ผลของการส่งเสริมพัฒนาการเด็กสมาธิสั้นด้วยเทคนิคสโนซีเล็นในโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา

ผู้แต่ง

  • ดารินทร์ สิงห์สาธร โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา
  • วุฒิชัย เพิ่มศิริวาณิชย์ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา
  • วันเพ็ญ สุขส่ง โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา

คำสำคัญ:

การส่งเสริมพัฒนาการ, เด็กสมาธิสั้น, เทคนิคสโนซีเล็น

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง เพื่อศึกษาผลของการส่งเสริมพัฒนาการเด็กสมาธิสั้นด้วยเทคนิคสโนซีเล็น กลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กสมาธิสั้นและผู้ปกครองเด็กสมาธิสั้น ที่มารับบริการที่โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา จำนวนกลุ่มละ 24 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย แผนการส่งเสริมพัฒนาการด้วยเทคนิคสโนซีเล็น อุปกรณ์ในห้องฝึกด้วยเทคนิคสโนซีเล็น แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กสมาธิสั้นและผู้ปกครองเด็กสมาธิสั้น แบบประเมินพัฒนาการเด็ก แบบประเมินการบูรณาการประสาทรับความรู้สึก มีค่าความเชื่อมั่น .91 แบบบันทึกพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ของเด็กสมาธิสั้น และแบบบันทึกพฤติกรรมเด็กสมาธิสั้นที่บ้าน ดำเนินการทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนธันวาคม 2561 ถึงเดือนสิงหาคม 2562 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ paired t-test

ผลการวิจัยพบว่า หลังการทดลองเดือนที่ 9 เด็กสมาธิสั้นมีคะแนนเฉลี่ยพัฒนาการทั้ง 5 ด้าน สูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ ด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ (t = 7.399, p < .001) ด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก (t = 6.868, p < .001) ด้านความเข้าใจและการสื่อสาร (t = 7.439, p < .001) ด้านกิจวัตรประจำวันและการช่วยเหลือตนเอง (t = 5.412, p < .001) และด้านสังคม อารมณ์ และพฤติกรรม (t = 6.261, p < .001) และมีคะแนนเฉลี่ยการบูรณาการประสาทรับความรู้สึกทั้ง 6 ด้าน ต่ำกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ ด้านการตอบสนองต่อการถูกสัมผัส (t = 6.660, p < .001) ด้านการรักษาสมดุลของ ร่างกาย (t = 6.191, p < .001) ด้านการเคลื่อนไหวและการทรงท่า (เอ็น ข้อต่อ) (t = 6.112, p < .001) ด้านการมองเห็น (t = 6.886, p < .001) ด้านการได้ยิน (t = 8.379, p < .001) และด้านการรับรสและกลิ่น (t = 8.008, p < .001)

จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า บุคลากรทางสุขภาพควรนำแผนการส่งเสริมพัฒนาการเด็กสมาธิสั้นด้วยเทคนิคสโนซีเล็นไปใช้ในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กสมาธิสั้นหรือเด็กพิเศษประเภทอื่น

เอกสารอ้างอิง

กรมสุขภาพจิต. (2561). กรมสุขภาพจิตพลิกโฉมบริการ รพ.จิตเวชยุคใหม่. สืบค้นจาก http://dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=27799

งานเวชสารสนเทศ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา. (2561). รายงานสถิติผู้ป่วยจิตเวชเด็กและวัยรุ่น ปี 2559-2561. ชลบุรี: ผู้แต่ง.

เทียม ศรีคำจักร์, และสายฝน ซาวล้อม. (2550). สโนซีเล็น ทฤษฎีสู่การปฏิบัติ. เชียงใหม่: สมพรการพิมพ์.

พรนิภา หาญละคร, สมใจ รัตนมณี, และประกอบ ขันทอง. (2552). ผลของกลุ่มบำบัดแบบพฤติกรรมปัญญานิยมต่อความหวังและความซึมเศร้าในผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ที่ได้รับยาต้านไวรัส. รามาธิบดีพยาบาลสาร, 15(2), 206-220.

โรงพยาบาลราชานุกูล กรมสุขภาพจิต. (2540). แบบคัดกรองพัฒนาการเด็ก. สืบค้นจาก https://dmh.go.th/test/download/files/developChild.pdf

วินัดดา ปิยะศิลป์. (2550). แนวทางการช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาการเรียน. กรุงเทพฯ: สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์.

สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. (2557). แนวปฏิบัติทางคลินิกกิจกรรมบำบัด สำหรับบุคคลออทิสติกสเปคตรัม. กรุงเทพฯ: อาร์ต ควอลิไฟท์.

สิริพร ศิริฟอง, และปิยะวรรณ ศรีสุรักษ์. (2559). การลดพฤติกรรมไม่อยู่นิ่งของนักเรียนที่มีภาวะออทิสซึม โดยใช้เทคนิคสโนซีเล็นกับการเสริมแรงด้วยเบี้ยอรรถกร. วารสารศึกษาศาสตร์ ฉบับวิจัยบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 10(4), 133-137.

อภิศักดิ์ ประสมศรี, สุบิน สาวะธรรม, และกัญญารัตน์ เหล็กมูล. (2554). ผลของการบำบัดรักษาทางกิจกรรมบำบัดโดยใช้เทคนิคสโนซีเล็นที่มีต่อการลดพฤติกรรมซ้ำในเด็กออทิสติกของสถาบันราชานุกูล (รายงานผลการวิจัย). กรุงเทพฯ: สถาบันราชานุกูล.

Frisch, N. C. (2011). Group therapy. In N. C. Frisch & L. E. Frisch (Eds.), Psychiatric mental health nursing (pp. 853-868). Clifton Park, NY: Delmar.

Pajareya, K., & Nopmaneejumruslers, K. (2012). A one-year prospective follow-up study of a DIR/Floortime parent training intervention for pre-school children with autistic spectrum disorders. Journal of the Medical Association of Thailand, 95(9), 1184-1193.

Polanczyk, G., de Lima, M. S., Horta, B. L., Biederman, J., & Rohde, L. A. (2007). The worldwide prevalence of ADHD: A systematic review and metaregression analysis. The American Journal of Psychiatry, 164(6), 942-948.

Polit, D. F., & Hungler, B. P. (1999). Nursing research: Principles and methods (6th ed.). Philadelphia: J. B. Lippincott.

Townsend, M. C. (2005). Essentials of psychiatric mental health nursing (4th ed.). Philadelphia: Davis.

Tripp, G., & Wickens, J. R. (2009). Neurobiology of ADHD. Neuropharmacology, 57(7-8), 579-589.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2020-06-23

รูปแบบการอ้างอิง

สิงห์สาธร ด., เพิ่มศิริวาณิชย์ ว., & สุขส่ง ว. (2020). ผลของการส่งเสริมพัฒนาการเด็กสมาธิสั้นด้วยเทคนิคสโนซีเล็นในโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี, 31(1), 117–128. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/pnc/article/view/214684

ฉบับ

ประเภทบทความ

รายงานการวิจัย (Research Report)