ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทันทีหลังคลอดและต่อเนื่องร่วมกับการสนับสนุนของครอบครัว โรงพยาบาลบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น

ผู้แต่ง

  • ผกามาศ ปิยะนันท์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย
  • นฤมล สินสุพรรณ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย
  • ชนะพล ศรีฤๅชา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย

คำสำคัญ:

การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทันทีหลังคลอดและต่อเนื่อง, มารดาหลังคลอด, การสนับสนุนของครอบครัว

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทันทีหลังคลอดและต่อเนื่องร่วมกับการสนับสนุนของครอบครัว กลุ่มตัวอย่างเป็นมารดาหลังคลอดที่คลอดปกติในโรงพยาบาลบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น จำนวน 60 คน แบ่งออกเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 30 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย โปรแกรมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทันทีหลังคลอดและต่อเนื่องร่วมกับการสนับสนุนของครอบครัว แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบวัดความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มีค่าความเชื่อมั่น .86 แบบวัดเจตคติเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มีค่าความเชื่อมั่น .85 แบบประเมินความตั้งใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แบบประเมินการมีส่วนร่วมของครอบครัวในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และแบบสอบถามความพึงพอใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มีค่าความเชื่อมั่น .84 ดำเนินการทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม 2566 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ paired t-test และ independent t-test

ผลการวิจัยพบว่า หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 13.480, p < .001) หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ คะแนนเฉลี่ยเจตคติเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ คะแนนเฉลี่ยความตั้งใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ คะแนนเฉลี่ยการมีส่วนร่วมของครอบครัวในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และคะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 7.830, p < .001; t = 4.330, p < .001; t = 9.130, p < .001; t = 5.140, p < .001 และ t = 6.330, p < .001 ตามลำดับ)

จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า พยาบาลควรนำโปรแกรมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทันทีหลังคลอดและต่อเนื่องร่วมกับการสนับสนุนของครอบครัวนี้ ไปใช้กับมารดาหลังคลอดในชุมชน เพื่อให้มารดาหลังคลอดมีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นานถึง 6 เดือน

เอกสารอ้างอิง

กรกนก เกื้อสกุล, นิตยา สินสุกใส, วรรณา พาหุวัฒนกร, และวิทยา ถิฐาพันธ์. (2562). ผลของการสัมผัสแบบเนื้อแนบเนื้อระหว่างมารดาและทารกภายหลังคลอดโดยเร็ว ต่อประสิทธิภาพการดูดนมของทารกและการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวนานหนึ่งเดือน. วารสารพยาบาลศาสตร์, 37(4), 66–78.

กรมอนามัย. (2563). คู่มือส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สำหรับบุคลากรสาธารณสุข. นนทบุรี: ผู้แต่ง.

ทวนทอง ศรีบุญเรือง. (2551). การรับรู้และความพร้อมของมารดาหลังคลอดที่มีผลต่อการให้นมแม่สำหรับบุตรในระยะ 6 เดือนแรก โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ทองใบ นันทรัตพันธุ์. (2562). ผลการใช้แนวทางปฏิบัติการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในมารดาระยะแรกหลังคลอด โรงพยาบาลฝาง จังหวัดเชียงใหม่. วารสารโรงพยาบาลแพร่, 27(1), 25–37.

นิตยา ไชยรัตน์, และศศิกานต์ กาละ. (2565). ผลของโปรเเกรมการพยาบาลโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนต่อความตั้งใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของมารดาที่ผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้, 9(1), 121–134.

มาลีวัล เลิศสาครศิริ, และสาลี่ แซ่เบ๊. (2562). ผลของการสนับสนุนของครอบครัวและการเสริมพลังอำนาจต่อความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของมารดาวัยรุ่นครรภ์แรกหลังคลอด. วารสารพยาบาล, 68(1), 29–38.

รักศิริ อาวัชนาวงศ์, และทิพย์วรรณ บุณยาภรณ์. (2563). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่โดยครอบครัวมีส่วนร่วมต่อการรับรู้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และแรงสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จากญาติตามการรับรู้ของมารดาหลังคลอด. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 28(4), 38–48.

ลักขณา ไชยนอก. (2558). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของมารดาวัยรุ่นหลังคลอดในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา (รายงานผลการวิจัย). นครราชสีมา: สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี.

สรชา ตันติเวชกุล. (2543). ผลของการพยาบาลระบบสนับสนุนและให้ความรู้ต่อการรับรู้อุปสรรค ความพึงพอใจและพฤติกรรมในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของมารดาวัยรุ่น (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2562). ทารกกินนมแม่ดีที่สุด. สืบค้นจาก https://www.thaihealth.or.th/?p=235987

Ajzen, I. (1991). The theory of planned behavior. Organizational Behavior and Human Decision Processes, 50(2), 179–211. doi:10.1016/0749-5978(91)90020-T

House, J. S. (1981). Work stress and social support. Reading, MA: Addison-Wesley.

Karimi, F. Z., Sadeghi, R., Maleki-Saghooni, N., & Khadivzadeh, T. (2019). The effect of mother-infant skin to skin contact on success and duration of first breastfeeding: A systematic review and meta-analysis. Taiwanese Journal of Obstetrics & Gynecology, 58(1), 1–9. doi:10.1016/j.tjog.2018.11.002

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610. doi:10.1177/001316447003000308

World Health Organization. (2021). Infant and young child feeding: Guideline summary. Retrieved from https://apps.who.int/iris/handle/10665/340484

World Health Organization. (2022). Infant and young child feeding. Retrieved from https://apps.who.int/iris/rest/bitstreams/1341846/retrieve

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-31

รูปแบบการอ้างอิง

ปิยะนันท์ ผ., สินสุพรรณ น., & ศรีฤๅชา ช. (2025). ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทันทีหลังคลอดและต่อเนื่องร่วมกับการสนับสนุนของครอบครัว โรงพยาบาลบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี, 36(2), 74–88. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/pnc/article/view/281537

ฉบับ

ประเภทบทความ

รายงานการวิจัย (Research Report)

หมวดหมู่