การศึกษาเกี่ยวกับองค์ประกอบภายในร่างกายของผู้ป่วยโรคมะเร็ง
คำสำคัญ:
body composition, cancerบทคัดย่อ
หลักการและเหตุผล: การวัดองค์ประกอบของร่างกายจะวิเคราะห์แยกส่วนประกอบของร่างกายออกเป็น 4 ส่วน คือ ส่วนของน้ำ กล้ามเนื้อ กระดูก และไขมัน รวมถึงอัตราการเผาผลาญขั้นพื้นฐาน โดยทั่วไปใช้ประโยชน์ในการประเมินความอ้วน ผอม การวิเคราะห์หาค่าองค์ประกอบในร่างกายเหล่านี้ในผู้ป่วยมะเร็งอาจเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งเพื่อส่ง ผลให้ผลการรักษาดีขึ้นได้ วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาองค์ประกอบภายในร่างกาย (body composition) ของผู้ป่วยโรคมะเร็ง วัสดุและวิธีการ:เป็นงานวิจัยเชิงพรรณนา ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่งทำการศึกษาผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มารับการฉายรังสีที่หน่วย รังสีรักษาและมะเร็งวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในเดือนพฤษภาคม 2560 จำนวน 78 คน ได้ทำการวิเคราะห์ แยกผู้ป่วยเป็น 2 กลุ่มคือผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและคอกับผู้ป่วยมะเร็งชนิดอื่นๆโดยมีสมมติฐานว่าผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและคอมีองค์ ประกอบของร่างกายแตกต่างจากผู้ป่วยมะเร็งชนิดอื่นๆเนื่องจากลักษณะของโรคและวิธีการรักษา การศึกษานี้ทำการวิเคราะห์ องค์ประกอบของร่างกายด้วยเครื่อง body composition analyzer (Bioelectrical impedance analysis: รุ่น Tanita SC- 330) และใช้โปรแกรมเอกเซลในการคำนวณทางสถิติ ผลการศึกษา: ผู้ป่วยมะเร็งจำนวน 78 คนพบมีเพศหญิง 49 คน (ร้อยละ 62.8) เพศชาย 29 คน (ร้อยละ 37.2) อายุ เฉลี่ย 61.2 ปี โดยพบอุบัติการณ์มะเร็งปากมดลูกสูงสุดร้อยละ 23 รองลงมาคือมะเร็งศีรษะและคอร้อยละ 21.8 เมื่อวิเคราะห์ องค์ประกอบของร่างกายด้วยเครื่อง body composition analyzer พบมีเปอร์เซนต์ไขมันเฉลี่ย 25.2 มวลกล้ามเนื้อเฉลี่ย 37.8 กิโลกรัม อัตราการเผาผลาญขั้นพื้นฐานเฉลี่ย 4806.7 กิโลจูล พบไขมันช่องท้องเฉลี่ย 6.38 พบมีดัชนีมวลกายต่ำกว่า มาตรฐานร้อยละ 15.4 ดัชนีมวลกายมาตรฐานร้อยละ 65.4 และดัชนีมวลกายสูงกว่ามาตรฐานร้อยละ 19.2 เมื่อทำการเปรียบ เทียบผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและคอกับมะเร็งชนิดอื่นพบว่าผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและคอมีค่าเปอร์เซนต์ไขมัน มวลกล้ามเนื้อและดัชนี มวลกายที่ต่ำกว่าผู้ป่วยมะเร็งชนิดอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ข้อสรุป: ผู้ป่วยโรคมะเร็งส่วนใหญ่ในการศึกษานี้มีค่าองค์ประกอบภายในร่างกายที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และพบว่า ผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและคอมีค่าองค์ประกอบภายในร่างกายส่วนใหญ่ต่ำกว่าผู้ป่วยมะเร็งชนิดอื่น
เอกสารอ้างอิง
Palle SS, Møllehave LT, Taheri-Kadkhoda Z, Johansen S, Larsen L, Hansen JW, et al. Multi-frequency bioelectrical impedance analysis (BIA) compared to magnetic resonance imaging (MRI) for estimation of fat-free mass in colorectal cancer patients treated with chemotherapy. ClinNutr ESPEN. 2016;16:8-15.
Blauwhoff-Buskermolen S, Langius JAE, Becker A, Verheul HMW, de van der Schueren MAE. The influence of different muscle mass measurements on the diagnosis of cancer cachexia.J Cachexia Sarcopenia Muscle. 2017 Apr 26. doi: 10.1002/jcsm.12200. [Epub ahead of print].
Ottery FD.Cancer cachexia: prevention, early diagnosis, and management.Cancer Pract. 1994;2(2):123-31.
Sompornpailin N, Wanchaijiraboon P, Wipavakul S. Skin Manifestation in Paraneoplastic Syndrome. J Prapokklao Hosp Clin Med Educat Center. 2016; 3393: 247-55.
Basal metabolic rate.Retrieved from https://en.wikipedia.org/wiki/Basal_metabolic_rate
Moon HG, Ju YT, Jeong CY,Jung EJ, Lee YJ, Hong SC, et al. Visceral obesity may affect oncologic outcome in patients with colorectal cancer. Ann SurgOncol. 2008;15:1918–22.
Renfro LA, Loupakis F, Adams RA, Seymour MT, Heinemann V, Schmoll HJ, et al. Body Mass Index Is Prognostic in Metastatic Colorectal Cancer: Pooled Analysis of Patients From First-Line Clinical Trials in the ARCAD Database. J ClinOncol. 2016; 34: 144 -50.
Takenaka Y, Takemoto N, Nakahara S, Yamamoto Y, Yasui T, Hanamoto A, et al. Prognostic significance of body mass index before treatment for head and neck cancer. Head Neck. 2015;37:1518-23.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมะเร็งวิวัฒน์ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับ และบุคคลากรท่านอื่น ๆ ใน สมาคมฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
