การเปรียบเทียบตัวแปรเชิงรังสีคณิตของเทคนิคการฉายรังสีรักษาร่วมพิกัดระหว่างแผนรังสีปรับความเข้มแบบแขนหมุนเคลื่อนที่กับแผนรังสีตัดขวางแบบเกลียวหมุนในโรคเนื้องอกของเส้นประสาทหู

ผู้แต่ง

  • จิตรลดา จิตรมั่น ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • อิ่มใจ ชิตาพนารักษ์ ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • สมศักดิ์ วรรณวิไลรัตน์ ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

คำสำคัญ:

การเปรียบเทียบเชิงรังสีคณิต, รังสีร่วมพิกัด SRT, รังสีปรับความเข้มแบบแขนหมุนเคลื่อนที่, รังสีตัดขวางแบบเกลียวหมุน, โรคเนื้องอกของเส้นประสาทหู

บทคัดย่อ

หลักการและเหตุผล: รังสีรักษาร่วมพิกัด (SRT) เป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษาโรคเนื้องอกของเส้นประสาทหู ด้วยความก้าวหน้า ของเทคโนโลยีเครื่องเร่งอนุภาคและการพัฒนาการฉายรังสีปรับความเข้ม เช่น เทคนิครังสีปรับความเข้มแบบแขนหมุนเคลื่อนที่ (VMAT) และเทคนิครังสีตัดขวางแบบเกลียวหมุน (HT) ที่มีความถูกต้องแม่นยำ และความเข้ารูปของปริมาณรังสีกับปริมาตร เป้าหมายสูง รวมทั้งช่วยลดปริมาณรังสีแก่อวัยวะปกติข้างเคียง จึงเป็นทางเลือกในการรักษาผู้ป่วยโรคเนื้องอกของเส้นประสาทหู วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบค่าตัวแปรเชิงรังสีคณิตของรอยโรคและอวัยวะปกติข้างเคียงของเทคนิคการฉายรังสีร่วมพิกัด SRT ระหว่างแผนรังสีปรับความเข้มแบบแขนหมุนเคลื่อนที่ ( VMAT) กับแผนรังสีตัดขวางแบบเกลียวหมุน (HT) ในโรคเนื้องอก ของเส้นประสาทหู วัสดุและวิธีการ: การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองแบบย้อนหลัง ในผู้ป่วยโรคเนื้องอกของเส้นประสาทหู 16 ราย ที่ได้รับการ ฉายรังสีร่วมพิกัด SRT ด้วยแผนรังสีตัดขวางแบบเกลียวหมุน (HT) นำข้อมูลรอยโรคและอวัยวะปกติข้างเคียงของผู้ป่วยเหล่า นี้มาสร้างแผนรังสีปรับความเข้มแบบแขนหมุนเคลื่อนที่ ( VMAT) ด้วยปริมาณรังสีรวม 50-54 Gy (1.8-2Gy/F) กำหนดเงื่อนไข ปริมาณรังสีที่เป้าหมายได้รับ ตาม ICRU 83 และปริมาณรังสีของอวัยวะปกติข้างเคียง กำหนดให้อยู่ในเกณฑ์ยอมรับของ QUANTEC วิเคราะห์คุณภาพของแผนรังสีรักษาด้วยค่าดัชนีความเข้ารูป (CN), ค่าดัชนีความลาดชันของปริมาณรังสี (CGIg) และค่าดัชนีความสม่ำเสมอ (HI ) ปริมาณรังสีของอวัยวะปกติข้างเคียงที่พิจารณาได้แก่ ปริมาณรังสีที่ปริมาตร2%ของอวัยวะ ได้รับ (D2) , ปริมาณรังสีสูงสุดที่อวัยวะได้รับ (Dmax) , และปริมาณรังสีเฉลี่ยที่อวัยวะได้รับ (Dmean) ผลการวิจัย: ผลการศึกษาพบว่า ค่า CN, CGIg และ HI ของแผนรังสีรักษา HT และแผนรังสีรักษา VMAT ไม่มีความแตกต่าง กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P-Value < 0.05) แผนรังสีรักษา VMAT ให้ปริมาณรังสีต่ออวัยวะปกติข้างเคียงน้อยกว่าแผนรังสี รักษา HT อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P-Value < 0.05) โดยปริมาณรังสีต่ออวัยวะปกติข้างเคียงของแผนรังสีรักษา VMATและ แผนรังสีรักษา HT ตามลำดับ มีค่าดังต่อไปนี้ D2 (Gy) ของก้านสมอง มีค่า 44.326±10.528 และ 46.339±8.181, D2 (Gy) ของศูนย์รวมประสาทตา มีค่า 4.495±3.508 และ 8.304±5.829, Dmax (Gy) ของศูนย์รวมประสาทตา มีค่า 5.109±4.026 และ 8.819±6.085, D2 (Gy) ของเส้นประสาทตาข้างเดียวกับรอยโรค มีค่า 3.372±1.623 และ 7.487±3.770, Dmax (Gy) ของเส้น ประสาทตาข้างเดียวกับรอยโรค มีค่า 3.665±1.837และ 8.174±3.933, D2 (Gy) ของเส้นประสาทตาด้านตรงข้ามกับรอยโรค มีค่า 2.147±1.041และ 4.832±2.514, Dmax (Gy) ของเส้นประสาทตาด้านตรงข้ามกับรอยโรค มีค่า 2.361±1.154 และ 5.122±2.610, Dmean (Gy) ของตาข้างเดียวกับรอยโรค มีค่า 1.781±0.513 และ 3.482±1.865, D2 (Gy) ของตาข้างเดียว กับรอยโรค มีค่า 2.778±0.765 และ 6.314±1.881, Dmean (Gy) ของตาด้านตรงข้ามกับรอยโรค มีค่า 1.057±0.551 และ 2.749±1.484, D2 (Gy) ของตาด้านตรงข้ามกับรอยโรค มีค่า 2.321±0.765 และ 5.080±1.483 สำหรับแผนรังสีรักษา VMATและ แผนรังสีรักษา HT ตามลำดับ ข้อสรุป: เทคนิครังสีรักษาร่วมพิกัด SRT ในผู้ป่วยโรคเนื้องอกของเส้นประสาทหูด้วยแผนรังสีรักษา HT และแผนรังสีรักษา VMAT ให้ ค่าดัชนีความเข้ารูป (CN), ค่าดัชนีความสม่ำเสมอ (HI) และค่าดัชนีความลาดชันของปริมาณรังสี (CGIg) ไม่แตกต่าง กัน แต่แผนรังสีรักษา HT ให้ปริมาณรังสีแก่อวัยวะปกติข้างเคียงมากกว่าแผนรังสีรักษา VMAT อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

