ความรอบรู้ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยต่อพฤติกรรมการทำงานที่ปลอดภัยและการบาดเจ็บจากการทำงานในพนักงานเก็บขยะสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
คำสำคัญ:
ความรอบรู้ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย, พฤติกรรมการทำงานที่ปลอดภัย, การบาดเจ็บจากการทำงาน, พนักงานเก็บขยะ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาแบบหาความสัมพันธ์ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยต่อพฤติกรรมการทำงานที่ปลอดภัย และการบาดเจ็บจากการทำงาน ในพนักงานเก็บขยะ กลุ่มตัวอย่างเป็นพนักงานเก็บขยะสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 312 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลและการประกอบอาชีพ แบบสอบถามความรอบรู้ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มีค่าความเชื่อมั่นอยู่ในช่วง .70–.85 แบบสอบถามพฤติกรรมการทำงานที่ปลอดภัย มีค่าความเชื่อมั่น .80 และแบบสอบถามการบาดเจ็บจากการทำงาน มีค่าความเชื่อมั่น 1 เก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม 2565 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสหสัมพันธ์แบบสเปียร์แมน
ผลการวิจัยพบว่า พนักงานเก็บขยะส่วนใหญ่มีความรอบรู้ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยโดยรวมในระดับสูง คิดเป็นร้อยละ 83.97 มีพฤติกรรมการทำงานที่ปลอดภัยโดยรวมในระดับดี คิดเป็นร้อยละ 75.96 เคยได้รับบาดเจ็บจากการทำงานในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา คิดเป็นร้อยละ 37.50 ความรอบรู้ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยมีความสัมพันธ์ทางบวกต่อพฤติกรรมการทำงานที่ปลอดภัยในพนักงานเก็บขยะอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (rs = .395, p < .001) และความรอบรู้ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยมีความสัมพันธ์ทางลบต่อการบาดเจ็บจากการทำงานในพนักงานเก็บขยะอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (rs = -.116, p < .05)
จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า พยาบาลอาชีวอนามัยและบุคลากรที่เกี่ยวข้องควรนำผลการวิจัยครั้งนี้ไปใช้ในการส่งเสริมความรอบรู้ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยแก่พนักงานเก็บขยะ เพื่อช่วยให้พนักงานเก็บขยะมีพฤติกรรมการทำงานที่ปลอดภัย และลดการบาดเจ็บจากการทำงาน
เอกสารอ้างอิง
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. (2547). มาตรฐานการจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
ณัฐรัฐ ไมมะหาด, อัมรินทร์ คงทวีเลิศ, เด่นศักดิ์ ยกยอน, และสุธรรม นันทมงคลชัย. (2565). ความรอบรู้ทางสุขภาพด้านอาชีวอนามัยและพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงาน ของพนักงานฝ่ายปฏิบัติการ: กรณีศึกษาโรงงานอุตสาหกรรมยางแท่งแห่งหนึ่ง ในประเทศไทย. วารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข, 8(3), 427–442.
ดวงเดือน ฤทธิเดช, ฌาน ปัทมะ พลยง, และมริสสา กองสมบัติสุข. (2564). ปัจจัยส่วนบุคคลและความรอบรู้สุขภาพด้านอาชีวอนามัยที่มีผลต่อพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของพนักงานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 15(2), 13–24.
ตฤณ ทิพย์สุทธิ์, กัลยา มั่นล้วน, และทรงกรฎ ศฤงคาร. (2564). การป้องกันการบาดเจ็บจากการทำงานสำหรับพนักงานทั่วไป. วารสารสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 5(3), 230–238.
ทัศน์พงษ์ ตันติปัญจพร, พัฒนพงษ์ ปั้นเหน่งเพ็ชร์, และนพรัตน์ ศรีเครือแก้ว. (2563). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันอันตรายของคนงานเก็บขยะในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก. วารสารสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 2(3), 1–14.
ธันนารี เจนวิถี, และกาญจนา นาถะพินธุ. (2562). ปัญหาสุขภาพของพนักงานเก็บขนขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ พ.ศ. 2560. วารสารวิชาการ สคร. 9, 25(2), 16–25.
นริศรา เลิศพรสวรรค์, ชวพรพรรณ จันทร์ประสิทธิ์, และธานี แก้วธรรมานุกูล. (2560). ปัจจัยคุกคามสุขภาพจากการทำงานและภาวะสุขภาพตามความเสี่ยงของพนักงานเก็บขยะ. พยาบาลสาร, 44(2), 138–150.
พนิตนันท์ แซ่ลิ้ม, นิสากร ชีวะเกตุ, และสมสมัย รัตนกรีฑากุล. (2566). ความสัมพันธ์ระหว่างความฉลาดทางอาชีวอนามัยกับพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงานของพนักงานเก็บขนขยะ ในเขตเทศบาลนคร อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี. วารสารพยาบาลทหารบก, 24(1), 298–306.
