ผลของโปรแกรมการอบรมเรื่องการดูแลตนเองต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและคุณภาพชีวิตในผู้รอดชีวิตโรคหลอดเลือดสมองที่อายุน้อย
คำสำคัญ:
โรคหลอดเลือดสมองอายุน้อย, พฤติกรรมการดูแลตนเอง, คุณภาพชีวิตบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มทดสอบก่อนและหลังการทดลอง เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการอบรมเรื่องการดูแลตนเองสำหรับผู้รอดชีวิตโรคหลอดเลือดสมองที่อายุน้อยต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและคุณภาพชีวิต ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่อายุน้อยจำนวน 60 คน ใช้ระยะเวลาในการทดลอง 6 เดือน เก็บข้อมูลระหว่างเดือน กันยายน 2565 ถึง สิงหาคม 2566
ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีพฤติกรรมการดูแลตนเองหลังเป็นโรคหลอดเลือดสมองดีกว่ากลุ่มควบคุมและก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.05) มีคะแนนเฉลี่ยคุณภาพชีวิตหลังเป็นโรคหลอดเลือดสมองโดยรวมอยู่ในระดับสูง และดีกว่ากลุ่มควบคุมและก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติต (p<.05) ส่วนการรับรู้คุณภาพชีวิตโดยรวมดีกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติต (p<.05) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า คะแนนด้านที่เพิ่มขึ้นมากสุดได้แก่ด้านความคิด (=3.83, SD=.46) ด้านพลังงานชีวิต (=3.73, SD=.69) ด้านการมองเห็น (=3.73, SD=.58) ตามลำดับ ซึ่งในการวิจัยต่อไปควรติดตามศึกษาคุณภาพชีวิตของผู้รอดชีวิตโรคหลอดเลือดสมองที่อายุน้อยในระยะยาว
เอกสารอ้างอิง
ศุจิพิชชา จันทรประภาพกุล, แสงเดือน มโยทาร, ศุภชาติ ชมพูนุช และ สัญสนีย์ พงษ์ภักดี. อัตราความชุกและสาเหตุของการเกิดโรคสมองขาดเลือดในผู้ป่วยที่มีอายุน้อยในโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช. J Thai Stroke Soc. 2561;17(3):5-14.
กระทรวงสาธารณสุข. รายงานการป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อสำคัญ. [อินเตอร์เนต]. 2563 [เข้าถึงเมื่อ 2563 มิถุนายน 14] เข้าถึงได้จาก: https://kkhdc.moph.go.th/hdc/main/index.php
กองยุทธศาสตร์และแผน กระทรวงสาธารณสุข. จำนวนและอัตราผู้ป่วยในด้วยโรคหลอดเลือดสมอง.[อินเตอร์เนต]. 2564 [เข้าถึงเมื่อ 2564 มิถุนายน 22] เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/dsp/
สุวิมล บัวแพง. คุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอายุน้อยที่แผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลศรีนครินทร์. North-eastern thai Journal of neuroscience. 2559; 11(4):61-75.
รังษิยา เชื้อเจ็ตตน และ เดชา ทำดี. ปัจจัยที่สัมพันธ์ต่อคุณภาพชีวิตของผู้รอดชีวิตโรคหลอดเลือดสมอง. Associated Medical Sciences. 2560;5(3):597-604.
สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการพยาบาล ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง สำหรับพยาบาลทั่วไป.นนทบุรี: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. 2550.
Cohen J. Statistical power analysis for the behavioral sciences. (2nd ed.). USA, Lawrence Erlbaum associates. 1988.
อติญาณ์ ศรเกษตริน, รุ่งนภา จันทรา, รติกร ขวัญชุ่ม และ ลัดดา เรืองด้วง. ผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามแนวทาง 3อ.2ส. ของอาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้าน (อสม.) ต.คลองฉนาก อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. 2560;4(1):253-264.
กษมา เชียงทอง. ความสัมพันธ์ระหว่างแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ การรับรู้อาการเตือนและ พฤติกรรมการจัดการโรคหลอดเลือดสมองในกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง อําเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ปริญญา สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 2554.
ดานิล วงศ์ษา. คุณภาพชีวิตของผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองภายใน 6 เดือนแรกหลังได้รับการวินิจฉัย. พยาบาลสาร. 2561;45(2):40-50.
Abraham C. and Paschal S. The Health Belief Model. In Mark C. and Paul N, ed. Predicting and Changing Health Behavior. New York: McGraw-Hill; 2015: 30-69.
ณัฐวุฒิ บุญสนธิ, ประทุม สร้อยยงค์, และ จิราภรณ์ เตชะอุดมเดช. ศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมสุขภาพของผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองขาดเลือดมาเลี้ยงชั่วคราว. พยาบาลสาร. 2563;47(2):262-273.
George MG. Risk factor for ischemic stroke in younger adults a focused update. Stroke. 2020;51:729-735.
Gurkova E. et al. Factors affecting the quality of life after ischemic stroke in young adults: a scoping review. Health Qual Life Outcomes. 2023;21(1):4.
กิตติมาพร โลกาวิทย์ และ วลัยนารี พรมลา. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่อายุน้อย. วารสารวิชาการสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ. 2018;4 (ฉบับพิเศษ) :401-411.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 วารสารสมาคมโรคหลอดเลือดสมองไทย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อความภายในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารสมาคมโรคหลอดเลือดสมองไทยเล่มนี้ ตลอดจนความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความเป็นของผู้นิพนธ์ ไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการแต่อย่างใด การนำเนื้อหา ข้อความหรือข้อคิดเห็นของบทความไปเผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารเล่มนี้ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร

