การเปรียบเทียบเชิงรังสีคณิตของแผนรังสีรักษาร่วมพิกัดระหว่างเทคนิครังสีสามมิติกับเทคนิครังสีตัดขวางแบบเกลียว หมุนสำหรับเนื้องอกสมอง

ผู้แต่ง

  • ดารัตน์ คำชมภู ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • อิ่มใจ ชิตาพนารักษ์ ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • สมศักดิ์ วรรณวิไลรัตน์ ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

คำสำคัญ:

รังสีร่วมพิกัด, รังสีตัดขวางแบบเกลียวหมุน, รังสีสามมิติ, ตัวแปรเชิงรังสีคณิต

บทคัดย่อ

หลักการและเหตุผล: การฉายรังสีร่วมพิกัดผู้ป่วยเนื้องอกสมอง ต้องการความแม่นยำในการฉายรังสีสูงเพื่อให้รอยโรคได้รับ ปริมาณรังสีสูงสุดและให้เนื้อเยื่อปกติได้รับปริมาณรังสีน้อยที่สุด จากการค้นคว้าศึกษางานวิจัยเรื่องการฉายรังสีร่วมพิกัด พบว่ามี การใช้เทคนิครังสีตัดขวางแบบเกลียวหมุนสำหรับการฉายรังสีร่วมพิกัดในผู้ป่วยเนื้องอกสมอง จึงทำวิจัยเชิงทดลองแบบย้อนหลัง เพื่อวางแผนและประเมินรังสีรักษาร่วมพิกัดด้วยเทคนิครังสีตัดขวางแบบเกลียวหมุน วัตถุประสงค์: เพื่อวางแผนรังสีรักษาร่วมพิกัดด้วยเทคนิครังสีตัดขวางแบบเกลียวหมุนสำหรับการฉายรังสีเนื้องอกสมองแล้ว เปรียบเทียบค่าตัวแปรเชิงรังสีคณิตของรอยโรคและอวัยวะปกติข้างเคียงกับแผนรังสีสามมิติที่ใช้อุปกรณ์จำกัดลำรังสีแบบซี่ ขนาดเล็ก วัสดุและวิธีการ: การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองแบบย้อนหลัง เพื่อวางแผนรังสีรักษาร่วมพิกัด ด้วยเทคนิครังสีตัดขวาง แบบเกลียวหมุนในผู้ป่วยจำนวน 17 ราย ที่ได้รับการฉายรังสีเนื้องอกสมองด้วยเทคนิครังสีรักษาร่วมพิกัดสามมิติที่ใช้อุปกรณ์ จำกัดลำรังสีแบบซี่ขนาดเล็ก แล้วเปรียบเทียบค่าตัวแปรเชิงรังสีคณิตของรอยโรค ได้แก่ ค่าดัชนีความเข้ารูป ค่าดัชนีความ สม่ำเสมอ ส่วนอวัยวะปกติข้างเคียงที่พิจารณาเปรียบเทียบ ได้แก่ ก้านสมอง ศูนย์รวมประสาทตา เส้นประสาทตา และตา ค่าตัว แปรเชิงรังสีคณิตของอวัยวะปกติข้างเคียง ได้แก่ ปริมาณรังสีสูงสุด ปริมาณรังสีต่ำสุด และปริมาณรังสีเฉลี่ย ส่วนเนื้อสมอง ทั้งหมด พิจารณาค่าปริมาณรังสีที่ปริมาตรเนื้อสมองอย่างน้อยร้อยละ 50 (D50) และค่า Integral dose ผลการศึกษา: ผลการวิจัยพบว่าค่าดัชนีความเข้ารูปของปริมาตรมีค่า 1.15 และ 1.51 ค่าดัชนีความสม่ำเสมอ ของปริมาตร เป้าหมายมีค่า 6.51% และ 9.64% สำหรับเทคนิครังสีตัดขวางแบบเกลียวหมุน และเทคนิครังสีสามมิติตามลำดับ ทั้งสองค่า ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สำหรับอวัยวะข้างเคียงพบว่าค่าปริมาณรังสีสูงสุด, ปริมาณรังสีต่ำสุด และปริมาณ รังสีเฉลี่ย ของก้านสมอง เส้นประสาทตา และตา ในเทคนคิ รังสีตัดขวางแบบเกลียวหมุน มีค่ามากกว่าเทคนิครังสีสามมิติ มีความ แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของค่าปริมาณรังสีสูงสุดและปริมาณรังสีเฉลี่ยที่ตาและค่าปริมาณรังสีต่ำสุดที่เส้นประสาทตา อย่างไรก็ตามพบว่า ศูนย์รวมเส้นประสาทตาค่าปริมาณรังสีสูงสดุ และปริมาณรังสีต่ำสุด ของเทคนิครังสัตัดขวางแบบเกลียวหมุน มีค่าน้อยกว่าเทคนิครังสีสามมิติแต่ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนค่า D50 และ Integral dose ของเนื้อ สมองของเทคนิครังสีตัดขวางแบบเกลียวหมุนมีค่า 0.4 เกรย์ และ 3.32 เกรย์ ตามลำดับ ข้อสรุป: แผนรังสีตัดขวางแบบเกลียวหมุนให้ค่าดัชนีความเข้ารูป และความสม่ำเสมอในปริมาตรเป้าหมายดีกว่าแผนรังสีสาม มิติ กล่าวได้ว่าเป็นเทคนิคที่มีความเหมาะสมสำหรับการฉายรังสีร่วมพิกัดผู้ป่วยเนื้องอกในสมอง แต่การฉายรังสีตัดขวางแบบ เกลียวหมุนจะมีรังสีปริมาณต่ำกระจายออก ส่งผลต่อปริมาณรังสีที่เนื้อเยื่อปกติข้างเคียงได้รับ อย่างไรก็ตามจากการศึกษาพบ ว่าค่าปริมาณรังสีที่เนื้อเยื่อปกติข้างเคียงได้รับมีค่าไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด

เอกสารอ้างอิง

สมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทย. สถิติจำนวนบุคลากร เครื่องมือและผู้ป่วยรังสีรักษาในประเทศไทย 2557-2558 [อินเตอร์เน็ต]. 2557 [เข้าถึงเมื่อ 20 มีนาคม 2559]. เข้าถึงได้จาก http://www.thastro.org/index.php/2014-03-27-01-07-52

อัตถพร บุญเกิด. โรคเนื้องอกสมอง (Brain tumor) [อินเทอร์เน็ต]. 2555 [เข้าถึงเมื่อ 1 เมษายน 2559]. เข้าถึงได้จากhttp://med.mahidol.ac.th/surgery/sites/default/files/public/ pdf/PDFneuro/4.pdf

Michael C. AAPM Report no.54 Stereotactic radiosurgery [Internet]. 1995 [cited 2016 March 15]. Available: https://www.aapm.org/ pubs/reports/RPT_54.pdf

Elia AE, Shih HA, Loeffler JS. Stereotactic radiation treatment for benign meningiomas. Neurosurg Focus.2007;23:E5.

Feuvret L, Noel G, Mazeron JJ, Bey P. Conformity index. Int J Radiat Oncol Biol Phys 2006; 64:333-42.

Yoon M, Park SY, Shin D, Lee SB, Hong RP, Kim DY, et al. A new homogeneity index based on statistical analysis of the dose-volume histograms. Am Coll Med Phys 2007; 8:9-17.

Arienzo MD, Masciullo SG, Sanctis VD, Osti MF, Chiacchiararelli L, Enrici RM. Integral Dose and Radiation-Induced Secondary Malignancies: Comparison between Stereotactic Body Radiation Therapy and Three-Dimensional Conformal Radiotherapy. Int J Environ Res Public Health. 2012;9:4223-40

Soisson ET, Tome WA, Richards GM, Mehta MP. Comparison of linac based fractionated stereotactic radiotherapy and tomotherapy treatment plans for skull-base tumors. Radiother Oncol 2006; 78:313-21.

Shim JB, Lee S, Cho SJ, Lee SH, Kim J, Kim J, et al. Comparison of linac-based fractionated stereotactic radiotherapy and tomotherapy treatment plans for intra-cranial tumors. Chinese Physics C 2010; 34:1768-74.

Nagai A, Shibamoto Y, Yoshida M, Wakamatsu K, Kikuchi Y. Treatment of Single or Multiple Brain Metastases by Hypofractionated Stereotactic Radiotherapy Using Helical Tomotherapy. Int J Mol Sci 2014; 15:6910-24.

Cozzi L, Clivio A, Bauman G, Cora S, Nicolini G, Pellegrini R. Comparison of advanced irradiation techniques with photons for benign intracranial tumours. Radiother Oncol 2006; 80:268-73.

Fogliata A, Clivio A, Nicolini G, Vanetti E, Cozzi L. Intensity modulation with photons for benign intracranial tumours: A planning comparison of volumetric single arc, helical arc and fixed gantry techniques. Radiother Oncol 2008; 89:254-62.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2017-06-29

รูปแบบการอ้างอิง

1.
คำชมภู ด, ชิตาพนารักษ์ อ, วรรณวิไลรัตน์ ส. การเปรียบเทียบเชิงรังสีคณิตของแผนรังสีรักษาร่วมพิกัดระหว่างเทคนิครังสีสามมิติกับเทคนิครังสีตัดขวางแบบเกลียว หมุนสำหรับเนื้องอกสมอง. J Thai Assn of Radiat Oncol [อินเทอร์เน็ต]. 29 มิถุนายน 2017 [อ้างถึง 9 มกราคม 2026];23(1):19-26. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jtaro/article/view/203061

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