เอกสารอ้างอิง

Palma DA, Verbakel WFAR, Otto K, Senan S. New developments in arc radiation therapy: A review. Cancer Treatment Reviews. 2010;36:393-9.

Report 83. Journal of the International Commission on Radiation Units and Measurements. 2010;10:NP-NP.

Marks LB, Yorke ED, Jackson A, Ten Haken RK, Constine LS, Eisbruch A, et al. Use of Normal Tissue Complication Probability Models in the Clinic. International Journal of Radiation Oncology Biology Physics. 2010;76:S10-S9.

Riet Avt, Mak ACA, Moerland MA, Elders LH, van der Zee W. A conformation number to quantify the degree of conformality in brachytherapy and external beam irradiation: Application to the prostate. International Journal of Radiation Oncology Biology Physics. 1997;37:731-6.

Wagner TH, Bova FJ, Friedman WA, Buatti JM, Bouchet LG, Meeks SL. A simple and reliable index for scoring rival stereotactic radiosurgery plans. International Journal of Radiation Oncology Biology Physics. 2003;57:1141-9.

Wu Q, Mohan R, Morris M, Lauve A, Schmidt-Ullrich R. Simultaneous integrated boost intensity-modulated radiotherapy for locally advanced head-and-neck squamous cell carcinomas. I: dosimetric results. International Journal of Radiation Oncology Biology Physics. 2003;56:573-85.

Mayo CS, Ding L, Addesa A, Kadish S, Fitzgerald TJ, Moser R. Initial Experience With Volumetric IMRT (RapidArc) for Intracranial Stereotactic Radiosurgery. International Journal of Radiation Oncology Biology Physics. 2010;78:1457-66.

Ruschin M, Lightstone A, Karotki A, Cadonic M, Nico A, Davidson M, et al. Development of vmat program for the treatment of brain metastases and cavities. Journal of Radiosurgery & SBRT. 2013;2.

Fogliata A, Clivio A, Nicolini G, Vanetti E, Cozzi L. Intensity modulation with photons for benign intracranial tumours: A planning comparison of volumetric single arc, helical arc and fixed gantry techniques. Radiotherapy and Oncology. 2009;89:254-62.

Cao D, Holmes TW, Afghan MKN, Shepard DM. Comparison of Plan Quality Provided by Intensity-Modulated Arc Therapy and Helical Tomotherapy. International Journal of Radiation Oncology Biology Physics. 2007;69:240-50.

Gladwish A, Kron T, McNiven A, Bauman G, Van Dyk J. Asymmetric fan beams (AFB) for improvement of the craniocaudal dose distribution in helical tomotherapy delivery. Medical Physics. 2004;31:2443-8.

Smyth G, Evans PM, Bamber JC, Mandeville HC, Welsh LC, Saran FH, et al. Non-coplanar trajectories to improve organ at risk sparing in volumetric modulated arc therapy for primary brain tumors. Radiotherapy and Oncology. 2016;121:124-31.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-06-28

รูปแบบการอ้างอิง

1.
จิตรมั่น จ, ชิตาพนารักษ์ อ, วรรณวิไลรัตน์ ส. การเปรียบเทียบตัวแปรเชิงรังสีคณิตของเทคนิคการฉายรังสีรักษาร่วมพิกัดระหว่างแผนรังสีปรับความเข้มแบบแขนหมุนเคลื่อนที่กับแผนรังสีตัดขวางแบบเกลียวหมุนในโรคเนื้องอกของเส้นประสาทหู. J Thai Assn of Radiat Oncol [อินเทอร์เน็ต]. 28 มิถุนายน 2018 [อ้างถึง 3 มกราคม 2026];24(1):96-102. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jtaro/article/view/203051

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