Effects of A Food Consumption Behaviors Development Program for Hypertensive Risk at Sichomphu District, Khon Kaen Province
Keywords:
Food consumption behavior, Hypertensive risk, Health belief modelAbstract
The objectives of this quasi- experimental research were to study an effects of a Food Consumption Behaviors Development Program for hypertensive risk at Sichomphu District, Khon Kaen Province. The sample comprised people with hypertensive risk, who had blood pressure between 130-139/80-89 mmHg, male and female, aged 35-60 years, and who had not been previously diagnosed with hypertension by a doctor. The experimental group who had characteristic within the inclusion criteria were selected by the simple sampling technique, the comparison group were selected with similar sex, age, body mass index and blood pressure, 31 persons in each group.The experimental tool was the Food Consumption Behaviors Development Program for hypertensive risk based on the health belief model. The data collection tools were: 1) a questionnaire with 3 parts, 2)digital sphygmomanometer, 3)digital scale and 4)measuring tape. The data were analyzed by descriptive statistics, paired t–test, independent t–test, Wilcoxon Matched Pairs Signed Ranks test, and Mann–Whitney U test.
The results showed that: after the experiment, (1) scores of perceived susceptibility and severity of hypertension, perceived self-efficacy about food consumption behavior, and perceived benefits of food consumption behavior of the experimental group were significantly higher than before the experiment and the comparison group(p<0.05). Scores for perceived barriers to food consumption behavior were significantly lower than before the experiment and the comparison group (p<0.05). Food consumption behavior scores were significantly higher than before the experiment and increased more than those of the comparison group (p<0.05) (2) The systolic and diastolic blood pressures of the experimental group were significantly lower than before the experiment and the comparison group (p<0.05). Body mass index and waist circumference of the experimental group were significantly lower than before the experiment (p<0.05), but not different from the comparison group.
References
สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. รายงานสถานการณ์โรค NCDs เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง พ.ศ. 2562. นนทบุรี: อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2563
กลุ่มรายงานมาตรฐาน ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. ข้อมูลเพื่อตอบสนอง Service Plan สาขาโรคไม่ติดต่อ [อินเทอร์เน็ต].2562 [เข้าถึงเมื่อ 10 ธันวาคม 2562]. เข้าถึงได้จาก: https://hdcservice.moph.go.th/hdc/reports/report.php?source=pformated/format1.php&cat_id=b2b59e64c4e6c92d4b1ec16a599d882b&id=9cd87ceb6609d0183a3cfd2f0fd29553
สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย. แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2562. เชียงใหม่: ทริคธิงค์; 2562.
กองการแพทย์ทางเลือก. แดชไดเอท (DASH Diet) บำบัดโรคความดันโลหิตสูง. กรุงเทพฯ: วี อินดี้ ดีไซน์; 2563.
คณะกรรมการและคณะทำงานปรับปรุงข้อกำหนดสารอาหารที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย สำนักโภชนาการ กรมอนามัย. ตารางปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563. กรุงเทพฯ: เอ.วี. โปรเกรสซีฟ; 2563.
เสาวลักษณ์ มูลสาร, เกสร สำเภาทอง. ผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ตามแนวทางของ DASH ร่วมด้วยทฤษฎีการรับรู้ความสามารถแห่งตนและแรงสนับสนุนทางสังคม เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง. วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา 2559; 11(1): 87-98.
เสาวณีย์ ขวานเพชร, พัชราณี ภวัตกุล, มัณฑนา ประทีปะเสน, นิรัตน์ อิมามี, ฉวีวรรณ บุญสุยา. ผลของโปรแกรมส่งเสริมโภชนาการต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหาร เพื่อควบคุมความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเด่นชัย จังหวัดแพร่. วารสารสาธารณสุขศาสตร์ 2554; 41(พิเศษ): 9-20.
อัมภากร หาญณรงค์, ชนัญชิดาดุษฎี ทูลศิริ, สมสมัย รัตนกรีฑากุล. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยบูรพา 2560; 25(3): 52-65.
นุจรี อ่อนสีน้อย, ยุวดี ลีลัคนาวีระ, ชนัญชิตาดุษฎี ทูลศิริ. ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันความดันโลหิตสูงในกลุ่มประชาชนที่มีภาวะก่อนเป็นโรคความดันโลหิตสูง. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์ 2560; 37(1): 63-74.
Rosenstock IM, Strecher VJ, Becker MH. Social learning theory and health belief model. Health Educ Q 1988; 15(2): 175-183.
Rosenstock IM. Historical origins of the health belief model. Health Educ Beh 1974; 2(4): 328–35.
อาภาพร เผ่าวัฒนา, สุรินธร กลัมพากร, สุนีย์ ละกำปั่น, ขวัญใจ อำนาจสัตย์ซื่อ. การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในชุมชน: การประยุกต์แนวคิดและทฤษฎีสู่การปฏิบัติ. ขอนแก่น: คลังนานาวิทยา; 2554.
ธีรนุช ห้านิรัติศัย. ทฤษฎีความสามารถของตนเอง. ใน: ศิริพร ขัมภลิขิต และจุฬาลักษณ์ บารมี, บรรณาธิการ. คู่มือการสอนการสร้างเสริมสุขภาพในหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต. ขอนแก่น: คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2555. หน้า 35-47.
กรรณิการ์ เงินดี. ผลของโปรแกรมการประยุกต์แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ ต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา [วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. พะเยา: มหาวิทยาลัยพะเยา; 2564.
แรมจันทร์ ทรงทอง. ผลของโปรแกรมพัฒนาพฤติกรรมรับประทานอาหารของกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช [วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช; 2564.
ทรัพย์ทวี หิรัญเกิด, ไพฑูรย์ วุฒิโส, เมวดี ศรีมงคล. ผลของโปรแกรมความเชื่อด้านสุขภาพต่อความรู้ พฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง และระดับความดันโลหิตสูงในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง อำเภอแก้งค้อ จังหวัดชัยภูมิ. วารสารการพยาบาลทหารบก 2564; 22: 478-87.
สุภาวดี พรมแจ่ม. ผลของโปรแกรมความเชื่อด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการป้องกันภาวะแทรกซ้อนของผู้สูงอายุที่มีโรคความดันโลหิตสูง [วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2559.
ผ่องพรรณ อรุณแสง. การพยาบาลผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด. พิมพ์ครั้งที่ 10. ขอนแก่น: คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2556.
สุรางคณา คงเสือ. ศึกษาผลของโปรแกรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมต่อความเชื่อด้านสุขภาพและการปฏิบัติตัวในกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ตำบลทุ่งศรีเมือง อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด [วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม; 2560.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
Copyright (c) 2024 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่7จังหวัดขอนแก่น

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความรับผิดชอบ
บทความที่ลงพิมพ์ในวารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น ถือเป็นผลงานทางวิชาการหรือวิจัย และวิเคราะห์ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของวารสารสำนักงาน ป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น หรือ ของกองบรรณาธิการแต่ประการใด ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
ลิขสิทธ์บทความ
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์จะถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักงานป้องกันตวบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น
