ประสิทธิผลของโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายโดยใช้แนวทาง D-METHOD ต่อระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองกลับเป็นซ้ำ
คำสำคัญ:
ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, โรคหลอดเลือดสมองกลับเป็นซ้ำ, การวางแผนจำหน่าย, D-METHODบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง กลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการทดลอง เพื่อศึกษาระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองกลับเป็นซ้ำ และเพื่อเปรียบเทียบระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองก่อนและหลังได้รับโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายโดยใช้แนวทาง D-Method กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองชนิดตีบที่เข้ารับการรักษาและจำหน่ายจากโรงพยาบาลหลังสวน จังหวัดชุมพร จำนวน 30 คน คัดเลือกแบบสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล และแบบประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองกลับเป็นซ้ำ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา และสถิติ Paired t-test ผลการวิจัยพบว่า ก่อนการทดลองกลุ่มตัวอย่างมีคะแนนความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองกลับเป็นซ้ำอยู่ในระดับต่ำ (Mean = 48.83, SD = 3.92) หลังได้รับโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายโดยใช้แนวทาง D-Method คะแนนความรอบรู้ด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย = 78.26, SD = 6.84) และสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = 14.57, p < .001) นอกจากนี้ คะแนนความรอบรู้ด้านสุขภาพรายด้าน ได้แก่ ด้านความรู้ความเข้าใจ การเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพ การสื่อสารข้อมูลสุขภาพ การจัดการตนเอง การรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ และการตัดสินใจเลือกปฏิบัติที่ถูกต้อง เพิ่มขึ้นทุกด้านหลังได้รับโปรแกรม สรุปผลการวิจัย โปรแกรมการวางแผนจำหน่ายโดยใช้แนวทาง D-Method มีประสิทธิผลในการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองกลับเป็นซ้ำของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องหลังจำหน่ายจากโรงพยาบาลได้อย่างเหมาะสมเอกสารอ้างอิง
สถาบันประสาทวิทยา. แนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง. กรุงเทพมหานคร: กรมการแพทย์; 2562.
World Stroke Organization. Global stroke fact sheet 2020 [Internet]. Geneva: World Stroke Organization; 2020 [cited 2025 Jun 18]. Available from: https://www.world-stroke.org
American Heart Association. Heart disease and stroke statistics—2021 update: a report from the American Heart Association. Circulation. 2021;143:e254-743.
Krishnamurthi RV, Ikeda T, Feigin VL. Global, regional and country-specific burden of stroke, 1990–2016: a systematic analysis. Lancet Neurol. 2020;19(5):439–58.
กองยุทธศาสตร์และแผนงาน. รายงานสถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2562–2564. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2564.
World Health Organization. Recurrent stroke: prevention and care. Geneva: World Health Organization; 2019.
Sanders LM, Federico S, Klass P, Abrams MA, Dreyer BP. Health literacy and child health promotion: implications for research, clinical care, and public policy. Pediatrics. 2009;124 Suppl 3:S306–14.
ชัยยุทธ โคตะรักษ์, พรชัย จูลเมตต์, นัยนา พิพัฒน์วณิชชา, สายฝน ม่วงคุ้ม, จิณห์จุฑา ชัยเสนาดาลลาส. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุโรคหลอดเลือดสมองกลับเป็นซ้ำ. ไทยเภสัชศาสตร์และวิทยาการสุขภาพ. 2563;15(4):228-236.
Ouyang W, Wang R, He Y, Song Y, Mo L, Feng L. Status and influential factors of health literacy in patients with ischemic stroke: A cross-sectional study. PLoS One. 2024;19(7):e0307928. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0307928
World Health Organization. Health promotion glossary. Geneva: World Health Organization; 1998.
Sørensen K, Van den Broucke S, Fullam J, Doyle G, Pelikan J, Slonska Z, Brand H. Health literacy and public health: a systematic review and integration of definitions and models. BMC Public Health. 2012;12:80.
Nutbeam D. Health literacy as a public health goal: a challenge for contemporary health education and communication strategies into the 21st century. Health Promot Int. 2000;15(3):259–67.
ชูศักดิ์ ศิริสุข. การวางแผนจำหน่ายแบบ D-Method: แนวคิดและการประยุกต์ใช้. วารสารพยาบาล. 2562;68(2):21–31.
Lin C, Cheng S, Shih S, Chu C. Effects of a discharge planning program on stroke patients’ knowledge, self-care behaviors and readmission rates: a randomized controlled trial. J Clin Nurs. 2020;29(21–22):4090–8.
Naylor MD, Brooten D, Campbell R, Jacobsen BS, Mezey MD, Pauly MV, Schwartz JS. Comprehensive discharge planning and home follow-up of hospitalized elders: a randomized clinical trial. JAMA. 1999;281(7):613–20.
Coleman EA, Smith JD, Frank JC, Min SJ, Parry C, Kramer AM. Preparing patients and caregivers to participate in care delivered across settings: the Care Transitions Intervention. J Am Geriatr Soc. 2004;52(11):1817–25.
Erdfelder E, Faul F, Buchner A. G*Power: a general power analysis program. Behav Res Methods Instrum Comput. 1996;28(1):1–11.
Cohen J. Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2nd ed. Hillsdale (NJ): Lawrence Erlbaum Associates; 1988.
หฤษฎ์ เซี่ยงหว็อง. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันการกลับเป็นซ้ำของผู้สูงอายุที่รอดชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมอง [วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา; 2565.
เนตรชนก จุละวรรณโณ, กิตติพร เนาว์สุวรรณ. ผลของโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายแบบ D-METHOD ต่อความรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยวัณโรคในหอผู้ป่วยในโรงพยาบาลสะเดา. วารสารศาสตร์สุขภาพและการศึกษา. 2568;5(1):e271283.
เพ็ญศรี ปัญโญ, อรพิน มโนรส, มะลิ การปักษ์, อัญชลี แนวณรงค์. ผลของโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายร่วมกับการใช้แอพพลิเคชั่นในการให้ความรู้ต่อความรู้และความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคต้อกระจกที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยจักษุ โสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลแพร่. PMJCS Phrae Medical Journal and Clinical Sciences. 2023;31(2):1-16.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสมาคมโรคหลอดเลือดสมองไทย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อความภายในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารสมาคมโรคหลอดเลือดสมองไทยเล่มนี้ ตลอดจนความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความเป็นของผู้นิพนธ์ ไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการแต่อย่างใด การนำเนื้อหา ข้อความหรือข้อคิดเห็นของบทความไปเผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารเล่มนี้ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร

