ผลของโปรแกรมการเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัดต่อความรู้ ความวิตกกังวลและความพึงพอใจคุณภาพบริการของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่มารับการผ่าตัดปลูกถ่ายไต โรงพยาบาลขอนแก่น
คำสำคัญ:
โปรแกรมการเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัด ความวิตกกังวล ความพึงพอใจ โรคไตเรื้อรัง การปลูกถ่ายไตบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental Design) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)เปรียบเทียบคะแนนความรู้เรื่องการปฏิบัติตัวก่อนผ่าตัดปลูกถ่ายไตระหว่างกลุ่มที่ได้รับการเตรียมความพร้อมก่อนเข้ารับการผ่าตัด (กลุ่มทดลอง) กับกลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ (กลุ่มควบคุม) 2) เปรียบเทียบระดับความวิตกกังวล ระหว่างกลุ่มที่ได้รับการเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัด (กลุ่มทดลอง) กับกลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ (กลุ่มควบคุม) 3) เปรียบเทียบระดับความพึงพอใจต่อคุณภาพบริการ ระหว่างกลุ่มที่ได้รับการเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัด (กลุ่มทดลอง) กับกลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ (กลุ่มควบคุม) กลุ่มตัวอย่างคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจงที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดและสมัครใจเข้าร่วมการศึกษา จำนวน 18 คน ดำเนินการศึกษาโดยใช้กระบวนการคุณภาพ PDSA cycle 4 ขั้นตอน คือ ระยะที่ 1 วิเคราะห์สถานการณ์และปัญหาในหน่วยงาน ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบการเสริมสร้างความรอบรู้สุขภาพ ตามแนวคิดของ Sorensen ระยะที่ 3 ทดลองใช้รูปแบบและปรับปรุง ระยะที่ 4 ประเมินประสิทธิผล เครื่องมือในการศึกษา แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือโปรแกรมการเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัดปลูกถ่ายไตจากผู้บริจาคสมองตายของผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย คือคู่มือการปฏิบัติตัวก่อนผ่าตัดปลูกถ่ายไต วีดีทัศน์และ 2) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล เครื่องมือวัดระดับความวิตกกังวลและความพึงพอใจคุณภาพบริการก่อนผ่าตัด โดยใช้สถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบ ความรู้เกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนผ่าตัด ความวิตกกังวลและความพึงพอใจก่อนและหลังได้รับข้อมูล โดยใช้สถิติ Independent Sample T-test
ผลการศึกษาพบว่า ผลลัพธ์ของโปรแกรมการเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัดต่อความรู้ ความวิตกกังวลและความพึงพอใจคุณภาพบริการของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่มารับการผ่าตัดปลูกถ่ายไตแสดงให้เห็นว่ากลุ่มตัวอย่างได้รับความรู้เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัดโดยค่าเฉลี่ยคะแนนหลังการใช้โปรแกรมเท่ากับ 12.36 ซึ่งสูงกว่าคะแนนก่อนการใช้โปรแกรมที่เท่ากับ 9.00 และมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) ความวิตกกังวลต่อหัตถการทางวิสัญญีและการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดหลังการใช้โปรแกรมมีคะแนนลดลงกว่าก่อนใช้โปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) และความพึงพอใจคุณภาพบริการหลังการใช้โปรแกรมสูงกว่าก่อนใช้โปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) ควรนำโปรแกรมการเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัดต่อความรู้ ความวิตกกังวลและความพึงพอใจคุณภาพบริการของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่มารับการผ่าตัดปลูกถ่ายไตที่พัฒนาขึ้นไปใช้ในการเตรียมความพร้อมผู้ป่วยก่อนเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายไตอย่างต่อเนื่อง
เอกสารอ้างอิง
บุญส่ง สุกใส. แนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังสำหรับพยาบาล. วารสารพยาบาลศาสตร์. 2564;39(1):20-30.
ประภัสสร สุขประเสริฐ. การเตรียมความพร้อมก่อนการผ่าตัดในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง. วารสารการพยาบาล. 2562;28(3):45-53.
วิไลพร แก้วประดับ. การพยาบาลผู้ป่วยหลังการปลูกถ่ายไตในประเทศไทย. วารสารสุขภาพและการดูแลผู้ป่วย. 2563;22(4):58-65.
สุพัตรา อินทจักร. ผลของโปรแกรมการให้ความรู้ต่อความวิตกกังวลของผู้ป่วยก่อนผ่าตัดไต. วารสารวิจัยการพยาบาล. 2561;37(2):75-83.
นริศรา สายแก้ว. การจัดการความวิตกกังวลในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดใหญ่: แนวทางการพยาบาล. วารสารพยาบาลสาธารณสุข. 2562;44(1):33-41.
McCleane GJ, Cooper R. The nature of pre-operative anxiety on QT dispersion in healthy young man. Acta Cardiol. 1990;61(1):83-7.
Lee A, Chui PT, Gin T. Education patients about anesthesia: A systematic review. Anesthesia and Analgesia. 2003;97(4):1241-8.
Souza J, Gulmezoglu A, Lumbiganon P, Laopaiboon M, Carroli G, et al. Caesarean section without medical indications is associated with an increased risk of adverse short-term maternal outcomes: the 2004-2008 WHO Global Survey on Maternal and Perinatal Health. BMC Med. 2011;8:71.
Tara DC, Habi D, Alona H, Colleen H, Toni M. Elective cesarean section: Why women choose it and what nurses need to know. Nurs Womens Health. 2009;12(6):480-8.
Leventhal H, Johnson JE. The role of theory in the study of health behavior change: A self-regulation perspective. In: Handbook of Health Behavior Change. Springer; 1983. p. 3-22.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลขอนแก่น

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ กลุ่มภารกิจด้านพยาบาล โรงพยาบาลขอนแก่น
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลขอนแก่น หรือบุคลากรในโรงพยาบาลแต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
