ผลของโปรแกรมกลุ่มจิตบำบัดแบบประคับประคองต่อความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองและภาวะซึมเศร้าในผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2
คำสำคัญ:
กลุ่มจิตบำบัดแบบประคับประคอง, ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง, ภาวะซึมเศร้า, ผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมกลุ่มจิตบำบัดแบบประคับประคองต่อความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองและภาวะซึมเศร้าในผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มารับการตรวจรักษาที่คลินิกเบาหวาน แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลวังจันทร์ จังหวัดระยอง จำนวน 24 คน แบ่งออกเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 12 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วยโปรแกรมกลุ่มจิตบำบัดแบบประคับประคอง แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง มีค่าความเชื่อมั่น .83 และแบบประเมินภาวะซึมเศร้า มีค่าความเชื่อมั่น .84 ดำเนินการทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงวันที่ 14 กันยายน ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบไคสแควร์ independent t-test, two-way repeated measure ANOVA และ repeated measure ANOVA โดยทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธี Bonferroni
ผลการวิจัยพบว่า 1) ระยะหลังการทดลองเสร็จสิ้นทันที กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองสูงกว่ากลุ่มควบคุม และมีคะแนนเฉลี่ยภาวะซึมเศร้าต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (F = 23.560, p < .001 และ F = 38.920, p < .001 ตามลำดับ) 2) ระยะติดตามผล 1 เดือน กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองสูงกว่ากลุ่มควบคุม และมีคะแนนเฉลี่ยภาวะซึมเศร้าต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (F = 42.420, p < .001 และ F = 63.460, p < .001 ตามลำดับ) และ 3) กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง และคะแนนเฉลี่ยภาวะซึมเศร้า แต่ละระยะแตกต่างกันอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติ (p < .001)
จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่าบุคลากรทางสุขภาพควรนำรูปแบบของการทำกลุ่มจิตบำบัดแบบประคับประคองนี้ไปใช้ เพื่อเสริมสร้างความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองและลดภาวะซึมเศร้าให้กับผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2
เอกสารอ้างอิง
เกสร มุ้ยจีน, มรรยาท รุจิวิชชญ์, และชมชื่น สมประเสริฐ. (2555). ผลของโปรแกรมการผ่อนคลายกล้ามเนื้อแบบก้าวหน้าร่วมกับกลุ่มจิตบำบัดแบบประคับประคองต่อระดับความซึมเศร้าของผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 26(1), 19-34.
ชนัดดา แนบเกษร. (2549). เอกสารประกอบการสอนเรื่อง พยาธิสรีรวิทยาและเภสัชวิทยาเพื่อการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวชขั้นสูง. ชลบุรี: ภาควิชาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวช คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.
ชลิยา วามะลุน, จิรังกูร ณัฐรังสี, พัชนี เทพาอภิรักษ์, และศิริลักษณ์ เงยวิจิตร. (2551). การเสริมสร้างความหวังและความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่มีภาวะซึมเศร้า: กรณีศึกษาศูนย์มะเร็งอุบลราชธานี. วารสารโรคมะเร็ง, 28(2), 55-63.
ดลฤดี เพชรสุวรรณ. (2548). Depressive disorder: Etiology and clinical feature. สืบค้น 24 มกราคม 2558, จาก http://www.ramamental.com/topics/int494.pdf
ประคอง อินทรสมบัติ. (2536). แนวคิดในการดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์, 13(4), 14-22.
ผ่องศรี ศรีมรกต. (2536). ผลของการให้คำปรึกษาแบบประคับประคองต่อการรับรู้ภาวะความเจ็บป่วย ระดับความรู้สึกมีคุณค่าแห่งตน และขวัญกำลังใจในผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกที่ได้รับรังสีรักษา (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล.
ภาวนา กีรติยุตวงศ์. (2546). การพยาบาลผู้ป่วยเบาหวาน: มโนมติสำคัญสำหรับการดูแล (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: พี. เพรส.
มาโนช หล่อตระกูล. (2550). เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคซึมเศร้า. กรุงเทพฯ: วิสุทธิ์การพิมพ์.
ลลดา พลคะชา. (2554). ผลของโปรแกรมกลุ่มบำบัดตามแนวคิดของยาลอมต่อการเพิ่มคุณค่าในตนเองของวัยรุ่นชายที่เสี่ยงต่อการติดแอลกอฮอล์ (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
ลัดดา แสนสีหา. (2536). ความซึมเศร้าและความคิดอัตมโนทัศน์ในทางลบของวัยรุ่นตอนปลาย (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
วรัทยา ทัดหล่อ. (2554). ปัจจัยทำนายภาวะซึมเศร้าในผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ในเขตชุมชนเมือง จังหวัดชลบุรี (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
สมภพ เรืองตระกูล. (2547). ความเครียดและอาการทางจิตเวช. กรุงเทพฯ: เรือนแก้วการพิมพ์.
สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2556). ข้อมูลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง. สืบค้น 24 มกราคม 2558, จาก http://thaincd.com/information-statistic/non-communicable-disease-data.php
American Diabetes Association (ADA). (2011). Diagnosis and classification of diabetes mellitus. Retrieved January 24, 2015, from http://www.care.diabetesjournals.org/content/27/suppl_1/s5.full.pdf
Antai-Otong, D. (2003). Psychiatric nursing: Biological & behavioral Concepts. New York: Thomson Delmar Learning.
Beck, A. T. (1967). Depression: Clinical, experimental, and theoretical aspects. New York: Hoeber Medical Division.
Gibson, J. T. (1980). Psychology for the classroom (2nd ed.). Englewood Cliff, NJ: Prentice-Hall.
Kaplan, H. I., Sadock, B. J., & Grebb, J. A. (1994). Kaplan & Sadock’s synopsis of psychiatry: Behavioral sciences/clinical psychiatry (7th ed.). Maryland: Williams & Wilkins.
Primomo, J., Yates, B. C., & Woods, N. F. (1990). Social support for women during chronic illness: The relationship among sources and types to adjustment. Research in Nursing & Health, 13(3), 153-161.
Rosenberg, M. (1965). Society and the adolescent self-image. Princeton: Princeton University Press.
Yalom, I. D. (1995). The theory and practice of group psychotherapy (4th ed.). New York: Basic Book.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2018 วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อความ ข้อมูล และรายการอ้างอิงที่ผู้เขียนใช้ในการเขียนบทความเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียน คณะผู้จัดทำวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วยหรือร่วมรับผิดชอบ
บทความที่ได้รับการลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี หากหน่วยงานหรือบุคคลใดต้องการนำส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของบทความไปเผยแพร่ต่อเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการวารสารก่อน