ผลของกลุ่มจิตบำบัดแบบประคับประคองต่อการรับรู้ความสามารถของตนและความตั้งใจในการเลิกเสพสารเสพติดในวัยรุ่นที่ติดสารแอมเฟตามีน
คำสำคัญ:
กลุ่มจิตบำบัดแบบประคับประคอง, การรับรู้ความสามารถของตน, ความตั้งใจในการเลิกเสพสารเสพติด, วัยรุ่น, การติดสารแอมเฟตามีนบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง เพื่อศึกษาผลของกลุ่มจิตบำบัดแบบประคับประคองต่อการรับรู้ความสามารถของตนในการเลิกเสพสารแอมเฟตามีนและความตั้งใจในการเลิกเสพสารแอมเฟตามีน ในวัยรุ่นที่ติดสารแอมเฟตามีน กลุ่มตัวอย่างเป็นวัยรุ่นชายที่มารับการบำบัดสารแอมเฟตามีนที่ศูนย์สุขภาพชุมชนเจริญราษฎร์ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 24 คน แบ่งออกเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 12 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย แผนการทำกลุ่มจิตบำบัดแบบประคับประคอง แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามการรับรู้ความสามารถของตนในการเลิกเสพสารแอมเฟตามีน มีค่าความเชื่อมั่น .82 และแบบสอบถามความตั้งใจในการเลิกเสพสารแอมเฟตามีน มีค่าความเชื่อมั่น .94 ดำเนินการทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงวันที่ 3 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 29 ธันวาคม 2558 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน independent t-test และ two-way repeated measures ANOVA โดยทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธี Bonferroni
ผลการวิจัยพบว่า 1) ระยะหลังการทดลองเสร็จสิ้นทันที และระยะติดตามผล 1 เดือน กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยการรับรู้ความสามารถของตนในการเลิกเสพสารแอมเฟตามีน และคะแนนเฉลี่ยความตั้งใจใน การเลิกเสพสารแอมเฟตามีน สูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) และ 2) ระยะก่อนการทดลอง ระยะหลังการทดลองเสร็จสิ้นทันที และระยะติดตามผล 1 เดือน กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยการรับรู้ความสามารถของตนในการเลิกเสพสารแอมเฟตามีน และคะแนนเฉลี่ยความตั้งใจในการเลิกเสพสาร แอมเฟตามีน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001)
จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า บุคลากรทางสุขภาพควรนำหลักการทำกลุ่มจิตบำบัดแบบประคับประคองไปใช้กับผู้ติดสารเสพติดชนิดต่างๆ เพื่อเสริมสร้างการรับรู้ความสามารถของตนในการเลิกเสพสารเสพติดและความตั้งใจในการเลิกเสพสารเสพติด
เอกสารอ้างอิง
ไข่มุก ไชยเจริญ, ชนัดดา แนบเกษร, และดวงใจ วัฒนสินธุ์. (2561). ผลของโปรแกรมกลุ่มจิตบำบัดแบบประคับประคองต่อความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองและภาวะซึมเศร้าในผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี, 29(1), 1-16.
ไพฑูรย์ แสงพุ่ม, และธนะรัชต์ นามผลดี. (2550). ปกิณกะสาระ เส้นทางผู้ติดยาเสพติด. กรุงเทพฯ: ศิลป์การพิมพ์.
ภัทราภรณ์ ทุ่งปันคำ. (2551). การทำกลุ่มจิตบำบัดสำหรับบุคลากรทางสุขภาพ. เชียงใหม่: นันทพันธ์พริ้นติ้ง.
ลลดา พลคะชา. (2554). ผลของการใช้กลุ่มบำบัดตามแนวคิดของยาลอมต่อการเพิ่มคุณค่าในตนเองของวัยรุ่นชายที่เสี่ยงต่อการดื่มแอลกอฮอล์ (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
วันเพ็ญ อำนาจกิติกร. (2552). อัตมโนทัศน์ ความวิตกกังวลทางสังคม และความตั้งใจเลิกยาของผู้ติดยาเสพติดในศูนย์บำบัดรักษายาเสพติดเชียงใหม่ (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สงวน ธานี. (2547). การรับรู้ความสามารถของตนเองในกระบวนการการเลิกยาเสพติด: ศึกษาการบำบัดรักษายาเสพติดของสถาบันธัญญารักษ์ (ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). นครปฐม: มหาวิทยาลัยมหิดล.
สถาบันธัญญารักษ์. (2556). รายงานประจำปี 2556 สถิติผู้เข้ารับการบำบัดรักษา. ปทุมธานี: ผู้แต่ง.
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด. (2555). ระบบการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดของประเทศไทย. สืบค้นจาก http://www.nctc.oncb.go.th
Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. New York: W. H. Freeman.
Polit, D. F., & Hungler, B. P. (1995). Nursing research: Principles and methods (5th ed.). Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins.
Yalom, I. D. (1995). The theory and practice of group psychotherapy (4th ed.). New York: Basic Books.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2019 วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อความ ข้อมูล และรายการอ้างอิงที่ผู้เขียนใช้ในการเขียนบทความเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียน คณะผู้จัดทำวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วยหรือร่วมรับผิดชอบ
บทความที่ได้รับการลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี หากหน่วยงานหรือบุคคลใดต้องการนำส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของบทความไปเผยแพร่ต่อเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการวารสารก่อน