ประสบการณ์การจัดการอาการและการแสวงหาบริการสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่พักรักษาตัวที่บ้าน
คำสำคัญ:
การจัดการอาการ, การแสวงหาบริการสุขภาพ, หญิงตั้งครรภ์, การติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อศึกษาประสบการณ์การจัดการอาการและการแสวงหาบริการสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่พักรักษาตัวที่บ้าน ผู้ให้ข้อมูลเป็นหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่พักรักษาตัวที่บ้าน และเข้ารับการดูแลในระบบ weSAFE@Home จํานวน 15 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย ผู้วิจัย แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของหญิงตั้งครรภ์ แนวคําถามในการสัมภาษณ์หญิงตั้งครรภ์ และแบบบันทึกภาคสนาม เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก ในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน 2566 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา และวิธีการวิเคราะห์แก่นสาระ
ผลการวิจัยพบว่า หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีอาการต่างๆ ได้แก่ มีไข้ ปวดศีรษะ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก คัดจมูก หายใจไม่สะดวก ปวดเมื่อยตามตัว จมูกไม่ได้กลิ่น และลิ้นรับรสไม่ได้ โดยมีวิธีการจัดการอาการที่หลากหลาย ได้แก่ การปรับพฤติกรรมในการดูแลตนเอง การรับประทานยาแผนปัจจุบันจากโรงพยาบาล และการใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน ส่วนการแสวงหาบริการสุขภาพมี 2 ลักษณะ คือ ระบบการแพทย์แผนปัจจุบัน และระบบการแพทย์แผนปัจจุบันร่วมกับระบบการแพทย์พื้นบ้าน
จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า พยาบาลแผนกฝากครรภ์ควรประเมินการจัดการอาการและการแสวงหาบริการสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ในช่วงที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อต่างๆ เพื่อให้สามารถวางแผนการจัดบริการสุขภาพที่สอดคล้องกับความต้องการ และเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
กรมการแพทย์. (2564). แนวทางเวชปฏิบัติ การวินิจฉัย ดูแลรักษา และป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับแพทย์และบุคลากรสาธารณสุข ฉบับปรับปรุง วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564. สืบค้นจาก https://covid19.dms.go.th/Content/Select_Landding_page?contentId=155
กรมควบคุมโรค. (2564). สถานการณ์ผู้ติดเชื้อ COVID-19 อัพเดทรายวัน. สืบค้นจาก https://ddc.moph.go.th/covid19-dashboard/
กรมควบคุมโรค. (2565). โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019. สืบค้นจาก https://ddcportal.ddc.moph.go.th/portal/
กิตติพร เนาว์สุวรรณ, นภชา สิงห์วีรธรรม, และนวพร ดำแสงสวัสดิ์. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความรุนแรงของโรคต่อบทบาทการดำเนินงานควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในชุมชนของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในประเทศไทย. วารสารสถาบันบำราศนราดูร, 14(2), 92–103.
กิติยากร คล่องดี, และกิรณา สีนิล. (2565). การพยาบาลผู้ป่วยโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 ที่มีภาวะหายใจลำบากเฉียบพลัน. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 40(1), 7–15.
ณัฎฐวรรณ คำแสน. (2564). ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมในการป้องกันตนเองจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของประชาชนในเขตอําเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี, 4(1), 33–48.
ธวัชชัย ยืนยาว. (2560). พฤติกรรมแสวงหาบริการสุขภาพของผู้สูงอายุชาวกูยในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล.
นงณภัทร รุ่งเนย, ศิริพร ครุฑกาศ, เยาวลักษณ์ มีบุญมาก, นงคราญ บุญอิ้ง, และน้ำฝน วชิรรัตนพงษ์เมธี. (2563). พฤติกรรมการแสวงหาการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุโรคเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 29(2), 201–210.
บรรพต ปานเคลือบ. (2564). งานวิจัย: ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับระดับอาการของผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในโรงพยาบาลชุมชน อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต. สืบค้นจาก https://www.vachiraphuket.go.th/articles/research/factors-related-to-symptoms-of-patients-covid- 19-in-the-community-hospital-thalang-phuket/
เบญจมาศ ปรีชาคุณ, น้ำอ้อย ภักดีวงศ์, ศิริกร ก้องวัฒนะกุล, แสงระวี แทนทอง, พรพิมล เลิศพานิช, และขนิตฐา หาญประสิทธิ์คำ. (2562). ประสบการณ์อาการและการจัดการอาการของผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลามและญาติผู้ดูแล. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท., 1(1), 50–66.
วรรณา บุญสวยขวัญ, และอมรรัตน์ กลับรอด. (2565). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อระยะเวลาการมารับการรักษาของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในระยะเฉียบพลัน งานอุบัติเหตุฉุกเฉิน โรงพยาบาลเชียรใหญ่. วารสารศาสตร์สุขภาพและการศึกษา, 2(2), 61–75.
ไววิทย์ ศิริตัน. (2559). ลักษณะการซื้อยาของประชาชนจำแนกตามอาชีพและรายได้ ในจังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย, 11(36), 42–52.
