ผลของโปรแกรมส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่อการเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดาในมารดาผ่าตัดคลอดที่มีบุตรคนแรก

ผู้แต่ง

  • ชวาลา บัวหอม คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • บังอร ศุภวิทิตพัฒนา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • พรรณพิไล ศรีอาภรณ์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

คำสำคัญ:

การส่งเสริมสมรรถนะแห่งตน, สื่ออิเล็กทรอนิกส์, การเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดา, มารดาผ่าตัดคลอดที่มีบุตรคนแรก

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่อการเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดาในมารดาผ่าตัดคลอดที่มีบุตรคนแรก กลุ่มตัวอย่างเป็นมารดาผ่าตัดคลอดที่มีบุตรคนแรกที่เข้ารับการดูแลในหอผู้ป่วยหลังคลอด โรงพยาบาลนครพนม จำนวน 44 คน แบ่งออกเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 22 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย โปรแกรมส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ แบบบันทึกการติดตามทางโทรศัพท์ร่วมกับแอปพลิเคชันไลน์ แบบสอบถามการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดาฉบับย่อ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล และแบบสอบถามการเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดา มีค่าความเชื่อมั่น 1 ดำเนินการทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนกันยายน 2565 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่ามัธยฐาน ค่าพิสัยควอไทล์ Fisher’s exact test, Mann-Whitney U test และ Chi-square test

ผลการวิจัยพบว่า หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีอัตราการเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดาอย่างเดียวมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (X2 = 9.402, p < .01)

จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า พยาบาลผดุงครรภ์ในหอผู้ป่วยหลังคลอดควรนำโปรแกรมส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์นี้ ไปประยุกต์ใช้กับมารดาผ่าตัดคลอดที่มีบุตรคนแรก เพื่อเพิ่มอัตราการเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดาอย่างเดียว

เอกสารอ้างอิง

กนกวรรณ เธียรมนตรี, โสเพ็ญ ชูนวล, และศศิกานต์ กาละ. (2564). ปัจจัยทำนายการตัดสินใจเลือกผ่าตัดคลอดทางหน้าท้องในหญิงตั้งครรภ์แรก. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 31(1), 96–109.

กรมอนามัย. (2561). สธ. ร่วมกับเครือข่าย ตั้งเป้าปี 68 เด็กไทยอย่างน้อยร้อยละ 50 กินนมแม่อย่างเดียวถึง 6 เดือน. สืบค้นจาก https://shorturl.asia/Z9AJe

กระทรวงสาธารณสุข. (2565). ร้อยละของเด็กแรกเกิด–ต่ำกว่า 6 เดือน กินนมแม่อย่างเดียว. สืบค้นจาก https://hdc.moph.go.th/center/public/standard-report-detail/4164a7c49fcb2b8c3ccca67dcdf28bd0

การุณ เก่งสกุล. (2562). ประกาศจุดยืนเรื่องการผ่าตัดคลอด. สืบค้นจาก http://www.rtcog.or.th/home/position-statement-for-cesarean-section/3153/

ณัฏยา อ่อนผิว, วาทินี ชุณหปราณ, และเจนจิรา คัณทักษ์. (2564). การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในมารดาผ่าตัดคลอดทางหน้าท้องที่ทารกป่วย: บทบาทสำคัญของพยาบาล. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยคริสเตียน, 8(2), 93–109.

นพรัตน์ ธาระณะ. (2564). การส่งเสริมและสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในมารดาหลังผ่าตัดคลอด. พยาบาลสาร, 48(4), 324–335.

นพรัตน์ ธาระณะ, และรัตนาภรณ์ ธนศิริจิรานนท์. (2562). ผลของโปรแกรมสร้างเสริมสมรรถนะแห่งตนต่อการรับรู้สมรรถนะในตนเอง ความรู้ และความพึงพอใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในมารดาหลังคลอดบุตรคนแรก. พยาบาลสาร, 46(4), 70–82.

นิตยา สินสุกใส, ศศิธารา น่วมภา, และพฤหัส จันทร์ประภาพ. (2560). ปัจจัยทำนายการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน ในมารดาผ่าตัดคลอด. วารสารพยาบาลศาสตร์, 35(1), 14–22.

