ผลลัพธ์การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแตกเฉียบพลันที่ได้รับการดูแลด้วยโปรแกรมการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ในหอผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลระยอง
คำสำคัญ:
ผลลัพธ์การดูแล, ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแตกเฉียบพลัน, หอผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง, โปรแกรมการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาแบบย้อนหลัง เพื่อศึกษาผลลัพธ์การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแตกเฉียบพลันที่ได้รับการดูแลด้วยโปรแกรมการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง กลุ่มตัวอย่างเป็นเวชระเบียนของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแตกเฉียบพลันที่ได้รับการดูแลด้วยโปรแกรมการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ในหอผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลระยอง ในปีงบประมาณ 2564 และ 2565 รวมจำนวน 417 ราย เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย แบบรวบรวมข้อมูลคุณภาพการให้บริการผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแตก โรงพยาบาลระยอง แบบประเมินระดับความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง มีค่าความเชื่อมั่น .99 และแบบประเมินระดับความพิการ มีค่าความเชื่อมั่น .84 เก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน 2566 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่ามัธยฐาน พิสัยระหว่างควอร์ไทล์ และ Wilcoxon signed-rank test
ผลการวิจัยพบว่า 1) ในปีงบประมาณ 2564 และ 2565 ผลลัพธ์การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแตกเฉียบพลันมีดังนี้ จำนวนวันนอนเฉลี่ย 9.20 วัน (SD = 9.20) โดยมีค่ามัธยฐาน 7 วัน (IQR = 8) และจำนวนวันนอนเฉลี่ย 11.80 วัน (SD = 13.60) โดยมีค่ามัธยฐาน 7 วัน (IQR = 12) ตามลำดับ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 55,676.50 บาทต่อราย (SD = 56,574.20) โดยมีค่ามัธยฐาน 32,550.63 บาทต่อราย (IQR = 52,446.69) และค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 67,715.03 บาทต่อราย (SD = 74,433.50) โดยมีค่ามัธยฐาน 39,506 บาทต่อราย (IQR = 56,509.94) ตามลำดับ อัตราการกลับมารักษาซ้ำภายใน 28 วัน ร้อยละ 0 ทั้ง 2 ปี อัตราการเกิด aspirated pneumonia ร้อยละ 1.64 และ 0.43 ตามลำดับ อัตราการเกิด urinary tract infection (UTI) ร้อยละ 2.19 และ 1.28 ตามลำดับ อัตราการเกิด pressure sore ร้อยละ 1.64 และ 0 ตามลำดับ และอัตราการเสียชีวิต ร้อยละ 25.14 และ 27.78 ตามลำดับ และ 2) ในปีงบประมาณ 2564 และ 2565 ในวันจำหน่าย ผู้ป่วยมีคะแนนระดับความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันมากกว่าในวันแรกรับอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Z = -7.500, p < .001 และ Z = -9.200, p < .001 ตามลำดับ) และผู้ป่วยมีคะแนนระดับความพิการน้อยกว่าในวันแรกรับอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Z = -4.200, p < .001 และ Z = -3.300, p < .001 ตามลำดับ)
จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า ผู้บริหารโรงพยาบาลควรส่งเสริมให้มีการจัดตั้งหอผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่สามารถให้การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบและแตกในระยะวิกฤตได้ซึ่งเป็นการพัฒนาคุณภาพการดูแลรักษาตามมาตรฐาน เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและความพิการของผู้ป่วย
เอกสารอ้างอิง
ธัญพิมล เกณสาคู, เตือนใจ สินอำไพสิทธิ์, และวีรยุทธ ศรีทุมสุข. (2563). ประสิทธิผลของแนวปฏิบัติการพยาบาลการวางแผนจำหน่ายต่อความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน การกลับเข้ารักษาซ้ำในโรงพยาบาล และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองชนิดตีบอุดตัน. วารสารพยาบาล ทหารบก, 21(3), 215–224.
