ความเป็นไปได้ในการเพิ่มระยะห่างของหัวใจกับผนังทรวงอกและความสัมพันธ์ของแอมพลิจูด การหายใจกับระยะห่างของหัวใจกับผนังทรวงอกในการฉายรังสีมะเร็งเต้านมซ้าย โดยการใช้อุปกรณ์กดหน้าท้อง

ผู้แต่ง

  • สิรดา เขียนเมืองน้อย หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์การแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • พิชญาภรณ์ กลั่นกลิ่น หน่วยรังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • สมศักดิ์ วรรณวิไลรัตน์ หน่วยรังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

คำสำคัญ:

การหายใจเข้าลึกระดับปานกลาง, ระยะห่างของหัวใจกับผนังทรวงอก, แอมพลิจูดการหายใจ, อุปกรณ์กดหน้าท้อง

บทคัดย่อ

หลักการและเหตุผล: ในการฉายรังสีมะเร็งเต้านมซ้าย ปริมาณรังสีที่หัวใจ และหลอดเลือดหัวใจซ้าย (left anterior descending artery, LAD) เป็นปัญหาที่สำคัญ จึงมีความพยายามที่จะพัฒนาวิธีทางรังสีรักษาที่มีประสิทธิภาพและสามารถทำซ้ำได้ เพื่อลดปริมาณรังสีที่ไปยังอวัยวะดังกล่าว

วัตถุประสงค์: ศึกษาการใช้อุปกรณ์กดหน้าท้อง (Abdominal Compression: AC) ร่วมกับเทคนิคการหายใจ
เข้าลึกระดับปานกลาง (Moderate deep inspiration breath hold: mDIBH+AC) ในการฉายรังสีมะเร็งเต้านมซ้าย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประเมินการเพิ่มระยะห่างของหัวใจกับผนังทรวงอกเมื่อใช้ mDIBH+AC พร้อมหาความสัมพันธ์ของแอมพลิจูดการหายใจกับระยะห่างของหัวใจกับผนังทรวงอก และวัตถุประสงค์รองเพื่อประเมินปริมาณรังสีที่หัวใจ และ LAD ได้รับ รวมถึงระยะเวลาหายใจเข้าแล้วกลั้นลมหายใจค้าง

วัสดุและวิธีการ: ศึกษาในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมซ้าย 11 ราย โดยจำลองการฉายรังสีด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และบันทึกสัญญาณการหายใจด้วย Anzai Belt สามชุดข้อมูลคือ หายใจอิสระ (Free Breath: FB), หายใจเข้าลึกสุดแล้วกลั้นลมหายใจค้าง (Deep inspiration breath hold: DIBH) และหายใจเข้าลึกระดับปานกลางร่วมกับใช้อุปกรณ์กดหน้าท้อง (mDIBH+AC) จากนั้นวิเคราะห์ข้อมูลสัญญาณการหายใจด้วยเทคนิคฟูเรียร์ทรานสฟอร์มแล้วทำการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับระยะห่างของหัวใจกับผนังทรวงอก, แอมพลิจูดการหายใจ และปริมาณรังสีที่หัวใจและ LAD ได้รับ จากแผนการฉายรังสีรวมถึงเปรียบเทียบระยะเวลากลั้นหายใจระหว่าง DIBH กับ mDIBH+AC

ผลการศึกษา: ค่าเฉลี่ยระยะห่างของหัวใจกับผนังทรวงอกมีค่า 0.46 ± 0.22, 0.99 ± 0.57 และ 0.97± 0.54 ซม. สำหรับ FB, DIBH  และ mDIBH+AC ตามลำดับ พบความสัมพันธ์ระหว่างแอมพลิจูดการหายใจกับระยะห่างของหัวใจกับผนังทรวงอกเป็นเชิงบวกระดับปานกลางอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ Pearson เท่ากับ 0.623 นอกจากนี้ mDIBH+AC เมื่อเทียบกับ FB สามารถลดค่า Dmean, Dmax, V20Gy และ V30Gy ที่หัวใจ ลง 5.40%, 5.39 %, 23.02% และ 28.14%  ตามลำดับ และลดค่า Dmean, Dmax และ D2% ที่ LAD ลง 13.77% , 6.59% และ 7.16% ตามลำดับ และผู้ป่วยส่วนใหญ่มีระยะเวลากลั้นลมหายใจค้างด้วยเทคนิค mDIBH+AC นานกว่าเทคนิค DIBH คือเพิ่มจาก 28.52±6.54 วินาที เพิ่มเป็น 31.13±8.35 วินาที (p=0.122)

ข้อสรุป: การใช้ AC มีประสิทธิภาพในการเพิ่มระยะห่างของหัวใจกับผนังทรวงอก รวมถึงลดปริมาณรังสีที่หัวใจและ LAD ได้รับ เมื่อเทียบกับ FB นอกจากนี้ AC ยังช่วยให้การทำ mDIBH มีระดับที่คงที่ยิ่งขึ้น

เอกสารอ้างอิง

Desai N, Currey A, Kelly T, Bergom C. Nationwide trends in heart-sparing techniques utilized in radiation therapy for breast cancer. Adv Radiat Oncol. 2019;4:246-252.