โบว์ชมพู บุตรแสงดี, กรรณิการ์ กันธะรักษา, และจันทรรัตน์ เจริญสันติ. (2556). ผลของการส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนต่อความสำเร็จในการเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดาอย่างเดียวของมารดาที่ผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง. พยาบาลสาร, 40(3), 1–10.

ปรียนุช ชัยกองเกียรติ, ภาซีน่า บุญลาภ, และอาภาภรณ์ หาญณรงค์. (2563). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการรับรู้ความสามารถในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ในมารดาหลังผ่าคลอดทางหน้าท้อง. วารสารการพยาบาล การสาธารณสุข และการศึกษา, 21(1), 16–28.

ปิยะภรณ์ ประสิทธิ์วัฒนเสรี. (2563). การส่งเสริมการเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดา. ใน ปิยะนุช ชูโต (บ.ก.), การพยาบาลและการผดุงครรภ์: สตรีในระยะคลอดและหลังคลอด (น. 225–257). เชียงใหม่: เอ็น.พี.ที. ปริ้นติ้ง.

แผนกห้องคลอด โรงพยาบาลนครพนม. (2564). รายงานสถิติคลอดประจำปี. นครพนม: ผู้แต่ง.

พนิดา สุขพิทักษ์, และวันธณี วิรุฬห์พานิช. (2565). ปัจจัยคัดสรรทำนายการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน ของมารดาที่มีบุตรเกิดก่อนกำหนด. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, 14(2), 247–263.

พลวรรธน์ วิทูรกลชิต. (2560). บทนำ. ใน พลวรรธน์ วิทูรกลชิต (บ.ก.), ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีสารสนเทศสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (2560–2569) (น. 19–29). นนทบุรี: ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข.

ภิเศก ลุมพิกานนท์. (2562). ลดการผ่าคลอดช่วยลูกกินนมแม่ได้ทันที จุดเริ่มต้นพัฒนาสมอง และส่งต่อภูมิต้านทานแต่แรกคลอด. ใน ศิริลักษณ์ ถาวรวัฒนะ และหทัยทิพย์ โสมดำ (บ.ก.), ก้าวข้าม 5 อุปสรรค ให้ลูกรักได้กินนมแม่ตั้งแต่แรกคลอด ฉบับประชาชน (น. 20–27). กรุงเทพฯ: สหมิตรพริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.

ภิเศก ลุมพิกานนท์. (2564). อันตรายจากการ “ผ่าคลอด” แม่เสี่ยง ลูกอาจได้รับผลกระทบระยะยาว. สืบค้นจาก https://www.thairath.co.th/scoop/2022229

สมิธ พิทูรพงศ์. (2561). การใช้แอปพลิเคชันไลน์ในกระบวนการทำงาน: กรณีศึกษา บริษัทสหผลิตภัณฑ์พาณิชย์ จำกัด (การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.

สาวิตรี สุวิกรม. (2563). การผ่าตัดคลอดเป็นอุปสรรคของการเริ่มต้นให้นมแม่จริงหรือ. สืบค้นจาก https://library.thaibf.com

สุวรรณา ชนะภัย, นิตยา สินสุกใส, นันทนา ธนาโนวรรณ, และวรรณา พาหุวัฒนกร. (2557). ความรู้ ทัศนคติ การรับรู้สมรรถนะในตนเอง และการสนับสนุนจากสามีและพยาบาล ในการทำนายการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 สัปดาห์. วารสารพยาบาลศาสตร์, 32(1), 51–60.

อุตม์ชญาน์ อินทเรือง, คมวัฒน์ รุ่งเรือง, รุ้งนภา ปรากฏดี, และกรวิภา จันทร์แจ่ม. (2564). แรงจูงใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน ของมารดาหลังคลอด โรงพยาบาลสุรินทร์. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์, 5(2), 86–100.

อุษณีย์ จินตะเวช, เทียมศร ทองสวัสดิ์, และลาวัลย์ สมบูรณ์. (2553). แบบสอบถามการรับรู้สมรรถนะในการเลี้ยงลูกด้วยนมมารดา. นนทบุรี: กรมอนามัย.

อุษณีย์ จินตะเวช, เทียมศร ทองสวัสดิ์, และลาวัลย์ สมบูรณ์. (2557). ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับระยะเวลาในการเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดาอย่างเดียวของมารดาหลังคลอด. พยาบาลสาร, 41(1), 133–144.

