การเปรียบเทียบความคลาดเคลื่อนจากการจัดท่าผู้ป่วยฉายรังสีผู้ป่วยมะเร็งปอดโดยใช้อุปกรณ์ยึดตรึงสองชนิด

ผู้แต่ง

  • วรญา เงินเถื่อน สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

คำสำคัญ:

มะเร็งปอด, เอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบโคน, อุปกรณ์ยึดตรึงผู้ป่วย, การฉายรังสีแบบปรับความเข้มเชิงปริมาตร หมุนรอบตัวผู้ป่วย

บทคัดย่อ

หลักการและเหตุผล การรักษาโรคมะเร็งปอดด้วยการฉายรังสีต้องการความถูกต้องในการให้ปริมาณรังสี ดังนั้นการจัดท่าผู้ป่วยให้อยู่นิ่งและ อยู่ในท่าเดิมทุกวันตลอดจนจบการรักษาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะบริเวณปอดมีอวัยวะที่สำคัญล้อมรอบ เช่น หัวใจและปอดส่วน ที่ปกติ จึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ยึดตรึงเพื่อช่วยในการจัดท่า อุปกรณ์ที่ใช้ในการยึดตรึงผู้ป่วยมะเร็งปอดที่สาขารังสีรักษาและ มะเร็งวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยมี 2 ชนิด ได้แก่ หน้ากากยาวและ wing board จึงเป็นที่มาของปัญหา ในการเลือกใช้อุปกรณ์ยึดตรึงผู้ป่วยเพื่อที่จะให้ผู้ป่วยสามารถนอนนิ่ง ไม่ขยับตัวและสามารถฉายรังสีผู้ป่วยได้ตรงตำแหน่งที่ แพทย์วางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ วัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบค่าความคลาดเคลื่อนในการจัดท่าผู้ป่วยโรคมะเร็งบริเวณปอดระหว่างการใช้อุปกรณ์ยึดตรึงแบบหน้ากาก ยาวถึงปลายทรวงอก (long mask) และการใช้ wing board และเพื่อตรวจสอบความเจ็บปวดในตำแหน่งต่างๆ บนตัวผู้ป่วยจาก การใช้ทั้งสองอุปกรณ์ในการจัดท่า วัสดุและวิธีการ ในการศึกษานี้เก็บข้อมูลผู้ป่วยมะเร็งปอดทั้งหมด 30 ราย ด้วยเทคนิคการฉายรังสีแบบปรับความเข้มเชิงปริมาตรหมุน รอบตัวผู้ป่วย (VMAT) จากเครื่องเร่งอนุภาค TrueBEAM โดยแบ่งการเก็บข้อมูล 2 ชุด กลุ่มแรกใช้อุปกรณ์ยึดตรึงผู้ป่วยด้วย หน้ากากยาวถึงปลายทรวงอก และกลุ่มที่สองใช้ wing board ผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มถูกตรวจสอบความคลาดเคลื่อนด้วยการใช้ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบโคน (CBCT) อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง สำหรับการสอบถามความเจ็บปวดในแต่ละตำแหน่งของ ผู้ป่วย ให้ผู้ป่วยเป็นผู้ให้คะแนน ซึ่งจะกำหนดจุดบนร่างกายทั้งหมด 4 จุด คือ หน้าผาก หัวไหล่ทั้งสองข้าง ต้นคอด้านหลังและ กลางหลัง โดยมีการให้คะแนนความเจ็บปวด แบ่งระดับจากน้อยสุดไปมากที่สุด ให้ระดับความปวดตั้งแต่ 1 ถึง 5 ผลการศึกษา ผู้ป่วยมะเร็งปอดที่ใช้อุปกรณ์ยึดตรึงผู้ป่วยแบบที่ใช้หน้ากากยาว ในแนวหน้า-หลัง ศีรษะ-ปลายเท้า ซ้าย-ขวา พบค่า ความคลาดเคลื่อนอยู่ที่ -0.04±0.37, -0.06±0.40, -0.05±0.33 ซม. ตามลำดับ ค่าความคลาดเคลื่อนเมื่อใช้อุปกรณ์ยึดตรึง ผู้ป่วยแบบ wing board พบค่าความคลาดเคลื่อนที่ 0.08±0.48, 0.14±0.52, 0.11±0.45 ซม. ตามลำดับ จะเห็นว่าการใช้ หน้ากากสามารถลดความคลาดเคลื่อนในการจัดท่าผู้ป่วยได้อย่างชัดเจนในทุกทิศทาง และสามารถลดความเจ็บปวดบริเวณหัว ไหล่ของผู้ป่วยอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามการใช้หน้ากากมีการเพิ่มความเจ็บปวดของผู้ป่วยบริเวณหน้าผากมากขึ้น ข้อสรุป การรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดด้วยการฉายรังสี การใช้อุปกรณ์ยึดตรึงผู้ป่วยด้วยหน้ากากยาวถึงปลายทรวงอกสามารถ ช่วยลดค่าความคลาดเคลื่อนในการการจัดท่าผู้ป่วยได้ และสามารถลดความเจ็บปวดของผู้ป่วยบริเวณไหล่ทั้งสองข้างได้

เอกสารอ้างอิง

นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ, นพ.อาคม ชัยวีระวัฒนะ, นพ.สมชาย ธนะสิทธิชัย, นพ.ปิยวัฒน์ เลาวหุตานนท์, ดร.ศุลีพร แสงกระจ่าง. โรคมะเร็ง. การแพทย์ไทย. 2554-2557;4-5.

มะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย. ทำความรู้จักกับโรคมะเร็งกันเถอะ. พิมพ์ครั้งที่ 1 กทม. 2552;14-5.

Bentel GC, Marks LB, Krishnamurthy R. Impact of cradle immobilization on setup reproducibility during external beam radiation therapy for lung cancer. Int J Radiat Oncol Biol Phys. 1997;38:527-31.

Sutee D, Ruj S, Apinya K. Set up verification and PTV margins determination of rapid arc therapy in prostate cancer using an on-board imager. Siriraj Med. J. 2015; 67(suppl 1):S1-5.

Naiyanet N, Oonsiri S, Lertbutsayanukul C, Suriyapee S. Measurements of patient’s setup variation in intensity-modulated radiation therapy of head and neck cancer using electronic portal imaging device. Biomed Imaging Interv J. 2007;62.

นีรนุช ทวีบุญ, คชา ตินทุการนนท์, สุที เดชะวงศ์สุวรรณ. การศึกษาเปรียบเทียบความคลาดเคลื่อนของตำแหน่ง isocenter ระหว่างแนวเหนือและต่อ nipple สำหรับการฉายรังสีมะเร็งบริเวณทรวงอกและช่องท้องโดยการใช้ภาพ kV Orthogonal หรือ CBCT images at Siriraj Hospital. วารสารมะเร็งวิวัฒน์ 2018; 24:25-34.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-12-27

รูปแบบการอ้างอิง

1.
เงินเถื่อน ว. การเปรียบเทียบความคลาดเคลื่อนจากการจัดท่าผู้ป่วยฉายรังสีผู้ป่วยมะเร็งปอดโดยใช้อุปกรณ์ยึดตรึงสองชนิด. J Thai Assn of Radiat Oncol [อินเทอร์เน็ต]. 27 ธันวาคม 2018 [อ้างถึง 3 มกราคม 2026];24(2):29-37. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jtaro/article/view/203026

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