Bergom C, Currey A, Desai N, Tai A, Strauss JB. Deep inspiration breath hold: techniques and advantages for cardiac sparing during breast cancer irradiation. Front Oncol. 2018;8:1-10.

Darby SC, Ewertz M, McGale P, Bennet AM, Blom UB, Brønnum D, et al. Risk of ischemic heart disease in women after radiotherapy for breast cancer. N Engl J Med. 2013; 368:987-98.

Giraud P, Houle A. Respiratory gating for radiotherapy: Main technical aspects and clinical benefits. ISRN Pulmonology. 2013;1-14.

Ledsom D, Reilly AJ, Probst H. Assessment of deep inspiration breath hold (DIBH) amplitude and reduction in cardiac dose in left breast cancer patients. Radiography (Lond). 2017;1-6.

Keall PJ, Mageras GS, Balter JM, Emery RS, Forster KM, Jiang SB, et al. The management of respiratory motion in radiation oncology report of AAPM Task Group 76. Med Phys. 2006; 33: 3874-3900.

Patient Immobilization and Image Guidance. In: Metcalfe P, Kron T, Hoban P, editors. The physics of radiotherapy x-rays and electrons. [Internet]. [cited 2020 Mar 10]. Available from:

https://medical physics.org/documents/MetcalfeCh12.pdf

Wunderink W, Romero AM, Kruijf WD, Boer HD, Levendag P, Heijmen B. Reduction of respiratory liver tumor motion by abdominal compression in stereotactic body frame analyzed by tracking fiducial markers implanted in liver. Int J Radiat Oncol Biol Phys. 2008;71:907-915.

Snider JW, Molitoris J, Zhang B, Chuong MD. Abdominal Compression During Liver Stereotactic Body Radiation Therapy (SBRT) by Volumetric Modulated Arc Therapy (VMAT) Affords Significant Liver Sparing. Int J Radiat Oncol Biol Phys. 2015;93:S116-117.

Register S, Takita C, Reis I, Zhao W, Amestory W, Wright J. Deep inspiration breath hold technique for left sided breast cancer: An analysis of predictor for organ at risk sparing. Med Dosim. 2015; 40:89-95.

Singh AD. The implementation & evaluation of four-dimensional computed tomography in lung radiotherapy [Master’s thesis]. Swansea: Swansea university; 2013.

Sager O, Beyzadeoglu M, Dincoglan F, Oysul K, Kahya YE, Gamsiz H, et al. The role of active breathing control-moderate deep inspiration breath hold (ABC-mDIBH) usage in non-mastectomized left sided breast cancer radiotherapy: a dosimetric evaluation. Int J Hematol. 2012;22:147-155.

Chu KY, Cooke R, Heuvel FV, Mukherjee S , Hawkins MA. Impact of abdominal compression on setup error and image matching during radical abdominal radiotherapy. Tech Innov Patient Support Radiat Oncol. 2019;12:28-33.

Qi XS, White J, Rabinovitch R, Merrell K, Sood A, Bauer A, et al. Respiratory organ motion and dosimetric impact on breast and nodal irradiation. Int J Radiat Oncol Biol Phys. 2010;78:609-617.

Wang W, Li JB, Hu HG, Li FX, Xu M, Sun T, et al. Correlation between target motion and the dosimetric variance of breast and organ at risk during whole breast radiotherapy using 4DCT. Radiat Oncol. 2013;8:1-6.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2021-10-15

รูปแบบการอ้างอิง

1.
เขียนเมืองน้อย ส, กลั่นกลิ่น พ, วรรณวิไลรัตน์ ส. ความเป็นไปได้ในการเพิ่มระยะห่างของหัวใจกับผนังทรวงอกและความสัมพันธ์ของแอมพลิจูด การหายใจกับระยะห่างของหัวใจกับผนังทรวงอกในการฉายรังสีมะเร็งเต้านมซ้าย โดยการใช้อุปกรณ์กดหน้าท้อง. J Thai Assn of Radiat Oncol [อินเทอร์เน็ต]. 15 ตุลาคาม 2021 [อ้างถึง 2 มกราคม 2026];27(2):R76-R90. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jtaro/article/view/250794

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