ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการฆ่าตัวตายในผู้ใหญ่ตอนต้น
คำสำคัญ:
ผู้ใหญ่ตอนต้น, พฤติกรรมการฆ่าตัวตาย, ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง, การสนับสนุนทางสังคม, ความหวังบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาแบบหาความสัมพันธ์เชิงทำนาย เพื่อศึกษาพฤติกรรมการฆ่าตัวตาย และปัจจัยทำนายพฤติกรรมการฆ่าตัวตายในผู้ใหญ่ตอนต้น กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ใหญ่ตอนต้นที่เข้ารับบริการที่คลินิกสุขภาพจิตและจิตเวชในโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง และแพร่ รวมจำนวน 89 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง มีค่าความเชื่อมั่น .80 แบบสอบถามการสนับสนุนทางสังคม มีค่าความเชื่อมั่น .80 แบบประเมินความหวังของเฮิร์ท มีค่าความเชื่อมั่น .80 และแบบสัมภาษณ์พฤติกรรมการฆ่าตัวตาย มีค่าความเชื่อมั่น 1 เก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม 2564 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน
ผลการวิจัยพบว่า ผู้ใหญ่ตอนต้นส่วนใหญ่มีความเสี่ยงในการฆ่าตัวตายระดับน้อย คิดเป็นร้อยละ 79.77 และการสนับสนุนทางสังคมเป็นตัวแปรเดียวที่สามารถทำนายพฤติกรรมการฆ่าตัวตายในผู้ใหญ่ตอนต้นได้ร้อยละ 33.90 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (R2 = .339, p < .01)
จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า พยาบาลจิตเวชควรส่งเสริมให้ผู้รับบริการได้รับการสนับสนุนทางสังคมอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันการเกิดพฤติกรรมการฆ่าตัวตาย
เอกสารอ้างอิง
กรมสุขภาพจิต. (2562). สถานการณ์การฆ่าตัวตายในประเทศไทย. สืบค้นจาก https://www.thaihealth.or.th/10-ตุลาคม-วันสุขภาพจิตโลก
ทิชากร ทองกลีบ, ศิริรัตน์ คุปติวุฒิ, และนที วีรวรรณ. (2565). สิ่งกระตุ้นเครียดของผู้ป่วยโรคการปรับตัวผิดปกติที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลศิริราช และปัจจัยที่สัมพันธ์กับความไวต่อสิ่งกระตุ้นเครียดและพฤติกรรมพยายามฆ่าตัวตาย. เวชบันทึกศิริราช, 15(2), 78–85.
เบญจมาภรณ์ รุ่งสาง, นุจรี ไชยมงคล, และวรรณี เดียวอิศเรศ. (2560). ปัจจัยทำนายการคิดฆ่าตัวตายในวัยรุ่นชาวไทย. วารสารพยาบาลทหารบก, 18(1), 64–73.
ประภาศรี ทุ่งมีผล. (2548). การสนับสนุนทางสังคม ความพร้อมในการดูแล และความเครียดของมารดาเด็กออทิสติก (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ผ่องศรี ศรีมรกต. (2536). ผลของการให้คำปรึกษาแบบประคับประคองต่อการรับรู้ภาวะความเจ็บป่วย ระดับความรู้สึกมีคุณค่าแห่งตน และขวัญกำลังใจในผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกที่ได้รับรังสีรักษา (ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล.
พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์, สุวรรณา อรุณพงค์ไพศาล, สุวัฒน์ มหัตนิรันดร์กุล, ธรณินทร์ กองสุข, กอบโชค จูวงษ์, หทัยชนนี บุญเจริญ, และอัจฉรา จรัสสิงห์. (2550). Mini International Neuropsychiatric Interview Thai version 5.0.0-Revised 2007. สืบค้นจาก http://www.skph.go.th/newskph/Doc_file/Miti4_MINIInterview5.0.pdf
มาโนช หล่อตระกูล. (2553). การฆ่าตัวตาย: การรักษาและการป้องกัน. กรุงเทพฯ: บียอนด์ เอ็นเทอร์ไพรซ์.
ศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายระดับชาติ โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์. (2562). รายงานอัตราฆ่าตัวตายต่อประชากรแสนคนแยกตามจังหวัด. สืบค้นจาก https://suicide.dmh.go.th/report/suicide/stat_province.asp?noyear=2560
สมบัติ สกุลพรรณ์. (2562). ศาสตร์เพื่อป้องกันอัตวินิบาตกรรม (การฆ่าตัวตาย): รายวิชาที่เปิดสอนแบบฟรีออนไลน์ในระบบ Thai MOOC. สืบค้นจาก https://lms.thaimooc.org/courses/course-v1:CMU+CMU025+2019/course/
สมบัติ สกุลพรรณ์. (2564). การพยาบาลผู้มีพฤติกรรมการฆ่าตัวตาย. คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่. (2563). รายงานสถานการณ์สุขภาพจิตในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่. เชียงใหม่: ผู้แต่ง.
สุกัญญา เมืองมาคํา, สมบัติ สกุลพรรณ์, และหรรษา เศรษฐบุปผา. (2563). สัมพันธภาพในครอบครัวและความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายของผู้มารับบริการที่คลินิกสุขภาพจิตและจิตเวช. พยาบาลสาร, 47(3), 240–252.
สุนทรี วัฒนเบญจโสภา. (2543). ผลของกลุ่มจิตบำบัดแบบประคับประคองต่อความหวังของผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกที่ได้รับรังสีรักษา (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สุรชัย เฉนียง, ปาริชาติ เมืองขวา, และกมลนัทธ์ คล่องดี. (2564). การรับรู้ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายและครูเกี่ยวกับสาเหตุและการป้องกันการฆ่าตัวตายในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครพนม. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล, 37(1), 38–50.
อภิชัย มงคล. (2553). เผย ปี 53 คนไทยฆ่าตัวตาย เฉลี่ยวันละ 10 ราย. สืบค้นจาก https://health.kapook.com/view31178.html
Chang, E. C. (2017). Hope and hopelessness as predictors of suicide ideation in Hungarian college students. Death Studies, 41(7), 455–460. doi:10.1080/07481187.2017.1299255
Herth, K. (1992). Abbreviated instrument to measure hope: Development and psychometric evaluation. Journal of Advanced Nursing, 17(10), 1251–1259. doi:10.1111/j.1365-2648.1992.tb01843.x
International Association for Suicide Prevention. (2012). Briefing on suicide prevention: Risk and protective factors. Retrieved from https://www.iasp.info/resources/
Li, W., Dorstyn, D. S., & Jarmon, E. (2020). Identifying suicide risk among college students: A systematic review. Death Studies, 44(7), 450–458. doi:10.1080/07481187.2019.1578305
Park, Y. (2017). Effects of depression, self-esteem, and social support on suicidal ideation in college students. Child Health Nursing Research, 23(1), 111–116. doi:10.4094/chnr.2017.23.1.111
Rosenberg, M. (1965). Society and the adolescent self-image. Princeton, NJ: Princeton University Press.
Soto-Sanz, V., Piqueras, J. A., Rodríguez-Marín, J., Pérez-Vázquez, T., Rodríguez-Jiménez, T., Castellví, P., … Alonso, J. (2019). Self-esteem and suicidal behaviour in youth: A meta-analysis of longitudinal studies. Psicothema, 31(3), 246–254. doi:10.7334/psicothema2018.339
Tabachnick, B. G., & Fidell, L. S. (2007). Using multivariate statistics (5th ed.). New York: Allyn & Bacon/Pearson Education.
Weinert, C. (2000). Social support in cyberspace for women with chronic illness. Rehabilitation Nursing, 25(4), 129–135. doi:10.1002/j.2048-7940.2000.tb01887.x
World Health Organization. (2021). Suicide worldwide in 2019: Global health estimates. Geneva: Author.
World Health Organization. (2022). Suicide: Facts and figures globally. Retrieved from https://iris.who.int/handle/10665/360460
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อความ ข้อมูล และรายการอ้างอิงที่ผู้เขียนใช้ในการเขียนบทความเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียน คณะผู้จัดทำวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วยหรือร่วมรับผิดชอบ
บทความที่ได้รับการลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี หากหน่วยงานหรือบุคคลใดต้องการนำส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของบทความไปเผยแพร่ต่อเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการวารสารก่อน