การประยุกต์ใช้เทคนิคการจำลองสถานการณ์ในการปรับปรุงการให้บริการรังสีรักษา กรณีศึกษาโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

ผู้แต่ง

  • อัฏฐรัฐ โกศายานนท์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • อิ่มใจ ชิตาพนารักษ์ ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • ชมพูนุท เกษมเศรษฐ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

คำสำคัญ:

การจำลองสถานการณ์, การให้บริการทางการแพทย์, รังสีรักษา, การปรับปรุงกระบวนการ

บทคัดย่อ

หลักการและเหตุผล: หน่วยรังสีรักษา โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ มีหน้าที่ให้บริการรักษาผู้ป่วยครอบคลุมพื้นที่ 8 จังหวัด ภาคเหนือตอนบน ซึ่งจำนวนผู้ป่วยที่มารับบริการที่หน่วยนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี ในขณะที่หน่วยรังสีรักษา มีความสามารถใน การให้บริการผู้ป่วยที่จำกัด ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องหาแนวทางในการเพิ่มความสามารถของการให้บริการผู้ป่วย ณ หน่วยรังสี รักษาโรคมะเร็งให้เพิ่มมากขึ้น วัตถุประสงค์: งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อนำเสนอและประเมินแนวทางในการเพิ่มความสามารถในการให้บริการด้านรังสีรักษา ณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ วัสดุและวิธีการ: เนื่องจากการนำเสนอแนวทางในการปรับปรุง และการประเมินผลแนวทางการปรับปรุง ไม่สามารถทำการ ทดลองในระบบการให้บริการจริงได้ งานวิจัยนี้จึงนำเอาเทคนิคการจำลองสถานการณ์ ซึ่งเป็นเทคนิคที่นิยมใช้กันในสาขา วิศวกรรมอุตสาหการ มาใช้ในการจำลองสถานการณ์ของระบบการให้บริการรังสีรักษา และใช้ตัวแบบจำลองนี้ในการประเมิน ผลแนวทางการปรับปรุง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์จากแต่ละแนวทางมาตัดสินใจเลือกแนวทางที่สามารถนำไปปรับใช้จริงได้ต่อไป ผลการศึกษา: จากการจำลองสถานการณ์การให้บริการของห้องฉายรังสีที่ 2 พบว่า เวลาในกระบวนการส่วนใหญ่อยู่ที่ขั้นตอน การฉายรังสีเป็นหลัก ส่วนในขั้นตอนย่อยอื่นๆ พบว่า จำนวนเจ้าหน้าที่รังสีเทคนิคซึ่งทำงานร่วมกัน 2 คน เป็นส่วนสำคัญที่ ทำให้เวลาของกระบวนการย่อยใช้เวลานาน ดังนั้น ทางเลือกในการปรับปรุงจึงเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องฉาย รังสี และเจ้าหน้าที่รังสีเทคนิค ผู้วิจัยได้นำเสนอแนวทางการปรับปรุงใน 3 แนวทาง คือ (1) การเพิ่มเจ้าหน้าที่รังสีเทคนิคจาก 2 คนเป็น 3 คน (2) การเปลี่ยนเครื่องฉายรังสีให้เป็นเครื่องรุ่นใหม่ที่สามารถทำงานได้ตามเทคนิคของเครื่องเดิม และ (3) การ เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่รังสีเทคนิคเป็น 3 คนพร้อมกับการเปลี่ยนเครื่องฉายรังสีให้เป็นรุ่นใหม่ ผลจากการจำลองสถานการณ์ แสดงให้เห็นว่า ทั้งสามแนวทางสามารถเพิ่มจำนวนผู้ป่วยต่อวันที่เข้ารับการรักษาที่หน่วยนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยทั้งสาม แนวทางให้จำนวนผู้ป่วยต่อวันที่เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 9.28, 56.06 และ 64.01 ตามลำดับ ข้อสรุป: ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า หากโรงพยาบาลต้องการนำ เอาแนวทางการปรับปรุงไปใช้จริง ในระยะสั้นการเพิ่มเจ้า หน้าที่รังสีเทคนิคจาก 2 คนเป็น 3 คน จะสามารถทำได้เร็วที่สุด และสามารถเพิ่มจำนวนผู้ป่วยจากเดิมได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่การเพิ่มขึ้นจะมีค่าอยู่ที่ร้อยละ 9.28 ซึ่งคิดเป็น 2 ถึง 3 คนต่อวัน แต่หากโรงพยาบาลต้องการเพิ่มจำนวนผู้ป่วยให้ได้มากที่สุด และคุ้มค่าที่สุด โรงพยาบาลควรพิจารณาแนวทางที่ 2 คือการใช้จำนวนเจ้าหน้าที่รังสีเทคนิคเท่าเดิม แต่ต้องลงทุนเปลี่ยนเครื่อง ฉายรังสีเป็นเครื่องรุ่นใหม่ ซึ่งจะทำให้ความสามารถในการให้บริการผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมอย่างชัดเจนถึงร้อยละ 56.06 หรือคิดเป็นประมาณ 13 คนต่อวัน และเนื่องจากผลที่ได้จากการจำลองสถานการณ์ไม่สามารถบอกได้ว่าจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น ของแนวทางที่ 2 และ 3 มีความแตกต่างกัน ดังนั้น แนวทางที่ 2 จึงน่าจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมในการพิจารณาเป็นแผนระยะ ยาวสำหรับโรงพยาบาลต่อไป

เอกสารอ้างอิง

สมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทย. สถิติจำนวนบุคลากร เครื่องมือและผู้ป่วยรังสีรักษาในประเทศไทย 2557-2558 [อินเตอร์เน็ต]. 2557 [เข้าถึงเมื่อ 31 กรกฎาคม 2560]. เข้าถึงได้จาก http://www.thastro.org/index.php/2014-03-27-01-07-52.

Kasemset C. and Kachitvichyanukul V. (2007). Simulation-Based Procedure for Bottleneck Identification. AsiaSim, CCIS 5, pp. 46-55.

Banks J, Carson J, Nelson B. L. and Nicol D. Discrete-Event System Simulation. Prentice Hall. 2004; 4e.

ประจวบ กล่อมจิต และ กัญจนา ทองสนิท. การจำลองสถานการณ์เบื้องต้น. กรุงเทพฯ. วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมป์. 2554.

รุ่งรัตน์ ภิสัชเพ็ญ. (2553). คู่มือสร้างแบบจำลองด้วยโปรแกรม Arena (ฉบับปรับปรุง). ซีเอ็ดยูเคชั่น. กรุงเทพฯ. หน้า 612.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-06-28

รูปแบบการอ้างอิง

1.
โกศายานนท์ อ, ชิตาพนารักษ์ อ, เกษมเศรษฐ์ ช. การประยุกต์ใช้เทคนิคการจำลองสถานการณ์ในการปรับปรุงการให้บริการรังสีรักษา กรณีศึกษาโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่. J Thai Assn of Radiat Oncol [อินเทอร์เน็ต]. 28 มิถุนายน 2018 [อ้างถึง 2 มกราคม 2026];24(1):70-9. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jtaro/article/view/203046

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