การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษสำหรับเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
คำสำคัญ:
เด็กปฐมวัย, ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก, การจัดการเรียนรู้, ภาษาอังกฤษบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา เพื่อพัฒนารูปแบบ และศึกษาผลของการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษสำหรับเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โดยดำเนินการตามขั้นตอน 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การศึกษา ข้อมูลพื้นฐานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสำหรับการพัฒนารูปแบบ 2) การพัฒนารูปแบบ 3) การทดลองใช้รูปแบบ และ 4) การขยายผลการใช้รูปแบบ กลุ่มตัวอย่างในการทดลองใช้รูปแบบประกอบด้วยผู้ปกครอง และเด็กอายุ 2-4 ปี ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี จำนวนกลุ่มละ 30 คน เครื่องมือการวิจัย ประกอบด้วยกิจกรรม “AEC for kids” รูปแบบ “2 teachers and parent” กิจกรรม “การเรียนรู้ร่วมกัน ในการส่งเสริมพัฒนาการทางภาษา” แบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่นอยู่ในช่วง .86-.93 และแบบประเมินดำเนินการวิจัย และเก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนพฤศจิกายน 2560 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน paired t-test และวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษสำหรับเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก มีชื่อว่า รูปแบบ “2 teachers and parent” หรือ “2TP Cooperative Learning Model” ประกอบด้วย Teacher1 คือ ครูประจำชั้น สอนคำศัพท์หรือเพลงภาษาอังกฤษง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน โดยสอดแทรกในการสอนปกติ ทุกวัน Teacher2 คือ ครูชาวต่างชาติ สอนอย่างน้อยสัปดาห์ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมง และ Parent คือ ผู้ปกครอง อ่านนิทานภาษาอังกฤษให้เด็กฟัง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละอย่างน้อย 10 นาที และ 2) ผลการใช้รูปแบบฯ พบว่าหลังดำเนินกิจกรรม “AEC for kids” และกิจกรรม “ชวนลูกอ่านนิทานสองภาษา” ผู้ปกครองมีคะแนนเฉลี่ย ความคิดเห็นด้านทักษะภาษาอังกฤษของเด็กสูงกว่าก่อนดำเนินการอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 3.210, p < .001 และ t = 7.160, p < .001 ตามลำดับ) และหลังดำเนินกิจกรรม “การเรียนรู้ร่วมกันในการส่งเสริมพัฒนาการทางภาษา” ผู้ปกครองมีคะแนนเฉลี่ยความคิดเห็นต่อกิจกรรมในระดับดีและระดับดีมาก
จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอื่นๆ ควรนำรูปแบบจากการวิจัยครั้งนี้ไปใช้ ในการส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะภาษาอังกฤษให้แก่เด็กปฐมวัย โดยปรับให้เหมาะสมกับสภาพการณ์และบริบท เพื่อให้เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการทางภาษาที่ดียิ่งขึ้น
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงสาธารณสุข. (2556). คู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย Developmental Surveillance and Promotion Manual (DSPM). นนทบุรี: ผู้แต่ง.
เกรียงศักดิ์ สยะนานนท์, และวัฒนา พัดเกตุ. (ม.ป.ป.). อายุกับการเรียนภาษาอังกฤษ และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความพอใจหรือไม่พอใจในการเรียนภาษาอังกฤษ. สืบค้นจาก http://www.human.nu.ac.th/jhnu/file/journal/2011_02_01_11_01_47-02-02-02.pdf
ณัฐวดี ศิลากรณ์. (2556). ความสามารถทางการพูดของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบหุ่น (ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
นิตยา คชภักดี. (2543). ขั้นตอนการพัฒนาของเด็กปฐมวัยตั้งแต่ปฏิสนธิ-5 ปี. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
ยุทธนา มิ่งเมือง. (2549). การบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองคูคต จังหวัดปทุมธานี (สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร. สืบค้นจาก http://www.thapra.lib.su.ac.th/objects/thesis/fulltext/snamcn/Yuthana_Mingmuang/Fulltext.pdf
ราตรี อิงมั่น. (2556). ความพึงพอใจของผู้ปกครองที่มีต่อการจัดการศึกษาปฐมวัยของโรงเรียนพันธะวัฒนา กรุงเทพมหานคร (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. สืบค้นจาก http://www.mcu.ac.th/userfiles/file/thesis/Educational-Administration/56-2-11-047.pdf
สมเกียรติ อ่อนวิมล. (2555). การใช้ภาษาอังกฤษและภาษาอื่นในภูมิภาคกับอนาคตของไทยในอาเซียน. สืบค้นจาก http://www.dla.go.th/upload/ebook
สราวดี เพ็งศรีโคตร, และจันทร์ชลี มาพุทธ. (2554). รูปแบบการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการจัดการศึกษาปฐมวัย. วารสารการศึกษาและพัฒนาสังคม, 7(1), 68-82.
สุภาภรณ์ ดำดี. (2555). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการเล่านิทานต่อพฤติกรรมเล่านิทานและความพึงพอใจต่อโปรแกรมในมารดาของเด็กวัยก่อนเรียนที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล.
อดุลย์ วังศรีคูณ. (2557). การศึกษาไทยในศตวรรษที่ 21: ผลผลิตและแนวทางการพัฒนา. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, 8(1), 1-17.
อารีย์ คำสังฆะ. (2554). การส่งเสริมความเข้าใจภาษาของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองใช้ชุดกิจกรรม “เล่นกับลูกปลูกภาษา” (ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
Epstein, J. L., Sanders, M. G., Simon, B. S., Salinas, K. C., Jansorn, N. R., & Van Voorhis, F. L. (2002). School, family, and community partnerships: Your handbook for action (2nd ed.). Thousand Oaks, CA: Corwin Press. Retrieved from https://www.govinfo.gov/content/pkg/ERIC-ED467082/pdf/ERIC-ED467082.pdf
Gardner, H. (2011). Howard Gardner’s Theory of Multiple Intelligences. Retrieved from https://www.niu.edu/facdev/_pdf/guide/learning/howard_gardner_theory_multiple_intelligences.pdf
Kaushanskaya, M., Gross, M., Sheena, E., & Roman, R. (2017). Novel morpheme learning in monolingual and bilingual children. American Journal of Speech-Language Pathology, 26(2), 301-315.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2018 วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อความ ข้อมูล และรายการอ้างอิงที่ผู้เขียนใช้ในการเขียนบทความเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียน คณะผู้จัดทำวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วยหรือร่วมรับผิดชอบ
บทความที่ได้รับการลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี หากหน่วยงานหรือบุคคลใดต้องการนำส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของบทความไปเผยแพร่ต่อเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการวารสารก่อน