การพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันเรื่องการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพหลายขนานสำหรับพยาบาล
คำสำคัญ:
เว็บแอปพลิเคชัน, การป้องกันการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพหลายขนาน, พยาบาลบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพัฒนา เพื่อพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันเรื่องการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพหลายขนานสำหรับพยาบาล กลุ่มตัวอย่างเป็นพยาบาลที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วย อายุรกรรม โรงพยาบาลระดับตติยภูมิแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร จำนวน 42 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย แผนการออกแบบและพัฒนาเว็บแอปพลิเคชัน แบบสอบถามข้อคิดเห็นต่อเว็บแอปพลิเคชัน แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปของพยาบาล แบบทดสอบความรู้ระหว่างการเรียนผ่านเว็บแอปพลิเคชัน มีค่าความเชื่อมั่น .80 แบบทดสอบความรู้หลังการเรียนผ่านเว็บแอปพลิเคชัน มีค่าความเชื่อมั่น .82 และแบบสอบถามความพึงพอใจต่อเว็บแอปพลิเคชัน มีค่าความเชื่อมั่น .94 ดำเนินการวิจัยและเก็บรวบรวมข้อมูล 7 ขั้นตอน ในช่วงเดือนธันวาคม 2562 ถึงเดือนพฤษภาคม 2563 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน รวมทั้งหาประสิทธิภาพของเว็บแอปพลิเคชันโดยเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน E1 : E2 คือ 80 : 80
ผลการวิจัยพบว่า 1) เว็บแอปพลิเคชันเรื่องการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพหลายขนานสำหรับพยาบาล ประกอบด้วยบทเรียน รูปภาพ คลิปวิดีโอ แบบทดสอบระหว่างการเรียน และแบบทดสอบหลังการเรียน 2) ประสิทธิภาพของเว็บแอปพลิเคชัน คือ 83.47 : 82.53 ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด และ 3) พยาบาลมีคะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจต่อเว็บแอปพลิเคชันโดยรวมในระดับมากที่สุด (M = 4.77, SD = .43)
จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า ผู้บริหารทางการพยาบาลควรเผยแพร่เว็บแอปพลิเคชันนี้แก่พยาบาลที่ปฏิบัติงานในสถานบริการสุขภาพต่างๆ เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพหลายขนานเพิ่มขึ้น นำไปสู่การปฏิบัติที่ถูกต้องในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพหลายขนาน
เอกสารอ้างอิง
กิดานันท์ มลิทอง. (2548). เทคโนโลยีการศึกษาและนวัตกรรม. กรุงเทพฯ: อรุณการพิมพ์.
กุลดา พฤติวรรธน์, รัชนีย์ วงค์แสน, สุทธิพันธ์ ถนอมพันธ์, และสมรรถเนตร ตะริโย. (2560). การเพิ่มประสิทธิผลการดูแลผู้ป่วยเพื่อลดการติดเชื้อดื้อยา แผนกอายุรกรรมและศัลยกรรม โรงพยาบาลนครพิงค์. วารสารกองการพยาบาล, 44(3), 10–33.
ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2556). การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 5(1), 7–19.
ฐิติมา มานะพัฒนเสถียร. (2558). การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาหลายขนานสำหรับพยาบาลวิชาชีพ (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ถนอมพร เลาหจรัสแสง. (2561). นวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาในยุคการเรียนรู้ 4.0. เชียงใหม่: ตองสาม ดีไซน์.
ธัญญลักษณ์ วจนะวิศิษฐ. (2555). การพัฒนาและหาประสิทธิภาพบทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตรายวิชากายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา เรื่อง ระบบทางเดินหายใจ. วารสารการพยาบาลและการศึกษา, 5(1), 66–77.
นงคาร รางแดง, และดวงดาว อุบลแย้ม. (2561). การพัฒนาบทเรียนอีเลิร์นนิงแบบปฏิสัมพันธ์เพื่อใช้ในการเรียนเรื่องการตรวจสภาพจิต ของนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สระบุรี. วารสารการพยาบาล การสาธารณสุข และการศึกษา, 19(1), 169–178.
นงค์คราญ วิเศษกุล. (2562). การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนทางการพยาบาล: แนวคิดและการประยุกต์ใช้. เชียงใหม่: โชตนาพริ้นท์.
ภาณุมาศ ภูมาศ, ตวงรัตน์ โพธะ, วิษณุ ธรรมลิขิตกุล, อาทร ริ้วไพบูลย์, ภูษิต ประคองสาย, และสุพล ลิมวัฒนานนท์. (2555). ผลกระทบด้านสุขภาพและเศรษฐศาสตร์จากการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในประเทศไทย: กรณีศึกษาเบื้องต้น. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข, 6(3), 352–360.
