การประเมินความคลาดเคลื่อนในการจัดท่าผู้ป่วยในการฉายรังสีรักษามะเร็งอุ้งเชิงกราน: การศึกษาเปรียบเทียบระหว่างระบบภาพพื้นผิวสามมิติ (AlignRT) กับระบบเลเซอร์
คำสำคัญ:
มะเร็งบริเวณอุ้งเชิงกราน, ระบบภาพนำวิถี, ระบบภาพพื้นผิวแบบสามมิติ, ระบบเลเซอร์บทคัดย่อ
หลักการและเหตุผล: การฉายรังสีมีบทบาทในการรักษามะเร็งบริเวณอุ้งเชิงกราน ซึ่งผู้ป่วยต้องทำการฉายรังสีหลายครั้ง ความแม่นยำในการจัดท่าผู้ป่วยก่อนการฉายรังสีในแต่ละครั้งมีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของการรักษา
วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบความคลาดเคลื่อนของการจัดท่าก่อนฉายรังสีในผู้ป่วยมะเร็งบริเวณอุ้งเชิงกรานด้วยระบบเลเซอร์และระบบภาพพื้นผิวสามมิติ (AlignRT) รวมถึงศึกษาคุณลักษณะของระบบ AlignRT
วัสดุและวิธีการ: ทำการศึกษาคุณลักษณะของระบบ AlignRT โดยศึกษาการประกันคุณภาพประจำวัน ปัจจัยต่างๆที่อาจส่งผลต่อระบบ AlignRT และความถูกต้องในการอ่านความคลาดเคลื่อนของระบบ AlignRT จากนั้นเก็บข้อมูลความคลาดเคลื่อนของผู้ป่วยมะเร็งอุ้งเชิงกรานที่จัดท่าด้วยระบบเลเซอร์และจัดด้วยระบบ AlignRT จำนวน 10 ราย จากการตรวจสอบตำแหน่งก่อนฉายรังสีด้วย Cone beam computed tomography
ผลการศึกษา: การศึกษาคุณลักษณะของระบบ AlignRT พบว่าค่าความคลาดเคลื่อนประจำวันอยู่ภายใน 0.4 มิลลิเมตร มุมหัวเครื่องฉายรังสี ผลของมุมเตียง ความสว่างในห้องฉาย และขอบเขตที่สนใจ อยู่ภายใน 0.2 มม., 0.1 องศา, 0.1 มม., และ 0.2 มม. ตามลำดับ ผลทางคลินิกพบว่าค่าความคลาดเคลื่อนของผู้ป่วยที่ได้รับการจัดท่าด้วยระบบ AlignRT มีค่าน้อยกว่าระบบเลเซอร์ในแนว Longitudinal และ Lateral โดยพบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในแนว Lateral แต่ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในแนว Longitudinal และ Vertical
ข้อสรุป: ระบบ AlignRT มีความถูกต้อง แม่นยำสูง สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดตำแหน่งก่อนฉายรังสีในผู้ป่วยมะเร็งบริเวณอุ้งเชิงกรานอย่างมีประสิทธิภาพทดแทนวิธีดั้งเดิมที่มีการขีดเส้นบนตัวผู้ป่วยหรือระบบเลเซอร์ได้
เอกสารอ้างอิง
Fund WCR. Cervical cancer statistics London: World Cancer Research Fund; 2022 [cited 2025 20 Apr]. Retrieved from: https://www.wcrf.org/preventing-cancer/cancer-statistics/cervical-cancer-statistics/.
Quaye E. Prostate Cancer Statistics New York Cancer Therapy Advisor; 2024 [cited 2025 Apr 20]. Retrieved from: https://www.cancertherapyadvisor.com/factsheets/prostate-cancer-statistics/.
กรมการแพทย์. มีนาคม ร่วมใจต้านภัยมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง นนทบุรี: กรมการแพทย์; 2565 [เข้าถึง 2568 20 เมษายน]. สืบค้นจาก: https://www.dms.go.th/Content/Select_Landding_page?contentId=32386.
Herron E, Murray M, Hilton L, Goldstein T, Ogunleye TB, Daniel B. Surface-guided radiation therapy as a replacement for patient marks in treatment of breast cancer. Int J Radiat Oncol Biol Phys. 2018;102:e492-e3.
Kügele M, Mannerberg A, Nørring BS, Alkner S, Berg L, Mahmood F et al. Surface-guided radiotherapy improves breast cancer patient setup accuracy. J Appl Clin Med Phys. 2019;20:61-8.
Selby A. Implementing SGRT for breast radiotherapy treatment 2025 [cited 2025 Apr 20]. Retrieved from: https://c-rad.com/webinar-videos/surface-guided-radiation-therapy-using-c-rad-in-routine-clinical-practice-estro-2022/.
Dennis N, Stanley PD. Getting started with surface imaging: system overview, commissioning and ongoing QA. United States: Department of Radiation Oncology, University of Alabama at Birmingham; 2011.
Wisetrintong M, Kanphet J. Factors influencing real-time 3D surface image-guided for patient setup in radiotherapy. J Thai Asso Rad Onco. 2024;30:76-90.
Kang S, Jin H, Chang JH, Jang BS, Shin KH, Chang H et al. Evaluation of initial patient setup methods for breast cancer between surface-guided radiation therapy and laser alignment based on skin marking in the Halcyon system. Radiat Oncol. 2023;18:60.
Nguyen D, Farah J, Josserand PF, Barbet N, Khodri M. Benefits and challenges of standard ceiling-mounted surface guided radiotherapy systems for breast treatments on Halcyon™. Radioprotection. 2021;56:295–301.
Mannerberg A, Kügele M, Hamid S, Edvardsson A, Petersson K, Gunnlaugsson A et al. Faster and more accurate patient positioning with surface-guided radiotherapy for ultra-hypofractionated prostate cancer patients. Tech Innov Patient Support Radiat Oncol. 2021;19:41-5.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมะเร็งวิวัฒน์ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับ และบุคคลากรท่านอื่น ๆ ใน สมาคมฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
