ผลของโปรแกรมส่งเสริมการออกกำลังกายด้วยแอโรบิคฮูลาฮูป และการให้ความรู้ด้านโภชนาการ ร่วมกับการสนับสนุนทางสังคม ต่อดัชนีมวลกาย เส้นรอบเอว และระดับไขมันในเลือดของผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคอ้วนลงพุง
คำสำคัญ:
การออกกำลังกาย, แอโรบิคฮูลาฮูป, โรคอ้วนลงพุงบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมส่งเสริมการออกกำลังกายด้วยแอโรบิคฮูลาฮูป และการให้ความรู้ด้านโภชนาการ ร่วมกับการสนับสนุนทางสังคม ต่อดัชนีมวลกาย เส้นรอบเอว และระดับไขมันในเลือดของผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคอ้วนลงพุง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคอ้วนลงพุง จำนวน 38 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วยโปรแกรมส่งเสริมการออกกำลังกายด้วยแอโรบิคฮูลาฮูป แนวทางการให้ความรู้ด้านโภชนาการ และการสนับสนุนทางสังคม อุปกรณ์การออกกำลังกายด้วยแอโรบิคฮูลาฮูป อุปกรณ์การตรวจร่างกาย แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบบันทึกข้อมูลจากการประเมินภาวะสุขภาพ และแบบบันทึกการรับประทานอาหารและการคำนวณพลังงานประจำวัน ดำเนินการทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม 2556 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ ความถี่ ร้อยละ paired t-test และ repeated measure ANOVA โดยทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธี LSD
ผลการวิจัยพบว่า 1) หลังการทดลองในสัปดาห์ที่ 8 และ 12 ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคอ้วนลงพุงมีค่าเฉลี่ยดัชนีมวลกายน้อยกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (F = 1.358, p < .05 และ F = 1.201, p < .05 ตามลำดับ) 2) หลังการทดลองในสัปดาห์ที่ 4, 8, 12 และ 16 ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคอ้วนลงพุงมีค่าเฉลี่ยเส้นรอบเอวน้อยกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (F = 2.711, p < .001; F = 5.079, p < .001; F = 6.737, p < .001 และ F = 7.908, p < .001 ตามลำดับ) และ 3) หลังการทดลองในสัปดาห์ที่ 12 ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคอ้วนลงพุงมีค่าเฉลี่ยระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดน้อยกว่าก่อนการทดลอง และมีค่าเฉลี่ยระดับไขมันเอชดีแอลโคเลสเตอรอลในเลือดมากกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 4.840, p < .001 และ t = 3.690, p < .001 ตามลำดับ)
จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่าบุคลากรทางสุขภาพควรนำการออกกำลังกายด้วยแอโรบิคฮูลาฮูปไปประยุกต์ใช้กับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคอ้วนลงพุงอย่างเป็นรูปธรรม โดยจัดทำเป็นวีดิทัศน์การออกกำลังกาย และดำเนินการให้เหมาะสมทั้งด้านระยะเวลา ความถี่ และความต่อเนื่อง รวมทั้งส่งเสริมให้มีการจัดตั้งกลุ่มหรือชมรมออกกำลังกายด้วยแอโรบิคฮูลาฮูป
เอกสารอ้างอิง
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. (2555). แนวทางเวชปฏิบัติการป้องกันและดูแลรักษาโรคอ้วน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2553). แนวทางเวชปฏิบัติโรคอ้วน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กฤษณ์ ไกรภักดี. (2553). Exercise in metabolic syndrome. สืบค้น 13 มกราคม 2556, จาก http//:www.chiromedbangkok.com
แจ่มใส จันทร์กลาง. (2552). กิจกรรมเข้าจังหวะที่มีผลต่อความสามารถในการทำงานและระดับไขมันในเลือดของคนวัยทำงาน อายุ 40-59 ปี (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ชัยชาญ ดีโรจนวงศ์. (2554). ยาและการผ่าตัดรักษาอ้วนและอ้วนลงพุง. ใน วรรณี นิธิยานันท์. (บ.ก.). อ้วนและอ้วนลงพุง. หน้า 116-127. กรุงเทพฯ: สุขุมวิทมีเดียมาร์เก็ตติ้ง.