Almohanna, A. A., Win, K. T., & Meedya, S. (2020). Effectiveness of internet-based electronic technology interventions on breastfeeding outcomes: Systematic review. Journal of Medical Internet Research, 22(5), e17361. doi:10.2196/17361

Babazade, R., Vadhera, R. B., Krishnamurthy, P., Varma, A., Doulatram, G., Saade, G. R., & Turan, A. (2020). Acute postcesarean pain is associated with in-hospital exclusive breastfeeding, length of stay and post-partum depression. Journal of Clinical Anesthesia, 62, 109697. doi:10.1016/j.jclinane.2019.109697

Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. New York: W.H. Freeman and Company.

Centers for Disease Control and Prevention. (2019). Births–Method of delivery. Retrieved from https://www.cdc.gov/nchs/fastats/delivery.htm

Dennis, C. L. (1999). Theoretical underpinnings of breastfeeding confidence: A self-efficacy framework. Journal of Human Lactation, 15(3), 195–201. doi:10.1177/089033449901500303

Dennis, C. L. (2003). The Breastfeeding Self-efficacy Scale: Psychometric assessment of the short form. Journal of Obstetric, Gynecologic, and Neonatal Nursing, 32(6), 734–744. doi:10.1177/0884217503258459

Di Benedetto, M. G., Bottanelli, C., Cattaneo, A., Pariante, C. M., & Borsini, A. (2020). Nutritional and immunological factors in breast milk: A role in the intergenerational transmission from maternal psychopathology to child development. Brain, Behavior, and Immunity, 85, 57–68. doi:10.1016/j.bbi.2019.05.032

Faul, F., Erdfelder, E., Buchner, A., & Lang, A. G. (2009). Statistical power analyses using G*Power 3.1: Tests for correlation and regression analyses. Behavior Research Methods, 41(4), 1149–1160. doi:10.3758/BRM.41.4.1149

Hashim, S., Ishak, A., & Muhammad, J. (2020). Unsuccessful exclusive breastfeeding and associated factors among the healthcare providers in East Coast, Malaysia. Korean Journal of Family Medicine, 41(6), 416–421. doi:10.4082/kjfm.19.0060

Lagerberg, D., Wallby, T., & Magnusson, M. (2020). Differences in breastfeeding rate between mothers delivering by caesarean section and those delivering vaginally. Scandinavian Journal of Public Health, 49(8), 899–903. doi:10.1177/1403494820911788

Lawrence, R. A., & Lawrence, R. M. (2015). Breastfeeding: A guide for the medical profession (8th ed.). Philadelphia, PA: Elsevier.

Lowdermilk, D. L., Perry, S. E., Cashion, K., Alden, K. R., & Olshansky, E. (2019). Maternity and women’s health care (12th ed.). St. Louis, MO: Mosby.

Thailand Multiple Indicator Cluster Survey. (2019). Thailand Multiple Indicator Cluster Survey 2019, Survey finding report. Retrieved from https://www.unicef.org/thailand/reports/thailand–multiple–indicator–cluster–survey–2019

The La Leche League International. (2021). Breastfeeding after cesarean birth. Retrieved from https://www.llli.org/breastfeeding–info/breastfeeding–cesarean–birth/

The American College of Obstetricians and Gynecologists. (2021). Barriers to breastfeeding: Supporting initiation and continuation of breastfeeding. Obstetrics & Gynecology, 137(2), e54–e62. doi:10.1097/AOG.0000000000004249

World Health Organization. (2018). Global breastfeeding scorecard 2018. Retrieved from https://www.who.int/nutrition/publications/infantfeeding/global–bf–scorecard–2018.pdf?ua=1

World Health Organization. (2021). Breastfeeding. Retrieved from https://www.who.int/health–topics/breastfeeding#tab=tab_1

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-06-28

รูปแบบการอ้างอิง

บัวหอม ช., ศุภวิทิตพัฒนา บ., & ศรีอาภรณ์ พ. (2025). ผลของโปรแกรมส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่อการเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดาในมารดาผ่าตัดคลอดที่มีบุตรคนแรก. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี, 36(1), 16–31. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/pnc/article/view/277431

ฉบับ

ประเภทบทความ

รายงานการวิจัย (Research Report)

หมวดหมู่