ผลของโปรแกรมการกำกับตนเองต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหาร พฤติกรรมการออกกำลังกาย และระดับน้ำตาลในเลือดของประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงโรคเบาหวาน
คำสำคัญ:
โปรแกรมการกำกับตนเอง, พฤติกรรมการบริโภคอาหาร, พฤติกรรมการออกกำลังกาย, ระดับน้ำตาลในเลือด, ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงโรคเบาหวานบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการกำกับตนเองต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหาร พฤติกรรมการออกกำลังกาย และระดับน้ำตาลในเลือดของประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงโรค เบาหวาน กลุ่มตัวอย่างเป็นประชาชนเสี่ยงสูงโรคเบาหวานที่อาศัยในอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จำนวน 56 คน แบ่งออกเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ กลุ่มละ 28 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย โปรแกรมการกำกับตนเอง คู่มือความรู้เรื่องโรคเบาหวาน แบบบันทึกการกำกับตนเอง แบบสัมภาษณ์ข้อมูลส่วนบุคคล แบบสัมภาษณ์พฤติกรรมการบริโภคอาหาร มีค่าความเชื่อมั่น .69 แบบสัมภาษณ์พฤติกรรมการออกกำลังกาย มีค่าความเชื่อมั่น .86 และเครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ดำเนินการทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม 2560 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Chi-square test, paired t-test และ independent t-test
ผลการวิจัยพบว่า 1) หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการบริโภคอาหาร และคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการออกกำลังกาย สูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 2.863, p < .01 และ t = 6.483, p < .001 ตามลำดับ) และมีค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 4.592, p < .001) และ 2) หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการบริโภคอาหาร และคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการออกกำลังกาย สูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 4.500, p < .001 และ t = 6.645, p < .001 ตามลำดับ) และมีค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 3.791, p < .001)
จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า บุคลากรทางสุขภาพควรนำโปรแกรมการกำกับตนเองไปประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคอาหารและพฤติกรรมการออกกำลังกายแก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงโรคเบาหวาน เพื่อให้สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้
เอกสารอ้างอิง
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. (2556). พฤติกรรมการบริโภคหวาน มัน เค็ม. นนทบุรี: ผู้แต่ง.
กระทรวงสาธารณสุข. (2558). ประชากร 35 ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรอง และเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2558. สืบค้นจาก http://hdcservice.moph.go.th/hdc/reports/report.php?source=formated/ screen_risk.php&cat_id=6966b0664b89805a484d7ac96c6edc48&id=323a75335033c5976566d99f5ad53b33
กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. (2555). คู่มือสุขภาพสำหรับประชาชน ปรับพฤติกรรมเปลี่ยนสุขภาพคนไทย (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สามเจริญพาณิชย์ (กรุงเทพ).
ชัชลิต รัตรสาร. (2557). การระบาดของโรคเบาหวานและผลกระทบที่มีต่อประเทศไทย. สืบค้นจาก http://www.diabassocthai.org/sites/default/files/briefingbook_38.pdf
บุญใจ ศรีสถิตย์นรากูร. (2553). ระเบียบวิธีการวิจัยทางพยาบาลศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: ยูแอนด์ไอ อินเตอร์ มีเดีย.
ปภัสสร กิตติพีรชล, วรรณิภา อัศวชัยสุวิกรม, และสุวรรณา จันทร์ประเสริฐ. (2555). ผลของโปรแกรมกำกับตนเองต่อพฤติกรรมการออกกำลังกายแกว่งแขนและระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานในชุมชน. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 20(4), 21–32.
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ, สมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศไทย, กรมการแพทย์, และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. (2557). แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน พ.ศ. 2557. กรุงเทพฯ: อรุณการพิมพ์.
สารัช สุนทรโยธิน. (2556). กลไกการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2. ใน สารัช สุนทรโยธิน, และปฏิณัฐ บูรณะทรัพย์ขจร (บ.ก.), ตำราโรคเบาหวาน (น. 33–38). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี. (2558). ประชากร 35 ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรอง และเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน. สืบค้นจาก http://hdc2.cbo.moph.go.th/hdc/reports/report.php?source=formated/screen_risk.php&cat_id=6966b0664b89805a484d7ac96c6edc48&id=323a75335033c5976566d99f5ad53b33
สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. (2556). แผนงานป้องกัน ควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (เบาหวานและความดันโลหิตสูง). นนทบุรี: ผู้แต่ง.
สุกาญจน์ อยู่คง, มลินี สมภพเจริญ, ธราดล เก่งการพานิช, และทัศนีย์ รวิวรกุล. (2558). ผลของโปรแกรมการกำกับตนเองต่อพฤติกรรมการควบคุมอาหารในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. ใน เอกสารการประชุมวิชาการสุขศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 17 เรื่อง บทบาทของประชาชนกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ (น. 272–285), นนทบุรี: กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ.
สุรีพร แสงสุวรรณ, วรรณิภา อัศวชัยสุวิกรม, และพรนภา หอมสินธุ์. (2554). ผลของโปรแกรมการกำกับตนเองด้วยข้อมูลทางคลินิกต่อพฤติกรรมการรับประทานอาหารและระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 19(3), 54–64.
Alberti, K. G. M. M., Zimmet, P., & Shaw, J. (2007). International Diabetes Federation: A consensus on type 2 diabetes prevention. Diabetic Medicine, 24(5), 451–463. doi:10.1111/j.1464-5491.2007.02157.x
Bandura, A. (1986). Social foundations of thought and action: A social of cognitive theory. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.
Bock, G., Dalla Man, C., Campioni, M., Chittilapilly, E., Basu, R., Toffolo, G., … & Rizza, R. (2006). Pathogenesis of pre-diabetes: Mechanisms of fasting and postprandial hyperglycemia in people with impaired fasting glucose and/or impaired glucose tolerance. Diabetes, 55(12), 3536–3549. doi:10.2337/db06-0319
International Diabetes Federation. (2015). IDF diabetes atlas 2015 (7th ed.). Retrieved from http://www.diabassocthai.org/sites/default/files/idf_atlas_2015_uk_0.pdf
Little, R. J. A., & Rubin, D. B. (2002). Statistical analysis with missing data (2nd ed.). New York: John Wiley & Sons.
Tavakolizadeh, J., Moghadas, M., & Ashraf, H. (2014). Effect of self-regulation training on management of type 2 diabetes. Iranian Red Crescent Medical Journal, 16(4), e13506. doi:10.5812/ircmj.13506
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2021 วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อความ ข้อมูล และรายการอ้างอิงที่ผู้เขียนใช้ในการเขียนบทความเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียน คณะผู้จัดทำวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วยหรือร่วมรับผิดชอบ
บทความที่ได้รับการลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี หากหน่วยงานหรือบุคคลใดต้องการนำส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของบทความไปเผยแพร่ต่อเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการวารสารก่อน