ศศิธารา น่วมภา, พรนภา ตั้งสุขสันต์, ฉันทิกา จันทร์เปีย, และวชิรา วรรณสถิตย์. (2563). ประสบการณ์การรับบริการฝากครรภ์และการแสวงหาข้อมูลสุขภาพของสตรีตั้งครรภ์ที่ทํางานในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่: การศึกษาเชิงคุณภาพแบบบรรยาย. วารสารพยาบาลศาสตร์, 38(4), 44–61.
ศิริกัญญา สมศรี. (2565). ผลการรักษาสตรีตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ COVID-19 ในโรงพยาบาลร้อยเอ็ด. ศรีนครินทร์เวชสาร, 37(1), 13–22.
สถิติการใช้งานระบบ weSAFE@Home และช่วยเหลือผู้ป่วย. (ม.ป.ป.). สืบค้นจาก https://www.kin-yoo-dee.com/wesafe-home
สุปิยา วิริไฟ, และพิมลดา ลัดดางาม. (2564). Coronavirus Disease 2019 (COVID-19) และการตั้งครรภ์: ความท้าทายของพยาบาลผดุงครรภ์. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม, 22(43), 89–102.
Dodd, M., Janson, S., Facione, N., Faucett, J., Froelicher, E. S., Humphreys, J., … Taylor, D. (2001). Advancing the science of symptom management. Journal of Advanced Nursing, 33(5), 668–676. doi:10.1046/j.1365-2648.2001.01697.x
Guba, E. G., & Lincoln, Y. S. (1994). Competing paradigms in qualitative research. In N. K. Denzin & Y. S. Lincoln (Eds.), Handbook of qualitative research (pp. 105–117). Thousand Oaks, CA: Sage.
Hassanipour, S., Arab-Zozani, M., Amani, B., Heidarzad, F., Fathalipour, M., & Martinez-de-Hoyo, R. (2021). The efficacy and safety of favipiravir in treatment of COVID 19: A systematic review and meta analysis of clinical trials. Scientific Reports, 11(1), 11022. doi:10.1038/s41598-021-90551-6
Khosravani, H., Steinberg, L., Incardona, N., Quail, P., & Perri, G. A. (2020). Symptom management and end-of-life care of residents with COVID-19 in long-term care homes. Canadian Family Physician, 66(6), 404–406. Retrieved from https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC7292525/
Munhall, P. L. (2012). Nursing research: A qualitative perspective (5th ed.). Sudbury, MA: Jones & Bartlett Learning.
Polit, D. F., & Beck, C. T. (2012). Nursing research: Generating and assessing evidence for nursing practice (9th ed.). Philadelphia, PA: Lippincott, Williams & Wilkins.
Poortaghi, S., Raiesifar, A., Bozorgzad, P., Golzari, S. E., Parvizy, S., & Rafii, F. (2015). Evolutionary concept analysis of health seeking behavior in nursing: A systematic review. BMC Health Services Research, 15, 523. doi:10.1186/s12913-015-1181-9
Ramsook, L. (2018). A methodological approach to hermeneutic phenomenology. International Journal of Humanities and Social Sciences, 10(1), 14–24. Retrieved from https://shorturl.asia/KB0vR
Renshaw, J., Caulkin, R., Cox, S., Dave, D., & McAleny, L. (2021). Symptom management of COVID-19 positive patients in an acute NHS trust: A specialist palliative care team perspective. Clinical Medicine, 21(Suppl. 2), 15–16. doi:10.7861/clinmed.21-2-s15
Streubert, H. J., & Carpenter, D. R. (2011). Qualitative research in nursing: Advancing the humanistic imperative (5th ed.). Philadelphia, PA: Lippincott, Williams & Wilkins.
Tay, M. Z., Ang, L. W., Wei, W. E., Lee, V. J. M., Leo, Y. S., & Toh, M. P. H. S. (2022). Health-seeking behavior of COVID-19 cases during the first eight weeks of the outbreak in Singapore: Differences between local community and imported cases and having visits to single or multiple healthcare providers. BMC Public Health, 22(1), 239. doi:10.1186/s12889-022-12637-8
World Health Organization. (2021a). Weekly epidemiological update on COVID-19. Retrieved from https://www.who.int/publications/m/item/weekly-epidemiological-update-on-covid-19---19-october-2021
World Health Organization. (2021b). Coronavirus disease (COVID-19). Retrieved from https://www.who.int/health-topics/coronavirus#tab=tab_1
Wu, Z., & McGoogan, J. M. (2020). Characteristics of and important lessons from the coronavirus disease 2019 (COVID-19) outbreak in China: Summary of a report of 72314 cases from the Chinese Center for Disease Control and Prevention. JAMA, 323(13), 1239–1242. doi:10.1001/jama.2020.2648
Zaigham, M., & Andersson, O. (2020). Maternal and perinatal outcomes with COVID-19: A systematic review of 108 pregnancies. Acta Obstetricia et Gynecologica Scandinavica, 99(7), 823–829. doi:10.1111/aogs.13867
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อความ ข้อมูล และรายการอ้างอิงที่ผู้เขียนใช้ในการเขียนบทความเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียน คณะผู้จัดทำวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วยหรือร่วมรับผิดชอบ
บทความที่ได้รับการลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี หากหน่วยงานหรือบุคคลใดต้องการนำส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของบทความไปเผยแพร่ต่อเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการวารสารก่อน