ชาญวิทย์ โคธีรานุรักษ์. (2549). สรีรวิทยาการออกกำลังกาย. ใน เอกสารการประชุมสัมมนาเวทีวิชาการ การเคลื่อนไหวร่างกายและการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ. นนทบุรี: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.
ณัฐวุธ สิบหมู่. (บ.ก.). (2553). เภสัชวิทยา: เนื้อหาสำคัญและแบบฝึกหัด. กรุงเทพฯ: โฮลิสติก พับลิชชิ่ง.
นลินี แข็งสาริกิจ. (2551). ผลของการออกกำลังกายแบบฟ้อนเจิง มช. ต่อระดับไขมันในเลือดในผู้สูงอายุที่มีความผิดปกติของระดับไขมันในเลือด (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ปุณยวีส์ วราเศรษฐกานนท์. (2554). ผลของการออกกำลังกายด้วยฮูลาฮูปที่มีต่อเส้นรอบวงเอวและเส้นรอบวงสะโพกของผู้หญิง (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). นครนายก: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ไพโรจน์ มาลากุล ณ อยุธยา. (2554). กล้ามเนื้อกระชับสัดส่วนด้วยฮูลาฮูป. สืบค้น 14 มกราคม 2558, จาก http//:www.goodfoodgoodlifein.th
รุ่งชัย ชวนไชยะกูล. (2554). ฮูลาฮูป…ทางเลือกที่เหมาะสมกับคุณ (จริงหรือ??). สืบค้น 3 มกราคม 2556, จาก http//:www.spk.onab.go.th
วณิชา กิจวรพัฒน์. (2554). พิชิตอ้วน พิชิตพุง กรมอนามัยส่งเสริมคนไทยไร้พุง. นนทบุรี: สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.
วิชัย เอกพลากร. (2554). ระบาดวิทยาของภาวะอ้วนและอ้วนลงพุง. ใน วรรณี นิธิยานันท์. (บ.ก.). อ้วนและอ้วนลงพุง. หน้า 9-15. กรุงเทพฯ: สุขุมวิทมีเดียมาร์เก็ตติ้ง.
ษารินทร์ สิงห์สวัสดิ์. (2555). ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยฮูลาฮูปต่อการรับรู้ความสามารถของตนเอง เส้นรอบเอว และระดับไขมันในเลือดของบุคลากรสุขภาพ (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). นครปฐม: มหาวิทยาลัยมหิดล.
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล. (2557). รายงานสุขภาพคนไทย 2557. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง.
สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ. (บ.ก.). (2554). การสาธารณสุขไทย 2551-2553. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.
อำไพ ทองแบน. (2550). ผลของการออกกำลังกายต่อการลดระดับไขมันในเลือดของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.
American College of Sports Medicine. (2006). ACSM’s resource manual for guideline for exercise testing and prescription (4th ed.). Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkin.
Chatngern, D. (2008). The association between lifestyle and metabolic syndrome among male naval personal in Bangkok and Suburban (master thesis). Nakornpatom: Mahidol University.
House, J. S. (1981). Work stress and social support. Reading, MA: Addision-Wesley.
International Diabetes Federation. (2006). The IDF consensus worldwide definition of the metabolic syndrome. Retrieved December 8, 2010, from http://www.idf.org
Thompson, P. D., et al. (2003). Exercise and physical activity in the prevention and treatment of atherosclerotic cardiovascular disease: A statement from the Council on Clinical Cardiology (Subcommittee on Exercise, Rehabilitation, and Prevention) and the Council on Nutrition, Physical Activity, and Metabolism (Subcommittee on Physical Activity). Circulation, 107(24), 3109-3116.
Wiklund, P., et al. (2008). Abdominal and gynoid fat mass are associated with cardiovascular risk factor in men and women. Endocrine Care, 93(11), 4360-4366.
Zaliunas, R., et al. (2008). Prevalence of metabolic syndrome components in patients with acute coronary syndromes. Medicina, 44(3), 182-188.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2018 วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อความ ข้อมูล และรายการอ้างอิงที่ผู้เขียนใช้ในการเขียนบทความเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียน คณะผู้จัดทำวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วยหรือร่วมรับผิดชอบ
บทความที่ได้รับการลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี หากหน่วยงานหรือบุคคลใดต้องการนำส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของบทความไปเผยแพร่ต่อเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการวารสารก่อน