การประเมินผลการลดสิ่งแปลกปลอมโลหะโดยวิธีการมิกซ์วาริเอเบอร์เทสโชดิงในภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบโคนบีมสำหรับการฉายรังสีบริเวณศีรษะและลำคอ
คำสำคัญ:
ลดสิ่งแปลกปลอมโลหะ, อุดฟัน, รากฟันเทียม, เอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบโคนบีมบทคัดย่อ
หลักการและเหตุผล: ภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบโคนบีมบริเวณศีรษะและลำคอในผู้ป่วยมีการอุดฟันหรือฝังรากฟันเทียมโดยมีส่วนผสมของโลหะ จะปรากฏสิ่งแปลกปลอมโลหะ ทำให้ภาพที่ได้มีคุณภาพลดลง ในปัจจุบันมีวิธีการลดสิ่งแปลกปลอมชนิดนี้หลายวิธี การใช้ชุดคำสั่งด้วยวิธีการมิกซ์วาริเอเบอร์เทสโชดิงในโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นอีกวิธีหนึ่งในการลดสิ่งแปลกปลอมดังกล่าว
วัตถุประสงค์: เพื่อประเมินผลการลดสิ่งแปลกปลอมโลหะโดยวิธีการมิกซ์วาริเอเบอร์เทสโชดิงของภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบโคนบีมบริเวณศีรษะและลำคอที่มีสิ่งแปลกปลอมโลหะ
วัสดุและวิธีการ: นำข้อมูลภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบโคนบีมของหุ่นจำลองบริเวณศีรษะและลำคอที่มีสกรูโลหะจำนวน 1 และ 2 ชิ้น รวมทั้งภาพของผู้ป่วยที่มีสิ่งแปลกปลอมโลหะจำนวน 4 ราย มาผ่านการลดสิ่งแปลกปลอมโลหะด้วยวิธีการมิกซ์วาริเอเบอร์เทสโชดิง เพื่อเปรียบเทียบคุณภาพของภาพก่อนและหลังลดสิ่งแปลกปลอมโลหะ โดยคำนวณหาร้อยละการเปลี่ยนแปลงของสัญญาณรบกวนในบริเวณที่มีสิ่งแปลกปลอมโลหะลักษณะเป็นแถบสีขาว แถบสีดำ และบริเวณที่ไม่มีสิ่งแปลกปลอม รวมทั้งวิเคราะห์โปรไฟล์ของภาพที่ได้
ผลการศึกษา: ภาพหลังลดสิ่งแปลกปลอมโลหะมีคุณภาพที่ดีกว่าภาพเริ่มต้น โดยภาพหลังลดสิ่งแปลกปลอมโลหะทั้งบริเวณที่เกิดเป็นแถบสีขาวและแถบสีดำจะพบร้อยละการเปลี่ยนแปลงของสัญญาณรบกวนสูงกว่าภาพที่ไม่มีสิ่งแปลกปลอมโลหะ และลักษณะโปรไฟล์ที่มีความเรียบมากกว่า ซึ่งได้ผลเช่นเดียวกันทั้งในภาพของหุ่นจำลองดังกล่าวและในภาพของผู้ป่วยทั้ง 4 ราย
ข้อสรุป: วิธีการมิกซ์วาริเอเบอร์เทสโชดิงสามารถลดสิ่งแปลกปลอมโลหะบนภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบโคนบีมบริเวณศีรษะและลำคอที่มีสิ่งแปลกปลอมโลหะได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
ศรีชัย ครุสันธิ์. วิทยาการใหม่ของรังสีรักษา. Srinagarind Med J 2011;26:35-42.
ทวีป แสงแห่งธรรม. ระบบภาพในงานรังสีรักษา. มะเร็งวิวัฒน์ วารสารสมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทย 2559;22:16-23.
ภัทรา จันทวรรณโณ, สมวิไล จักรพันธุ์, สมศักดิ์ วรรณวิไลรัตน์. การเปรียบเทียบเชิงรังสีคณิตของแผนรังสีปรับความเข้มเชิงปริมาตรกับแผนรังสีตัดขวางแบบเกลียวหมุนในมะเร็งหลังโพรงจมูก. ธรรมศาสตร์เวชสาร 2019;19:18-24.
Shilpa S, Uma M. Artifacts in Cone Beam Computed Tomography – A Retrospective study. J Pharm Sci Res 2019; 11:1914-1917.
Korpics M, Johnson P, Patel R, Surucu M, Choi M, Emami B, et al.Artifact Reduction in Cone-Beam Computed Tomography for Head and Neck Radiotherapy. Technol Cancer Res Treat. 2016;15:NP88-NP94.
Wang G, Vannier MW, Cheng PC. Iterative x-ray cone-beam tomography for metal artifact reduction and local region reconstruction. Microsc Microanal 1999; 5:58-65.
Christoffersen CP, Hansen D, Poulsen P, Sorensen TS. Registration-based reconstruction of four-dimensional cone beam computed tomography. IEEE Trans Med Imaging 2013; 32:2064-2077.
Kaewlek T, Koolpiruck D, Thongvigitmanee S, Mongkolsuk M, Thammakittiphan S, Tritrakarn SO, et al. Metal artifact reduction and image quality evaluation of lumbar spine CT images using metal sinogram segmentation. J Xray Sci Technol. 2015;23:649-66.
ภิเษก รุ่งโรจน์ชัยพร. กลีเซอรอล : การใช้ประโยชน์เพื่อการผลิตแก๊สสไฮโดรเจน. วารสารวิทยาศาสตร์ ลาดกระบัง 2014; 23:140-159.
ฐิติพงศ์ แก้วเหล็ก และคณะ. ประสิทธิภาพของโปรแกรมลดสิ่งแปลกปนโลหะสำหรับภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบโคนบีมทางทันตกรรม. ธรรมศาสตร์เวชสาร 2015; 15:567-574.
D.R. Dance et al. Diagnostic Radiology Physics: A Handbook for Teachers and Students. 1st ed. Austria: International Atomic Energy Agency, 2014.
Mouton A, Megherbi N, Van Slambrouck K, Nuyts J, Breckon TP. An experimental survey of metal artefact reduction in computed tomography. J Xray Sci Technol. 2013;21:193-226.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมะเร็งวิวัฒน์ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับ และบุคคลากรท่านอื่น ๆ ใน สมาคมฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