สุทธิศรี ตระกูลสิทธิโชค, และอรทัย เหรียญทิพยะสกุล. (2561). ประสิทธิผลของการใช้สื่อการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์ รายวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่ เพื่อการเตรียมตัวสอบขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา, 24(1), 117–129.
อริสรา สุขวัจนี. (2558). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อของพยาบาลที่ปฏิบัติงานที่ห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน. วารสารพฤติกรรมศาสตร์เพื่อการพัฒนา, 7(1), 253–266.
Alessi, S. M., & Trollip, S. R. (1991). Computer based instruction: Methods and development (2nd ed.). Upper Saddle River, NJ: Prentice Hall.
Aslam, B., Wang, W., Arshad, M. I., Khurshid, M., Muzammil, S., Rasool, M. H., … Baloch, Z. (2018). Antibiotic resistance: A rundown of a global crisis. Infection and Drug Resistance, 2018(11), 1645–1658. doi:10.2147/IDR.S173867
Awoke, N., Geda, B., Arba, A., Tekalign, T., & Paulos, K. (2018). Nurses practice of hand hygiene in Hiwot Fana Specialized University Hospital, Harari Regional State, Eastern Ethiopia: Observational study. Nursing Research and Practice, 1–6. doi.org/10.1155/2018/2654947
Bassetti, M., Poulakou, G., Ruppe, E., Bouza, E., Van Hal, S. J., & Brink, A. (2017). Antimicrobial resistance in the next 30 years, humankind, bugs and drugs: A visionary approach. Intensive Care Medicine, 43(10), 1464–1475. doi:10.1007/s00134-017-4878-x
Centers for Disease Control and Prevention. (2006). Management of multidrug-resistant organisms in healthcare settings. Retrieved from http://www.cdc.gov/hicpac/pdf/MDRO/MDROGuideline2006.pdf
Centers for Disease Control and Prevention. (2018). Antibiotic / Antimicrobial resistance (AR / AMR). Retrieved from https://www.cdc.gov/drugresistance/index.html
Chen, C.-Y., Chang, R.-E., Hung, M.-C., & Lin, M.-H. (2009). Assessing the quality of a web-based learning system for nurses. Journal of Medical Systems, 33(4), 317–325. doi:10.1007/s10916-008-9193-1
Chokshi, A., Sifri, Z., Cennimo, D., & Horng, H. (2019). Global contributors to antibiotic resistance. Journal of Global Infectious Diseases, 11(1), 36–42. doi:10.4103/jgid.jgid_110_18
European Commission. (2019). EU action on antimicrobial resistance. Retrieved from https://ec.europa.eu/health/amr/antimicrobial-resistance_en
Huttner, A., Harbarth, S., Carlet, J., Cosgrove, S., Goossens, H., Holmes, A., … Pittet, D. (2013). Antimicrobial resistance: A global view from the 2013 World Healthcare-Associated Infections Forum. Antimicrobial Resistance and Infection Control, 2, 1–13. doi:10.1186/2047-2994-2-31
Kumrow, D. E. (2007). Evidence-based strategies of graduate students to achieve success in a hybrid web-based course. The Journal of Nursing Education, 46(3), 140–145. doi:10.3928/01484834-20070301-10
Mostafazadeh-Bora, M., Bahrami, M., & Hosseini, A. (2018). A survey of nurses’ compliance with hand hygiene guidelines in caring for patients with cancer in a Selected Center of Isfahan, Iran, in 2016. Iranian Journal of Nursing and Midwifery Research, 23(2), 119–124. doi:10.4103/ijnmr.IJNMR_228_16
Pittet, D., Hugonnet, S., Harbarth, S., Mourouga, P., Sauvan, V., Touveneau, S., & Perneger, T. V. (2000). Effectiveness of a hospital-wide programme to improve compliance with hand hygiene. Infection Control Programme. Lancet, 356(9238), 1307–1312. doi:10.1016/s0140-6736(00)02814-2
Wang, R., DeMaria, S., Goldberg, A., & Katz, D. (2016). A systematic review of serious games in training health care professionals. Simulation in Healthcare, 11(1), 41–51. doi: 10.1097/SIH.0000000000000118
Wolf, R., Lewis, D., Cochran, R., & Richards, C. (2008). Nursing staff perceptions of methicillin-resistant Staphylococcus aureus and infection control in a long-term care facility. Journal of the American Medical Directors Association, 9(5), 342–346. doi:10.1016/j.jamda.2008.02.003
World Health Organization. (2018). Antimicrobial resistance. Retrieved from https://www.who.int/en/news-room/fact-sheets/detail/antimicrobial-resistance
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2021 วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อความ ข้อมูล และรายการอ้างอิงที่ผู้เขียนใช้ในการเขียนบทความเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียน คณะผู้จัดทำวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วยหรือร่วมรับผิดชอบ
บทความที่ได้รับการลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี หากหน่วยงานหรือบุคคลใดต้องการนำส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของบทความไปเผยแพร่ต่อเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการวารสารก่อน