พิชญพร พูนนาค, สุนทร ศุภพงษ์, และธนะภูมิ รัตนานุพงศ์. (2560). อัตราอุบัติการณ์และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บจากการทำงานของพนักงานเก็บขยะในโรงพยาบาลศูนย์เขตภาคกลาง. ธรรมศาสตร์เวชสาร, 17(2), 143–154.
มริสสา กองสมบัติสุข, ฌาน ปัทมะ พลยง, และดวงเดือน ฤทธิเดช. (2563). ความรอบรู้สุขภาพด้านอาชีวอนามัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคและการบาดเจ็บจากการทำงานของพนักงานในโรงงานอุตสาหกรรม. วารสารการแพทย์และสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 3(2), 112–120.
ศราวุฒิ แสงคำ, และจำลอง อรุณเลิศอารีย์. (2562). สิ่งคุกคามสุขภาพในพนักงานเก็บขนมูลฝอยและแนวทางการป้องกัน. ศรีนครินทร์เวชสาร, 34(6), 649–657.
สลิลรัตน์ นิตรมร, นวรัตน์ สุวรรณผ่อง, มธุรส ทิพยมงคลกุล, และธนาศรี สีหะบุตร. (2564). ภาวะสุขภาพของพนักงานเก็บและคัดแยกขยะ สังกัดเทศบาลจังหวัดนนทบุรี. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 30(2), 232–241.
สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จังหวัดนครราชสีมา. (2564). ข้อมูล อปท. จ.นครราชสีมา. สืบค้นจาก https://www.koratdla.go.th/public/
สิทธิชัย ใจขาน, และวราภรณ์ พันธ์ศิริ. (2562). พฤติกรรมและความรู้ด้านความปลอดภัยในการทำงานของพนักงานเก็บขนมูลฝอย กรณีศึกษาเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 21(1), 50–59.
Bleck, D., & Wettberg, W. (2012). Waste collection in developing countries – Tackling occupational safety and health hazards at their source. Waste Management, 32(11), 2009–2017. doi:10.1016/J.WASMAN.2012.03.025
Cox, S., & Jones, B. (2006). Behavioural safety and accident prevention short-term ‘Fad’ or sustainable ‘Fix’? Process Safety and Environmental Protection, 84(B3), 164–170. doi:10.1205/psep.05186
Health and Safety Executive. (2021). Waste statistics in Great Britain, 2021. Retrieved from https://www.hse.gov.uk/statistics/industry/waste-recycling.pdf
Health and Safety Executive. (2022). Waste statistics in Great Britain, 2022. Retrieved from https://www.hse.gov.uk/statistics/assets/docs/waste-recycling.pdf
Heinrich, H. W. (1931). Industrial accident prevention: A scientific approach. New York: McGraw-Hill.
Heinrich, H. W. (1959). Industrial accident prevention: A scientific approach (4th ed.). New York: McGraw-Hill Book.
Levy, B. S., Wegman, D. H., Baron, S. L., & Sokas, R. K. (2011). Occupational and environmental health: Recognizing and Preventing Disease and Injury (6th ed.). New York: Oxford University Press.
Liu, X., Huang, G., Huang, H., Wang, S., Xiao, Y., & Chen, W. (2015). Safety climate, safety behavior, and worker injuries in the Chinese manufacturing industry. Safety Science, 78, 173–178. doi:10.1016/j.ssci.2015.04.023
Nkem, A. N., Hassim, M. H., & Kidam, K. (2015). Relationship between unsafe acts/condition and accidents in construction company in Nigeria. Jurnal Teknologi (Sciences & Engineering), 75(6), 73–77. doi:10.11113/jt.v75.5189
Rauscher, K. J., & Myers, D. J. (2014). Occupational health literacy and work-related injury among US adolescents. International Journal of Injury Control and Safety Promotion, 21(1), 81–89. doi:10.1080/17457300.2013.792288
Rogers, B. (2003). Occupational and environmental health nursing: Concepts and practice (2nd ed.). Philadelphia: W.B. Saunders.
Solid Waste Association of North America. (2022). Refuse and recyclable materials collection now 7th deadliest job in United States. Retrieved from https://swana.org/news/swana-news-archive/article/2022/12/16/refuse-and-recyclable-materials-collection-now-seventh-deadliest-job-in-united-states
Takala, J. (2019). Burden of injury due to occupational exposures. In U. Bültmann & J. Siegrist (Eds.), Handbook of disability, work and health, Handbook series in occupational health sciences (pp. 1–22). Cham: Springer.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อความ ข้อมูล และรายการอ้างอิงที่ผู้เขียนใช้ในการเขียนบทความเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียน คณะผู้จัดทำวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วยหรือร่วมรับผิดชอบ
บทความที่ได้รับการลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี หากหน่วยงานหรือบุคคลใดต้องการนำส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของบทความไปเผยแพร่ต่อเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการวารสารก่อน