ประสิทธิผลของการใช้แนวปฏิบัติทางคลินิกสำหรับการพยาบาลผู้ป่วยจิตเภทที่มีอาการหูแว่ว แผนกผู้ป่วยใน โรงพยาบาลสวนปรุง จังหวัดเชียงใหม่
คำสำคัญ:
ผู้ป่วยจิตเภท, อาการหูแว่ว, แนวปฏิบัติทางคลินิกบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ เพื่อศึกษาประสิทธิผลของการใช้แนวปฏิบัติทางคลินิกสำหรับการพยาบาลผู้ป่วยจิตเภทที่มีอาการหูแว่ว แผนกผู้ป่วยใน โรงพยาบาลสวนปรุง จังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ผู้ใช้แนวปฏิบัติทางคลินิก จำนวน 12 คน ผู้ป่วยจิตเภท จำนวน 22 คน และผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภท จำนวน 22 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย แนวปฏิบัติทางคลินิกสำหรับการพยาบาลผู้ป่วยจิตเภทที่มีอาการหูแว่ว แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่ผู้ใช้แนวปฏิบัติทางคลินิก แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วยจิตเภท แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภท แบบบันทึกอุบัติการณ์พฤติกรรมรุนแรงก้าวร้าว แบบประเมินความรู้สึกทุกข์ทรมานจากอาการหูแว่ว แบบบันทึกข้อมูลการกลับเข้ารับการรักษาซ้ำภายใน 28 วัน แบบวัดความพึงพอใจของเจ้าหน้าที่ผู้ใช้แนวปฏิบัติทางคลินิก แบบวัดความพึงพอใจของผู้ป่วยจิตเภท แบบวัดความพึงพอใจของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภท และแบบประเมินการดูแลตนเองภายหลังจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล มีค่าความเชื่อมั่น .81 ดำเนินการวิจัยและเก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน 2565 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า ไม่มีอุบัติการณ์พฤติกรรมรุนแรงก้าวร้าวทั้งต่อตนเองและผู้อื่นของผู้ป่วยจิตเภท คิดเป็นร้อยละ 0 ผู้ป่วยจิตเภทมีความรู้สึกทุกข์ทรมานจากอาการหูแว่วลดลง คิดเป็นร้อยละ 86.36 อัตราการกลับเข้ารับการรักษาซ้ำภายใน 28 วัน คิดเป็นร้อยละ 0 เจ้าหน้าที่ผู้ใช้แนวปฏิบัติทางคลินิกมีความพึงพอใจมาก คิดเป็นร้อยละ 100 ผู้ป่วยจิตเภทมีความพึงพอใจมาก คิดเป็นร้อยละ 100 ผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภทมีความพึงพอใจมาก คิดเป็นร้อยละ 77.27 และมีความพึงพอใจปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 22.73
จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า บุคลากรด้านสุขภาพจิตควรนำแนวปฏิบัติทางคลินิกนี้ไปใช้ในการดูแลผู้ป่วยจิตเภทที่มีอาการหูแว่ว เพื่อช่วยลดอุบัติการณ์พฤติกรรมรุนแรงก้าวร้าวทั้งต่อตนเองและผู้อื่นของผู้ป่วยจิตเภท
เอกสารอ้างอิง
กรมสุขภาพจิต. (2565). รายงานผู้ป่วยมารับบริการด้านจิตเวช ข้อมูลจากระบบศูนย์กลางการให้บริการผู้ป่วยจิตเวชของประเทศไทย กรมสุขภาพจิต ประจำปีงบประมาณ 2564. สืบค้นจาก http://dmh.go.th/report/datacenter/dmh/
จงรักษ์ ปัญญาภู. (2554). ประสิทธิผลของการใช้แนวปฏิบัติทางคลินิกสำหรับการพยาบาลผู้ป่วยจิตเภทที่มีอาการหูแว่ว โรงพยาบาลสวนปรุง จังหวัดเชียงใหม่ (การค้นคว้าแบบอิสระปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ณัฐิกา ราชบุตร, และสุริยา ราชบุตร. (2561). การบำบัดด้วยแนวคิดการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมในผู้ป่วยโรคจิตเภท: การทบทวนงานวิจัยเพื่อใช้ในการปฏิบัติในประเทศไทย. วารสารโรงพยาบาล สกลนคร, 21(1), 163–177.
ธนพล บรรดาศักดิ์. (2564). บทบาทพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยโรคจิตเภท: กรณีศึกษา. เวชสารแพทย์ทหารบก, 74(3), 221–232.
