ผลการธำรงรักษามาตรฐานระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มอก.18001 ในโรงพยาบาลนครพิงค์

ผู้แต่ง

  • ดุสิต อภัยสุวรรณ

คำสำคัญ:

การธำรงรักษามาตรฐาน, อาชีวอนามัย, Maintaining, Occupational

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการธำรงรักษามาตรฐานระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มอก. 18001 ในโรงพยาบาลนครพิงค์โดย (1) ศึกษาเปรียบเทียบการดำเนินงานก่อนและหลังการยกเลิกการประเมินเพื่อรับรองมาตรฐานระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มอก. 18001 (2) ระดับความรู้ ระดับเจตคติและระดับความพึงพอใจของเจ้าหน้าที่ภายหลังการยกเลิกการประเมินเพื่อรับรองระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (3)ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ เจตคติและความพึงพอใจของเจ้าหน้าที่ภายหลังการยกเลิกการประเมินเพื่อรับรองระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เก็บข้อมูลระหว่างเดือน มกราคม - มีนาคม2559 ในกลุ่มตัวอย่าง ที่ได้จากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน จำนวน 500 คน พบว่า (1) การนำมาตรฐานระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มอก. 18001 มาใช้ ทำให้เกิดนโยบายด้าน อาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่แสดงถึงเจตจำนงของผู้บริหาร มีการวางแผนงานด้านความปลอดภัย ที่ครอบคลุม
ทั้งการชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยงในทุกกิจกรรมงาน และสภาพแวดล้อมการทำงาน ในทุกหน่วยงานของโรงพยาบาล รวมทั้งชี้บ่งกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง มีการจัดทำคู่มือความปลอดภัยระเบียบปฏิบัติ และวิธีปฏิบัติในทุกข้อกำหนด และปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนในองค์กร ตระหนักและร่วมมือกันนำไปใช้ปฏิบัติ มีการตรวจประเมินทั้งภายในและภายนอก และมีการทบทวนการจัดการเพื่อปรับปรุงการดำเนินงานเพื่อลดความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากยกเลิกการประเมินเพื่อรับรองมาตรฐานระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มอก. 18001 แล้วยังคงอยู่ในทุกข้อกำหนด แต่ขาดความต่อเนื่องในข้อกำหนดการทบทวนการจัดการ (2) ระดับความรู้ ระดับเจตคติและระดับความพึงพอใจของเจ้าหน้าที่ภายหลังการยกเลิกการประเมินเพื่อรับรองระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามให้คะแนนด้านความรู้ และเจตคติต่อระบบการจัดการอาชีวอนามัยในระดับ“ใช่” และ “ไม่แน่ใจ” แต่มีระดับความพึงพอใจมากในทุกหัวข้อกำหนด (3) เมื่อนำคะแนนด้านความรู้
เจตคติ และความพึงพอใจมาหาความสัมพันธ์กัน ด้วยวิธี Pearson’s correlation coefficient พบว่ามีความสัมพันธ์ระหว่าง เจตคติ และความรู้ (Pearson’s correlation coefficient = 0.164, p < 0.001)แต่ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ หรือเจตคติ ต่อความพึงพอใจ แสดงให้เห็นว่า การธำรงระบบจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในโรงพยาบาล ผ่านทางการมุ่งเน้นให้เจ้าหน้าที่มีความรู้ พร้อมกับสร้างระบบงานให้กิจกรรมที่สำคัญ อาทิ การประเมินความเสี่ยง มีความน่าสนใจ สามารถนำมาใช้ในระบบ
คุณภาพ เป็นการส่งเสริมในเชิงบวก มีความสำคัญต่อการธำรงระบบ ไม่น้อยไปกว่าการตรวจรับรองภายนอก อันเป็นการกระตุ้นในเชิงลบ

เอกสารอ้างอิง

1. อดุลย์บัณฑุกุล. ความปลอดภัยของบุคลากรโรงพยาบาลในคู่มืออาชีวเวชศาสตร์ 2000.กรุงเทพฯ: สำนักเทคโนโลยี;2544.
2. วรรณา จงจิตรไพศาล. การดำเนินงานอาชีวอนามัยสำหรับบุคลากรโรงพยาบาลตามเกณฑ์การพัฒนาคุณภาพ โรงพยาบาลของโรงพยาบาลภาครัฐในประเทศไทย พ.ศ.2547. Journal of Medicine and Health Sciences.2006;13: 234-247.
3. ฉันทนา ผดุงทศ, คะนึงนิจ นิชานนท์, ภัทรินทร์คณะมี, นุชนารถ นาคขำ, กำจัด รามกุล. การดูแลสุขภาพเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลภายใต้การพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล. รายงานการวิจัย.กรุงเทพฯ: สำนักโรคจากการประกอบอาชีพ และสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, 2547.
4. เศรษฐไชย ชื่นสายชล. การศึกษาการดำเนินงานอาชีวอนามัยสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลเอกชน ในเขตกรุงเทพมหานคร. รายงานการวิจัย.กรุงเทพฯ: โรงพยาบาลนวมินทร์2545.
5. วิทยาภรณ์ศรีภิรมย์, หทัยชนก ศรีบุรี, ศรีสมร การอน. รูปแบบการด าเนินงานอาชีวอนามัยในการพัฒนาคุณภาพ โรงพยาบาลลำพูน. วารสารวิชาการสาธารณสุข 2545;11:360-370.
6. สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มอก. 18001-2542. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม. 2542

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-07-08

รูปแบบการอ้างอิง

อภัยสุวรรณ ด. (2019). ผลการธำรงรักษามาตรฐานระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มอก.18001 ในโรงพยาบาลนครพิงค์. วารสารโรงพยาบาลนครพิงค์, 7(1). สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jnkp/article/view/201970

ฉบับ

ประเภทบทความ

รายงานการวิจัย