นิ่มนวล ชูยิ่งสกุลทิพย์. (2549). ผลของแผนการจำหน่ายผู้ป่วยต่อความสามารถในการทำกิจกรรมของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ในโรงพยาบาลระยอง (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
พิชญา หุยากรณ์. (2562). การเปลี่ยนผ่านบทบาทและการเรียนรู้ตลอดชีวิตหลังเกษียณอายุของอาจารย์มหาวิทยาลัย (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
วัชราภรณ์ ไพโรจน์, ธัญญลักษณ์ หวังเจริญเวทย์, มารศรี มีธูป, จิระเดช คชนิล, และวราภรณ์ พรหมมา. (2567). ผลของการใช้โปรแกรมป้องกันการติดเชื้อปอดอักเสบในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง. พุทธชินราชเวชสาร, 41(3), 284–293.
วุฒิชัย มัดจุปะ, ลิสา กองเงิน, และสายหยุด นพตลุง. (2562). การพัฒนาและประสิทธิผลของการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบและแตกร่วมกันในหอผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลบุรีรัมย์. วารสารประสาทศัลยศาสตร์, 10(2), 28–38.
วุฒิชัย สมกิจ, และพิชชาอร นามเพ็ง. (2568). อุบัติการณ์และปัจจัยทำนายการเกิดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในระยะฟื้นฟู โรงพยาบาลทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, 17(1), 70–90.
วุฒิชัย สมกิจ, วไลพร ปักเคระกา, นิสากร วิบูลชัย, ธนิศรา นามบุญเรือง, รุ่งนภา ธนูชาญ, สุชัญญ์ญา เดชศิริ, ... จีรพร อินนอก. (2567). บทบาทของพยาบาลในการป้องกันการเกิดแผลกดทับในผู้ป่วยวิกฤตทางศัลยกรรมระบบประสาท. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม, 21(1), 12–27.
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารโรงพยาบาลระยอง. (2565). สถิติผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลระยอง. ระยอง: ผู้แต่ง.
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. (2567). รายงานประจำปี สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) พ.ศ. 2566. กรุงเทพฯ: ปัญญมิตร การพิมพ์. สืบค้นจาก https://www.niems.go.th/1/UploadAttachFile/2024/EBook/419848_20240527153048.pdf
สมศักดิ์ เทียมเก่า. (2566). อุบัติการณ์โรคหลอดเลือดสมองประเทศไทย. วารสารประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย, 39(2), 39–46.
Broderick, J. P., Adeoye, O., & Elm, J. (2017). Evolution of the Modified Rankin Scale and its use in future stroke trials. Stroke, 48(7), 2007–2012. doi:10.1161/STROKEAHA.117.017866
Kumar, S., Chou, S. H. Y., Smith, C. J., Nallaparaju, A., Laurido-Soto, O. J., Leonard, A. D., ... Stein, D. J. (2025). Addressing systemic complications of acute stroke: A scientific statement from the American Heart Association. Stroke, 56, e15–e29. doi:10.1161/STR.0000000000000477
Langhorne, P. (2021). The stroke unit story: Where have we been and where are we going? Cerebrovascular Disease, 50(6), 636–643. doi:10.1159/000518934
Langhorne, P., & Ramachandra, S. (2020). Organised inpatient (stroke unit) care for stroke: Network meta-analysis. The Cochrane Database of Systematic Reviews, 4(4), CD000197. doi:10.1002/14651858.CD000197
Pinzon, R. T., & Wijaya, V. O. (2020). Complications as poor prognostic factors in patients with hemorrhagic stroke: A hospital-based stroke registry. Romanian Journal of Neurology, 19(1), 12–20. doi:10.37897/RJN.2020.1.2
World Stroke Organization. (2022). Global stroke fact sheet 2022. Retrieved from https://www.world-stroke.org/assets/downloads/WSO_Global_ Stroke_Fact_Sheet.pdf
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อความ ข้อมูล และรายการอ้างอิงที่ผู้เขียนใช้ในการเขียนบทความเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียน คณะผู้จัดทำวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วยหรือร่วมรับผิดชอบ
บทความที่ได้รับการลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี หากหน่วยงานหรือบุคคลใดต้องการนำส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของบทความไปเผยแพร่ต่อเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการวารสารก่อน