การควบคุมคุณภาพการฉายรังสีในงานรังสีรักษาโดยใช้แบบการตรวจสอบข้อมูล
คำสำคัญ:
การควบคุมคุณภาพ, ความคลาดเคลื่อน, เอกสารตรวจการสอบข้อมูล, การตรวจสอบก่อนการฉายรังสีบทคัดย่อ
หลักการและเหตุผล: การรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยการฉายรังสี ประกอบด้วยหลายขั้นตอน การส่งต่อข้อมูลของผู้ป่วยในแต่ละขั้นตอนจึงมีความสำคัญ เพื่อไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อนของการฉายรังสี จำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลที่ส่งต่อ เช่น ปริมาณรังสี จำนวนครั้งที่ฉาย พลังงาน เป็นต้น เพื่อประโยชน์ในการรักษาผู้ป่วยอย่างถูกต้อง
วัตถุประสงค์: เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์หาสาเหตุที่ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนในขั้นตอนการฉายรังสีและหาแนวทางป้องกัน เพื่อให้การรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้เอกสารการตรวจสอบข้อมูล
วัสดุและวิธีการ: เอกสารการตรวจสอบข้อมูลของผู้ป่วยที่เข้ารับการฉายรังสีรักษา จากสาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตั้งแต่เดือนพ.ย. 2561 ถึง พ.ค. 2562 จำนวน 691 ราย นักรังสีการแพทย์ตรวจสอบข้อมูลและค่าพารามิเตอร์เปรียบเทียบกับเอกสารกำหนดปริมาณรังสีจากรังสีแพทย์และแบบพิมพ์แผนการรักษาจากฟิสิกส์การแพทย์ จำแนกความถี่และร้อยละของความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้น โดยจำแนกสาเหตุความคลาดเคลื่อนมาจากบุคลากร เครื่องฉายรังสี อุปกรณ์ที่ใช้ในการฉายรังสี วิธีปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อมในการปฏิบัติงาน ซึ่งความคลาดเคลื่อนที่พบมีการแก้ไขทันที พร้อมทั้งเก็บรวบรวมและนำมาวิเคราะห์หาสาเหตุที่เกิดขึ้น
ผลการศึกษา: เอกสารที่ได้รับการตรวจสอบข้อมูลพบความคลาดเคลื่อนทั้งหมด 52 เหตุการณ์ เกิดจากบุคลากร 30 เหตุการณ์ (ร้อยละ 57.70) เครื่องมือ 9 เหตุการณ์ (ร้อยละ 17.31) อุปกรณ์ที่ใช้ในการฉายรังสี 4 เหตุการณ์ (ร้อยละ 7.69) วิธีปฏิบัติงาน 8 เหตุการณ์ (ร้อยละ 15.38) และสิ่งแวดล้อมในการปฏิบัติงาน 1 เหตุการณ์ (ร้อยละ 1.92)
ข้อสรุป: สาเหตุหลักของการเกิดความคลาดเคลื่อนในการฉายรังสีมาจากบุคลากร การใช้เอกสารการตรวจสอบข้อมูลจึงเป็นเครื่องมือสำคัญต่อการควบคุมคุณภาพการฉายรังสีและใช้เป็นแนวทางให้บุคลากรตระหนักในหน้าที่ในการตรวจสอบก่อนการฉายรังสี เพื่อช่วยป้องกันและแก้ไขความคลาดเคลื่อนก่อนฉายรังสีให้กับผู้ป่วยได้
เอกสารอ้างอิง
Asnaashari K, Gholami S, Khosravi HR. Lessons learnt from errors in radiotherapy centers. Int J Radiat Res. 2014; 12:361-7.
World Health Organization. Radiotherapy risk profile [Internet]. WHO press;2008 [cited 2019 Nov 20]. Available from:https://www.who.int/patientsafety/activities/technical/radiotherapy_risk_profile.pdf?ua=1
Guide SS. Radiation protection and safety in medical uses of ionizing radiation. IAEA Safety Standards Series No SSG-46 2018.
Menzel H-G. International commission on radiation units and measurements. J ICRU. 2014;14:1-2.
Thwaites DI, Mijnheer BJ, and Mills JA.Quality assurance of external beam radiotherapy. In: Podgorsak EB, editor. Radiation oncology physics: a handbook for teacher and student Quality assurance of external beam radiotherapy. Vienna, Austria: IAEA, 2005. P.406-13, 433-4.
Klein EE, Drzymala RE, Purdy JA, Michalski J. Errors in Radiation oncology: A study in pathways and dosimetric impact. J App Clin Med Phy. Summer 2005; 6:81-94.
Oonsiri P, Suriyapee S, Naksawat N, Rungpanyawut P. Radiotherapy error detection by treatment verification sheet. J Thai Assoc Radiat Onco. 2013;19:15-20.
Yamane T. Statistics: An Introductory Analysis. 3rd ed. New York: Harper and Row; 1973.
ประไพทิพย์ ลือพงษ์. การควบคุมคุณภาพ. เล่ม 2. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง; 2560
Baiotto B, Bracco C, Bresciani S, Mastantuoni A, Gabriele P, Stasi M. Quality assurance of a record-and-verify system. Tumori J. 2009;95:467‐72.
สมบัติ บุญขวาง. การสร้างระบบควบคุมคุณภาพในงานวางแผนรังสีรักษา [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต]. เชียงใหม่: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2552
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมะเร็งวิวัฒน์ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับ และบุคคลากรท่านอื่น ๆ ใน สมาคมฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
