การเปรียบเทียบเชิงรังสีคณิตของปริมาตรเป้าหมายระหว่างแผนรังสีตัดขวางแบบเกลียวหมุนและแผนรังสีปรับความเข้มแบบแขนหมุนเคลื่อนที่ในโรคมะเร็งปอด

ผู้แต่ง

  • ตมิสา มโนหาญ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • พิชญาภรณ์ กลั่นกลิ่น ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • สมศักดิ์ วรรณวิไลรัตน์ ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

คำสำคัญ:

รังสีตัดขวางแบบเกลียวหมุน, รังสีปรับความเข้มแบบแขนหมุนเคลื่อนที่, มะเร็งปอด, ดัชนีความสม่ำเสมอของการ กระจายปริมาณรังสี, ค่าปริมาณรังสีที่ครอบคลุมปริมาตรเป้าหมาย

บทคัดย่อ

หลักการและเหตุผล: รังสีรักษาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการรักษามะเร็งปอด ในระยะลุกลามก่อนมะเร็งมักมีขนาดใหญ่ ทำให้ การฉายรังสีต้องใช้เทคนิคขั้นสูง เทคนิครังสีตัดขวางแบบเกลียวหมุนและเทคนิครังสีปรับความเข้มแบบแขนหมุนเคลื่อนที่ถือ เป็นเทคโนโลยีการฉายรังสีขั้นสูง ที่สามารถให้ปริมาตรเป้าหมายได้รับปริมาณรังสีสูงและอวัยวะปกติข้างเคียงได้รับปริมาณ รังสีต่ำ วัตถุประสงค์: การศึกษานี้เป็นการเปรียบเทียบคุณภาพแผนรังสีรักษาโดยใช้ตัวแปรเชิงรังสีคณิตของปริมาตรเป้าหมายระหว่าง แผนรังสีตัดขวางแบบเกลียวหมุนและแผนรังสีปรับความเข้มแบบแขนหมุนเคลื่อนที่ในผู้ป่วยมะเร็งปอด วัสดุและวิธีการทดลอง: ผู้ป่วยมะเร็งปอดจำนวน 7 ราย ถ่ายภาพรังสีเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สี่มิติเพื่อวางแผนรังสีรักษาโดย กำหนดให้ปริมาตรเป้าหมายได้รับปริมาณรังสีโฟตอนพลังงาน 6 ล้านโวลต์ ทั้งหมด 60 เกรย์ ใน 30 ครั้ง วางแผนรังสีตัดขวาง แบบเกลียวหมุน (VoLO™ V. 5.0.1.24) และวางแผนรังสีปรับความเข้มแบบแขนหมุนเคลื่อนที่ (MonacoV.5.11) สำหรับ ผู้ป่วยทุกราย ปริมาณรังสีที่ปริมาตรเป้าหมายพิจารณาตามรายงานของ ICRU83 พร้อมทั้งเปรียบเทียบคุณภาพของแผนรังสี รักษาด้วยค่าดัชนีความสม่ำเสมอของปริมาณรังสีและค่าดัชนีปริมาณรังสีที่ครอบคลุมปริมาตรเป้าหมาย ผลการศึกษา: ปริมาณรังสีที่ปริมาตรเป้าหมายของแผนรังสีรักษาทั้ง HT และ VMAT ผ่านเกณฑ์ตามรายงานของICRU83 และ ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ค่าเฉลี่ยของความสม่ำเสมอของการกระจายปริมาณรังสี (HI) ของแผนรังสีรักษา HT และ VMAT มีค่าไม่แตกต่างกัน (p = 0.313) โดยมีค่าเท่ากับ 9.32 และ 9.88 ตามลำดับ แต่พบว่าดัชนีความครอบคลุม ปริมาตรเป้าหมาย (TC) ของแผนรังสีรักษา VMAT มีค่าดัชนีที่ดีกว่า HT อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) โดยมีค่าเท่ากับ 0.86 และ 0.61 ตามลำดับ ข้อสรุป: การกระจายปริมาณรังสีที่ปริมาตรเป้าหมายของแผนรังสีรักษา HT และ VMAT ตามเกณฑ์ของ ICRU83 ไม่มีความ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่แผนรังสีรักษา VMAT ให้ค่าดัชนีความครอบคลุมปริมาตรเป้าหมายที่ดีกว่าอย่างมีนัย สำคัญทางสถิติ

เอกสารอ้างอิง

Allemani C, Weir HK, Carreira H, Harewood R, Spika D, Wang XS, et al. Global surveillance of cancer survival 1995-2009: analysis of individual data for 25,676,887 patients from 279 population-based registries in 67 countries (CONCORD-2). Lancet. 2015; 385:977-1010.

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งปอด. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ:บริษัท โฆสิตการพิมพ์ จำกัด; 2552.

Mackie TR, Balog J, Ruchala K, Shepard D, Aldridge S, Fitchard E, et al. Tomotherapy. Semin Radiat Oncol 1999;9:108-17.

Kannarunimit D, Descovich M, Garcia A, Chen J, Weinberg V, Mcguinness C,et al. Analysis of dose distribution and risk of pneumonitis in stereotactic body radiation therapy for centrally located lung tumors: A comparison of robotic radiosurgery, Helical Tomotherapy and Volumetric Modulated Arc Therapy. Technol Cancer Res Treat2015; 14: 49-60.

Yoon M, Park SY, Shin D, Lee SB, Pyo HR, Kim DY, et al. A new homogeneity index based on statistical analysis of the dose-volume histograms. J Appl Clin Med Phys 2007; 8: 9-17.

Chi A, Ma P, Fu G, Hobbs G, Welsh JS, Nguyen NP, et al. Critical structure sparing in stereotactic ablative radiotherapy for central lung lesions: Helical Tomotherapy vs. Volumetric Modulated Arc Therapy. PLoS One 2013; 8: 1-9.

Xu Y, Deng W, Yang S, Li P, Kong Y, Tian Y, et al. Dosimetric comparison of the helical tomotherapy, volumetric modulated arc therapy and fixed-field intensity-modulatedradiotherapy for stage IIB-IIIB non-small cell lung cancer. Sci Rep 2017; 7:1-9.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-06-28

รูปแบบการอ้างอิง

1.
มโนหาญ ต, กลั่นกลิ่น พ, วรรณวิไลรัตน์ ส. การเปรียบเทียบเชิงรังสีคณิตของปริมาตรเป้าหมายระหว่างแผนรังสีตัดขวางแบบเกลียวหมุนและแผนรังสีปรับความเข้มแบบแขนหมุนเคลื่อนที่ในโรคมะเร็งปอด. J Thai Assn of Radiat Oncol [อินเทอร์เน็ต]. 28 มิถุนายน 2018 [อ้างถึง 2 มกราคม 2026];24(1):53-7. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jtaro/article/view/203042

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