การประเมินผลการลดสิ่งแปลกปลอมโลหะโดยวิธีการมิกซ์วาริเอเบอร์เทสโชดิงในภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบโคนบีมสำหรับการฉายรังสีบริเวณศีรษะและลำคอ

ผู้แต่ง

  • ณฐพร บัวแก้ว สาขาฟิสิกส์การแพทย์ ภาควิชารังสีเทคนิค คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • กิตติพล เดชะวรกุล สาขาวิชาฟิสิกส์การแพทย์ คณะแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
  • ฐิติพงศ์ แก้วเหล็ก ภาควิชารังสีเทคนิค คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

คำสำคัญ:

ลดสิ่งแปลกปลอมโลหะ, อุดฟัน, รากฟันเทียม, เอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบโคนบีม

บทคัดย่อ

หลักการและเหตุผล: ภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบโคนบีมบริเวณศีรษะและลำคอในผู้ป่วยมีการอุดฟันหรือฝังรากฟันเทียมโดยมีส่วนผสมของโลหะ จะปรากฏสิ่งแปลกปลอมโลหะ ทำให้ภาพที่ได้มีคุณภาพลดลง ในปัจจุบันมีวิธีการลดสิ่งแปลกปลอมชนิดนี้หลายวิธี การใช้ชุดคำสั่งด้วยวิธีการมิกซ์วาริเอเบอร์เทสโชดิงในโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นอีกวิธีหนึ่งในการลดสิ่งแปลกปลอมดังกล่าว

วัตถุประสงค์: เพื่อประเมินผลการลดสิ่งแปลกปลอมโลหะโดยวิธีการมิกซ์วาริเอเบอร์เทสโชดิงของภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบโคนบีมบริเวณศีรษะและลำคอที่มีสิ่งแปลกปลอมโลหะ

วัสดุและวิธีการ: นำข้อมูลภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบโคนบีมของหุ่นจำลองบริเวณศีรษะและลำคอที่มีสกรูโลหะจำนวน 1 และ 2 ชิ้น รวมทั้งภาพของผู้ป่วยที่มีสิ่งแปลกปลอมโลหะจำนวน 4 ราย มาผ่านการลดสิ่งแปลกปลอมโลหะด้วยวิธีการมิกซ์วาริเอเบอร์เทสโชดิง เพื่อเปรียบเทียบคุณภาพของภาพก่อนและหลังลดสิ่งแปลกปลอมโลหะ โดยคำนวณหาร้อยละการเปลี่ยนแปลงของสัญญาณรบกวนในบริเวณที่มีสิ่งแปลกปลอมโลหะลักษณะเป็นแถบสีขาว แถบสีดำ และบริเวณที่ไม่มีสิ่งแปลกปลอม รวมทั้งวิเคราะห์โปรไฟล์ของภาพที่ได้

ผลการศึกษา: ภาพหลังลดสิ่งแปลกปลอมโลหะมีคุณภาพที่ดีกว่าภาพเริ่มต้น โดยภาพหลังลดสิ่งแปลกปลอมโลหะทั้งบริเวณที่เกิดเป็นแถบสีขาวและแถบสีดำจะพบร้อยละการเปลี่ยนแปลงของสัญญาณรบกวนสูงกว่าภาพที่ไม่มีสิ่งแปลกปลอมโลหะ และลักษณะโปรไฟล์ที่มีความเรียบมากกว่า ซึ่งได้ผลเช่นเดียวกันทั้งในภาพของหุ่นจำลองดังกล่าวและในภาพของผู้ป่วยทั้ง 4 ราย

ข้อสรุป: วิธีการมิกซ์วาริเอเบอร์เทสโชดิงสามารถลดสิ่งแปลกปลอมโลหะบนภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบโคนบีมบริเวณศีรษะและลำคอที่มีสิ่งแปลกปลอมโลหะได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง

ศรีชัย ครุสันธิ์. วิทยาการใหม่ของรังสีรักษา. Srinagarind Med J 2011;26:35-42.

ทวีป แสงแห่งธรรม. ระบบภาพในงานรังสีรักษา. มะเร็งวิวัฒน์ วารสารสมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทย 2559;22:16-23.

ภัทรา จันทวรรณโณ, สมวิไล จักรพันธุ์, สมศักดิ์ วรรณวิไลรัตน์. การเปรียบเทียบเชิงรังสีคณิตของแผนรังสีปรับความเข้มเชิงปริมาตรกับแผนรังสีตัดขวางแบบเกลียวหมุนในมะเร็งหลังโพรงจมูก. ธรรมศาสตร์เวชสาร 2019;19:18-24.

Shilpa S, Uma M. Artifacts in Cone Beam Computed Tomography – A Retrospective study. J Pharm Sci Res 2019; 11:1914-1917.

Korpics M, Johnson P, Patel R, Surucu M, Choi M, Emami B, et al.Artifact Reduction in Cone-Beam Computed Tomography for Head and Neck Radiotherapy. Technol Cancer Res Treat. 2016;15:NP88-NP94.

Wang G, Vannier MW, Cheng PC. Iterative x-ray cone-beam tomography for metal artifact reduction and local region reconstruction. Microsc Microanal 1999; 5:58-65.

Christoffersen CP, Hansen D, Poulsen P, Sorensen TS. Registration-based reconstruction of four-dimensional cone beam computed tomography. IEEE Trans Med Imaging 2013; 32:2064-2077.

Kaewlek T, Koolpiruck D, Thongvigitmanee S, Mongkolsuk M, Thammakittiphan S, Tritrakarn SO, et al. Metal artifact reduction and image quality evaluation of lumbar spine CT images using metal sinogram segmentation. J Xray Sci Technol. 2015;23:649-66.

ภิเษก รุ่งโรจน์ชัยพร. กลีเซอรอล : การใช้ประโยชน์เพื่อการผลิตแก๊สสไฮโดรเจน. วารสารวิทยาศาสตร์ ลาดกระบัง 2014; 23:140-159.

ฐิติพงศ์ แก้วเหล็ก และคณะ. ประสิทธิภาพของโปรแกรมลดสิ่งแปลกปนโลหะสำหรับภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบโคนบีมทางทันตกรรม. ธรรมศาสตร์เวชสาร 2015; 15:567-574.

D.R. Dance et al. Diagnostic Radiology Physics: A Handbook for Teachers and Students. 1st ed. Austria: International Atomic Energy Agency, 2014.

Mouton A, Megherbi N, Van Slambrouck K, Nuyts J, Breckon TP. An experimental survey of metal artefact reduction in computed tomography. J Xray Sci Technol. 2013;21:193-226.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2020-04-14

รูปแบบการอ้างอิง

1.
บัวแก้ว ณ, เดชะวรกุล ก, แก้วเหล็ก ฐ. การประเมินผลการลดสิ่งแปลกปลอมโลหะโดยวิธีการมิกซ์วาริเอเบอร์เทสโชดิงในภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบโคนบีมสำหรับการฉายรังสีบริเวณศีรษะและลำคอ. J Thai Assn of Radiat Oncol [อินเทอร์เน็ต]. 14 เมษายน 2020 [อ้างถึง 1 มกราคม 2026];26(1):R1-R12. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jtaro/article/view/231279

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