ปัจจัยที่มีผลต่อการรับบริการของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในอำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์

ผู้แต่ง

  • รดามณี น้อยมา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • รุ่ง วงศ์วัฒน์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

คำสำคัญ:

การรับบริการ, ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงวิเคราะห์ภาคตัดขวาง เพื่อศึกษาการรับบริการ และปัจจัยที่มีผลต่อการรับบริการของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในอำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน 388 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามปัจจัยนำ แบบสอบถามปัจจัยจำเป็น มีค่าความเชื่อมั่นอยู่ในช่วง .76–.88 แบบสอบถามปัจจัยสนับสนุน มีค่าความเชื่อมั่นอยู่ในช่วง .71–.90 และแบบสอบถามการรับบริการ เก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม 2565 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติกแบบทวิ

ผลการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงรับบริการครบตามเกณฑ์ คิดเป็นร้อยละ 78.87 ปัจจัยที่มีผลต่อการรับบริการของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ อายุ (AOR = 3.80, 95% CI = 1.56–9.27, p < .01) ระยะเวลาที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง (AOR = 1.12, 95% CI = 1.51–2.42, p < .05) ภาวะแทรกซ้อนจากการเป็นโรคความดันโลหิตสูง (AOR = .28, 95% CI = 1.13–2.62, p < .01) การรับรู้ความรุนแรงของโรคความดันโลหิตสูง (AOR = 1.87, 95% CI = 1.83–4.23, p < .05) สถานบริการสาธารณสุขของรัฐที่ใช้บริการประจำ (AOR = 2.19, 95% CI = 1.95–5.07, p < .01) การได้รับข้อมูลข่าวสารด้วยตนเอง (AOR = 3.11, 95% CI = 1.47–6.59, p < .01) การได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข (AOR = 3.89, 95% CI = 1.34–11.27, p < .05) ความสามารถในการเข้าถึงบริการ (AOR = 7.55, 95% CI = 1.46–38.98, p < .05) แรงสนับสนุนทางสังคม (AOR = 3.10, 95% CI = 1.17–8.20, p < .05) ความมั่นใจในบริการ (AOR = 3.24, 95% CI = 2.73–14.41, p < .01) และความเสมอภาคในการเข้าถึงบริการ (AOR = 3.89, 95% CI = 3.88–17.13, p < .05)

จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขควรส่งเสริมการรับรู้ความรุนแรงของโรค ให้คำแนะนำที่เข้าใจง่าย และเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงบริการ ความมั่นใจในบริการ และความเสมอภาคในการเข้าถึงบริการ เพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงรับบริการครบตามเกณฑ์

เอกสารอ้างอิง

กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2562). ข้อมูลจำนวนและอัตราตายด้วยโรคไม่ติดต่อ โรคความดันโลหิตสูง. สืบค้นจาก https://bps.moph.go.th/new_bps/KPITemplate_MOPH

งานควบคุมโรคไม่ติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์. (2563). สถานการณ์โรคความดันโลหิตสูง จังหวัดอุตรดิตถ์. สืบค้นจาก http://gg.gg/uut3k

จักรพันธ์ เพ็ชรภูมิ. (2562). พฤติกรรมสุขภาพ: แนวคิด ทฤษฎี และการประยุกต์ใช้ (พิมพ์ครั้งที่ 3). พิษณุโลก: สํานักพิมพ์มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ทีนุชา ทันวงศ์, นิตยา เพ็ญศิรินภา, และพรทิพย์ กีระพงษ์. (2559). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการมารับบริการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยโรคเรื้อรังในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เครือข่ายสุขภาพ อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี. วารสารความปลอดภัยและสุขภาพ, 9(31), 26–36.

บัณฑิต สวรรยาวิสุทธิ์. (2561). ปัจจัยที่มีผลต่อประสบการณ์ของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาที่คลินิกโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลศรีนครินทร์. ศรีนครินทร์เวชสาร, 33(5), 451–456.

ปุลวิชช์ ทองแตง, และจันทร์จิรา สีสว่าง. (2557). ประสบการณ์ชีวิตของผู้สูงอายุไทยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง. วารสารพยาบาลทหารบก, 15(3), 288–295.

พิลารัฐ ภูระธีรานรัชต์, และอภิญญา วงศ์พิริยโยธา. (2562). ความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อด้านสุขภาพกับพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุที่รับบริการคลินิกโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลสุรินทร์. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์, 34(2), 257–272.

