 2.43, 95% CI = 1.28–4.59, p < .01) ความอยากรู้อยากลองต่อการมีเพศสัมพันธ์ (AOR = .89, 95% CI = .82–.96, p < .01) การเคยมีแฟนแต่เลิกกันแล้ว (AOR = 10.46, 95% CI = 1.95–56.06, p < .01) การมีแฟนในปัจจุบัน (AOR = 12.30, 95% CI = 2.37–63.83, p < .01) และความถี่ในการเข้าถึงสื่อกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ (AOR = .34, 95% CI = .17–.69, p < .01) โดยปัจจัยข้างต้นสามารถร่วมกันทำนายโอกาสมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรในนักเรียนหญิงได้ร้อยละ 52.90
จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า ผู้บริหารโรงเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัดกิจกรรมสร้างค่านิยมทางเพศในวัยเรียนและกิจกรรมที่ช่วยลดอิทธิพลจากเพื่อน เพื่อป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรในนักเรียนหญิง
เอกสารอ้างอิง
กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย. (2556). แม่วัยใส ความท้าทายการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น. กรุงเทพฯ: แอดวานส์ปริ้นติ้ง.
กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. (2557). ประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรสำหรับสตรีไทยวัยรุ่น อายุ 15–21 ปี. นนทบุรี: ผู้แต่ง.
กุสุมาวดี คำเกลี้ยง, กำไลทิพย์ ระน้อย, อาคม ทิพย์เนตร, และศิริรัตน์ สีเหลือง. (2558). หนังสือรายวิชาพื้นฐาน สุขศึกษา 5. นนทบุรี: เอมพันธ์.
ณิชาภัทร ปุ่นมีกิจ. (2559). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นเมืองพัทยา (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
ธนินทร์ รัตนโอฬาร. (2556). เหตุปัจจัยของการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน: การศึกษาเชิงคุณภาพ. วารสารครุศาสตร์อุตสาหกรรม, 12(1), 64–72.
นรลักขณ์ เอื้อกิจ, และลัดดาวัลย์ เพ็ญศรี. (2562). การประยุกต์ใช้แนวคิด PRECEDE MODEL ในการสร้างเสริมสุขภาพ. วารสารพยาบาลสภากาชาดไทย, 12(1), 38–48.
ประทวน วันนิจ. (2558). แนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ของเยาวชนก่อนวัยอันควร เพื่อการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน ในเขตพื้นที่ห้วยจรเข้มาก จังหวัดบุรีรัมย์. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, 10(1), 78–88.
ปัญญ์กรินทร์ หอยรัตน์, และปราโมทย์ วงศ์สวัสดิ์. (2563). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล, 36(1), 149–163.
พวงผกา คงวัฒนานนท์. (2560). ประสบการณ์การสูบบุหรี่ของหญิงวัยรุ่นตอนปลาย: กรณีศึกษานักศึกษาในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพในสถาบันอุดมศึกษา. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 25(2), 9–18.
มณีรัตน์ ธีระวิวัฒน์, นิรัตน์ อิมามี, และอนุชิต วรกา. (2559). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่นหญิง: กรณีศึกษาในนักเรียนหญิงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จังหวัดกาญจนบุรี. วารสารสาธารณสุขศาสตร์, 46(3), 284–298.
สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค. (2562). ร้อยละของนักเรียนที่เคยมีเพศสัมพันธ์. สืบค้นจาก https://rh.anamai.moph.go.th
สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย. (2562). สถานการณ์อนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและเยาวชน พ.ศ. 2562. สืบค้นจาก https://rh.anamai.moph.go.th/th/cms-of-1
Daniel, W. W. (1995). Biostatistics: A foundation for analysis in the health sciences (6th ed.). New York: John Wiley & Sons.
World Health Organization. (2018). Global strategy for women’s, children’s and adolescents’ health (2016–2030). Retrieved from https://www.who.int/life-course/partners/global-strategy/global-strategy-2016-2030/en/
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อความ ข้อมูล และรายการอ้างอิงที่ผู้เขียนใช้ในการเขียนบทความเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียน คณะผู้จัดทำวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วยหรือร่วมรับผิดชอบ
บทความที่ได้รับการลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี หากหน่วยงานหรือบุคคลใดต้องการนำส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของบทความไปเผยแพร่ต่อเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการวารสารก่อน