ความเครียดจากการทำงานของพยาบาลห้องผ่าตัด ณ โรงพยาบาลตติยภูมิขั้นสูงแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพมหานคร

ผู้แต่ง

  • พลอยชนกภรณ์ กุลวัฒนาพันธ์ มหาบัณฑิต คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • นวรัตน์ สุวรรณผ่อง คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • นพพร โหวธีระกุล คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • มธุรส ทิพยมงคลกุล คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

คำสำคัญ:

ความเครียดจากการทำงาน, คุณลักษณะงาน, บรรยากาศองค์กร, การจัดการความเครียด, พยาบาลห้องผ่าตัด

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบภาคตัดขวาง เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะส่วนบุคคล คุณลักษณะงาน บรรยากาศองค์กร และการจัดการความเครียด กับความเครียดจากการทำงาน และปัจจัยทำนาย ความเครียดจากการทำงานของพยาบาลห้องผ่าตัด กลุ่มตัวอย่างเป็นพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในห้องผ่าตัด จำนวน 226 คน เครื่องมือการวิจัยเป็นแบบสอบถาม แบ่งออกเป็น 5 ส่วน ได้แก่ คุณลักษณะส่วนบุคคล คุณลักษณะ งาน มีค่าความเชื่อมั่น .86 บรรยากาศองค์กร มีค่าความเชื่อมั่น .92 การจัดการความเครียด มีค่าความเชื่อมั่น .74 และความเครียดจากการทำงาน มีค่าความเชื่อมั่น .93 เก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน 2558 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้น อย่างง่าย และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน

ผลการวิจัยพบว่า 1) คุณลักษณะงานโดยรวมอยู่ในระดับดี คิดเป็นร้อยละ 60.70 บรรยากาศองค์กรโดยรวม การจัดการความเครียดโดยรวม และความเครียดจากการทำงานโดยรวม อยู่ในระดับปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 50.70,76.10 และ 57.70 ตามลำดับ 2) รายได้ การได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับการจัดการความเครียด คุณลักษณะงาน ทั้ง 5 คุณลักษณะ บรรยากาศองค์กรทั้ง 4 ส่วน และการจัดการความเครียด มีความสัมพันธ์ทางลบกับความเครียด จากการทำงานของพยาบาลห้องผ่าตัดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และ 3) นโยบายและการบริหารองค์กร และเอกลักษณ์ ของงาน สามารถร่วมกันทำนายความเครียดจากการทำงานได้ร้อยละ 16.80 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (adj. R2 = .168, p < .001)

จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่าผู้บริหารควรเปิดโอกาสให้พยาบาลห้องผ่าตัดมีส่วนร่วมในการบริหาร จัดการและการกำหนดนโยบายที่มีผลต่อการปฏิบัติงาน รวมทั้งจัดอบรมความรู้เกี่ยวกับกระบวนการผ่าตัดที่ก้าวหน้า การใช้งานเครื่องมือหรืออุปกรณ์พิเศษต่างๆ เพื่อให้งานมีเอกลักษณ์ที่เด่นชัด มีความสำคัญ อันจะส่งเสริมให้เกิด แรงจูงใจในการคงอยู่ในวิชาชีพต่อไป

เอกสารอ้างอิง

กาญจนา วิเชียรประดิษฐ์, ทนงศักดิ์ ยิ่งรัตนสุข, และศรีรัตน์ ล้อมพงศ์. (2556). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเครียดจากการทำงานของพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัยที่อยู่ในกำกับของรัฐ. ใน รายงานการประชุมวิชาการบัณฑิตศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 2 (น. 582-593). ม.ป.ท.

ทิวา กลั่นเรืองแสง. (2552). ปัจจัยที่มีผลต่อความเครียดในการปฏิบัติงานของพยาบาลห้องผ่าตัดโรงพยาบาลตำรวจ. สารวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ, 8(1), 12-23.

ปาณิภา เสียงเพราะ. (2557). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเครียดจากการทำงานของพยาบาลในโรงพยาบาลเฉพาะทางโรคมะเร็ง เขตภาคกลาง. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 8(1), 17-27.

พลภัทร เจริญเวียงเวชกิจ. (2551). ความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะงาน บรรยากาศองค์การ และความเชื่ออำนาจควบคุม กับความเครียดในการทำงานของพนักงานบริษัทเอกชน (การค้นคว้าแบบอิสระปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

มรรยาท รุจิวิชชญ์. (2556). การจัดการความเครียดเพื่อสร้างเสริมสุขภาพจิต (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

เรณู อาจสาลี. (2550). การพยาบาลผู้ที่มารับการผ่าตัด (Perioperative nursing). กรุงเทพฯ: เอ็น ที เพรส.

สมส่วน พงศ์เจริญ. (2544). ความสัมพันธ์ระหว่างอัตมโนทัศน์ ประสบการณ์การทำงาน และบรรยากาศองค์การ กับความเครียดของพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลชุมชน (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.

สุวรรณี ลิ่มศิลา. (2547). ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเผชิญความเครียดของพยาบาลห้องผ่าตัด โรงพยาบาลรามาธิบดี (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). นครนายก: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

อังศินันท์ อินทรกำแหง. (2551). การสังเคราะห์งานวิจัยที่เกี่ยวกับความเครียดและการเผชิญความเครียดของคนไทย. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

อารยา สัมพันธพงษ์. (2557). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อความเครียดของเจ้าหน้าที่พยาบาลแผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยในสังกัดของรัฐแห่งหนึ่ง (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล.

เอื้ออารี เพ็ชรสุวรรณ. (2555). คุณภาพชีวิตการทำงานของพยาบาลโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง. วารสารเกื้อการุณย์, 19(2), 103-117.

Azizpour, Y., Shohani, M., Sayehmiri, K., & Kikhavani, S. (2013). A survey on the associated factors of stress among operating room personnel. Thrita Journal of Medical Sciences, 2(3), 19-23.

Bailey, J. T., Steffen, S. M., & Grout, J. W. (1980). The stress audit: Identifying the stressors of ICU nursing. Journal of Nursing Education, 19(6), 15-25.

Hackman, J. R., & Oldham, G. R. (1980). Work redesign. Reading, MA: Addison-Wesley.

Jalowiec, A., Murphy, S. P., & Powers, M. J. (1984). Psychometric assessment of the Jalowiec Coping Scale. Nursing Research, 33(3), 157-161.

Steers, R. M. (1977). Organizational effectiveness: A behavior view. Santa Monica, CA: Goodyear.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-12-21

รูปแบบการอ้างอิง

กุลวัฒนาพันธ์ พ., สุวรรณผ่อง น., โหวธีระกุล น., & ทิพยมงคลกุล ม. (2018). ความเครียดจากการทำงานของพยาบาลห้องผ่าตัด ณ โรงพยาบาลตติยภูมิขั้นสูงแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพมหานคร. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี, 29(2), 1–12. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/pnc/article/view/161822

ฉบับ

ประเภทบทความ

รายงานการวิจัย (Research Report)