วัชรินทร์ ศรีสมโภชน์. (2557). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความพึงพอใจต่อคุณภาพบริการสุขภาพ ของผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่รับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้, 1(1), 1–14.

ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศด้านสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข. (2563). ข้อมูลอัตราป่วยรายใหม่. สืบค้นจาก https://hdcservice.moph.go.th

ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศด้านสาธารณสุข จังหวัดอุตรดิตถ์. (2564). จำนวนผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ขึ้นทะเบียนในสถานบริการสาธารณสุข. สืบค้นจาก https://utt.hdc.moph.go.th/hdc/main/index.php

สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย. (2563). สถานการณ์โรคไม่ติดต่อ โรคความดันโลหิตสูง. สืบค้นจาก https://hpold.anamai.moph.go.th/main.php?filename=index_th

สุจิตรา พิทักษ์. (2558). ผลของการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพในคลินิกโรคความดันโลหิตสูงโดยเภสัชกรร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านใหม่หนองหอย อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่. วารสารสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย, 5(2), 128–136.

อาณัติ วรรณะ, นิภา กิมสูงเนิน, และรัชนี นามจันทรา. (2563). การรับรู้และการจัดการเมื่อมีสัญญาณเตือนในผู้ที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท., 2(1), 30–44.

เอกชัย ชัยยาทา, ลภัสรดา หนุ่มคำ, และณิชมน รักกะเปา. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการรับประทานยาและการมาตรวจตามนัดของผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในจังหวัดลำพูน. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 28(1), 182–196.

Andersen, R. M. (1995). Revisiting the behavioral model and access to medical care: Does it matter?. Journal of Health and Social Behavior, 36(1), 1–10. doi:10.2307/2137284

Choi, S. H., & Kim, Y. H. (2016). Factors affecting Korean registered nurses’ intention to implement smoking cessation intervention. Osong Public Health and Research Perspectives, 7(1), 63–70. doi:10.1016/j.phrp.2015.11.008

Daniel, W. W., & Cross, C. L. (2018). Biostatistics: A foundation for analysis in the health sciences (11th ed.). New York: John Wiley & Sons.

Fisher, E. B., Brownson, C. A., O’Toole, M. L., Shetty, G., Anwuri, V. V., & Glasgow, R. E. (2005). Ecological approaches to self-management: The case of diabetes. American Journal of Public Health, 95(9), 1523–1535. doi:10.2105/AJPH.2005.066084

House, J. S. (1981). Work stress and social support. Reading, MA: Addison-Wesley.

Legido-Quigley, H., Naheed, A., de Silva, H. A., Jehan, I., Haldane, V., Cobb, B., … Jafar, T. H. (2019). Patients’ experiences on accessing health care services for management of hypertension in rural Bangladesh, Pakistan and Sri Lanka: A qualitative study. PLoS One, 14(1), e0211100. doi:10.1371/journal.pone.0211100

McLachlan, J. C., & Whiten, S. C. (2000). Marks, scores and grades: Scaling and aggregating student assessment outcomes. Medical Education, 34(10), 788–797. doi:10.1046/j.1365-2923.2000.00664.x

Mwenda, A. K., Kirigia, C., Kamweru, P. K., & Gitonga, L. K. (2021). Factors affecting health seeking behaviour in hypertensive patients of Imenti North sub county, Kenya. International Journal of Community Medicine and Public Health, 8(1), 37–42. doi:10.18203/2394-6040.ijcmph20205675

Rosenstock, I. M., Strecher, V. J., & Becker, M. H. (1988). Social learning theory and the health belief model. Health Education Quarterly, 15(2), 175–183. doi:10.1177/109019818801500203

Turan, G. B., Aksoy, M., & Çiftçi, B. (2019). Effect of social support on the treatment adherence of hypertension patients. Journal of Vascular Nursing, 37(1), 46–51. doi:10.1016/j.jvn.2018.10.005

World Health Organization. (2013). A global brief on hypertension silent killer, global public health crisis. Retrieved from http://www.who.int/cardiovascular_diseases/publications/global_brief_hypertension/en/

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2024-12-29

รูปแบบการอ้างอิง

น้อยมา ร., & วงศ์วัฒน์ ร. (2024). ปัจจัยที่มีผลต่อการรับบริการของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในอำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี, 35(2), 263–277. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/pnc/article/view/274495