ปทานนท์ ขวัญสนิท, และมานิต ศรีสุรภานนท์. (2561). ตัววัดทางระบาดวิทยาเพื่อคำนวณภาระโรคจิตเภทในประเทศไทย. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย, 26(1), 50–62.
ผกาพันธุ์ วุฒิลักษณ์. (2561). การพยาบาลผู้ป่วยโรคจิตเภท: บทบาทและกระบวนการ. เชียงใหม่: ดีไซน์ปริ้นท์ มีเดีย.
ภัทราภรณ์ ทุ่งปันคำ. (2560). การพยาบาลผู้ที่เป็นโรคจิตเภท. คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
มันฑนา กิตติพีรชล, ปัทมา ศิริเวช, บุรินทร์ สุรอรุณสัมฤทธิ์, และวีร์ เมฆวิลัย. (2560). คู่มือการดูแลผู้ป่วยโรคจิตเภทสำหรับโรงพยาบาลในเขตสุขภาพ (ฉบับแพทย์) (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: วิคทอเรียอิมเมจ.
โรงพยาบาลสวนปรุง จังหวัดเชียงใหม่. (2562). สถิติรายงานอุบัติการณ์ กลุ่มโรคจิตเภท ปี พ.ศ. 2562. เชียงใหม่: ผู้แต่ง.
ศิริรัตน์ นิตยวัน. (2553). การพัฒนาแนวปฏิบัติทางคลินิกสำหรับการพยาบาลผู้ป่วยจิตเภทที่มีอาการหูแว่วในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (การค้นคว้าแบบอิสระปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สุดาพร สถิตยุทธการ. (2559). การกลับเป็นซ้ำในผู้ป่วยจิตเภทเรื้อรัง: สถานการณ์และแนวทางการป้องกัน. วารสารพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 28(3), 1–15.
สุพรรณี เตรียมวิศิษฎ์, ชัชนี มณีวรรณ, ธนัฐ วานิยะพงศ์, จันทิมา กาบเย็น, และกนกวรรณ สังหรณ์. (2546). ประสิทธิผลของการใช้แนวปฏิบัติทางคลินิกสำหรับป้องกันการเกิดแผลกดทับในผู้ป่วยศัลยกรรมประสาท หอผู้ป่วยศัลยกรรมชาย 3 โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (รายงานผลการวิจัย). คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่.
อำพัน จารุทัสนางกูร, โสรยา ศุภโรจนี, และกฤตนัย แก้วยศ. (2562). การพัฒนาคู่มือการบำบัดความคิดและพฤติกรรมต่อความคิดอัตโนมัติทางลบของผู้ป่วยจิตเภท. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 33(2), 105–121.
Joanna Briggs Institute. (2016). Joanna Briggs Institute reviewers’ manual: 2016 Edition. Adelaide: Author.
National Health and Medical Research Council. (1999). A guideline to the development, implementation and evaluation of clinical practice guidelines. Retrieved from http://www.nhmrc.gov.au/publications/_files/cp30.pdf
National Health and Medical Research Council. (2016). RFT for new NHMRC health evidence advice and methods panel. Retrieved from https://www.nhmrc.gov.au/guidelines-publications/information-guideline-developers
Schünemann, H. J., Wiercioch, W., Brozek, J., Etxeandia-Ikobaltzeta, I., Mustafa, R. A., Manja, V., … Akl, E. A. (2017). GRADE Evidence to Decision (EtD) frameworks for adoption, adaptation, and de novo development of trustworthy recommendations: GRADE-ADOLOPMENT. Journal of Clinical Epidemiology, 81, 101–110. doi:10.1016/j.jclinepi.2016.09.009
The AGREE Collaboration. (2013). Appraisal of guidelines for research & evaluation II. Retrieved from https://www.agreetrust.org/wp-content/uploads/2013/10/AGREE-II-Users-Manual-and-23-item-Instrument_2009_UPDATE_2013.pdf
World Health Organization. (2022). Schizophrenia. Retrieved from http://www.who.int/en/news-room/fact-sheets/detail/schizophrenia
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อความ ข้อมูล และรายการอ้างอิงที่ผู้เขียนใช้ในการเขียนบทความเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียน คณะผู้จัดทำวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วยหรือร่วมรับผิดชอบ
บทความที่ได้รับการลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี หากหน่วยงานหรือบุคคลใดต้องการนำส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของบทความไปเผยแพร่ต่อเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการวารสารก่อน