ปัจจัยการบริหารที่มีผลต่อการรายงานข้อมูลสุขภาพระดับปฐมภูมิ ของบุคลากรสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในจังหวัดชัยภูมิ

Authors

  • จารุกิตติ์ นาคคำ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหลุบค่าย จังหวัดชัยภูมิ
  • ชนะพล ศรีฤาชา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

Keywords:

administrative factors, reporting on primary health data, health officers, TambonHealth Promoting Hospitals

Abstract

 

การศึกษาวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง (Cross-Sectional     Descriptive Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการจัดทำรายงานสุขภาพระดับปฐมภูมิให้มีความครบถ้วน ความถูกต้องและความทันเวลาของบุคลากรสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในจังหวัดชัยภูมิ และเพื่อศึกษาคุณลักษณะส่วนบุคคลปัจจัยการบริหารที่มีผลต่อการรายงานข้อมูลสุขภาพระดับปฐมภูมิ ของบุคลากรสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในจังหวัดชัยภูมิประชากรที่ศึกษา คือ บุคลากรสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในจังหวัดชัยภูมิ ที่รับผิดชอบการรายงานข้อมูลสุขภาพระดับปฐมภูมิ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลละ 1 คน จำนวน 167 แห่ง  ผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง 150 คน จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 150 แห่ง ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่านและตรวจสอบความเที่ยงได้ค่าสัมประสิทธิ์อัลฟ่าของครอนบาช0.95 เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 1 – 14 กุมภาพันธ์ 2556  นำข้อมูลมาวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปแจกแจงข้อมูลด้วยค่าความถี่ค่าร้อยละค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สันและการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน

ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 55.3 อายุระหว่าง 31 - 40  ปี ร้อยละ 46.7(  =37.02, S.D. = 7.49) อายุต่ำสุด 23 ปี อายุสูงสุด 52 ปี สถานภาพสมรสคู่ ร้อยละ 82.0ระดับการศึกษาระดับปริญญาตรี ร้อยละ 71.3  ระยะเวลาการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการรายงานข้อมูลสุขภาพระดับปฐมภูมิ6 ปี ร้อยละ 42.0 (  = 4.61, S.D. = 1.45)และในรอบปีที่ผ่านมาเคยได้รับการอบรมเกี่ยวกับการรายงานข้อมูลสุขภาพระดับปฐมภูมิร้อยละ 92.7

            ปัจจัยบริหารภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( =3.41, S.D. = 0.77)ระดับการรายงานข้อมูลสุขภาพระดับปฐมภูมิ ของบุคลากรสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในจังหวัดชัยภูมิ พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก( =3.66, S.D. = 0.58)สถานภาพสมรสมีความสัมพันธ์ระดับต่ำทางบวกกับการรายงานข้อมูลสุขภาพระดับปฐมภูมิ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (r = 0.271, p-value = 0.001)    วุฒิการศึกษาสูงสุดมีความสัมพันธ์ระดับต่ำทางลบกับการรายงานข้อมูลสุขภาพระดับปฐมภูมิ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (r = -0.259, p-value = 0.001)ปัจจัยการบริหารในภาพรวม มีความสัมพันธ์ระดับปานกลางทางบวกกับการรายงานข้อมูลสุขภาพระดับปฐมภูมิ ของบุคลากรสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในจังหวัดชัยภูมิ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (r = 0.610, p-value < 0.001)ตัวแปร 2 ตัวที่สามารถร่วมกันพยากรณ์การรายงานข้อมูลสุขภาพระดับปฐมภูมิของบุคลากรสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในจังหวัดชัยภูมิ ได้แก่ การอำนวยการ และการควบคุมกำกับ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้ร้อยละ 53.6 ปัญหาอุปสรรคส่วนใหญ่ที่พบ คือ ปัจจัยการบริหารด้านวัสดุอุปกรณ์ รองลงมาคือการอำนวยการข้อเสนอแนะที่ได้จากการวิจัย คือ ควรมีการตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการรายงานข้อมูลสุขภาพระดับปฐมภูมิเป็นประจำ สม่ำเสมอและควรจัดหาส่งเสริมให้มีการใช้โปรแกรมบันทึกข้อมูลบริการ ที่ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยากสลับซับซ้อน

 

Downloads

Published

2019-01-13

How to Cite

1.
นาคคำ จ, ศรีฤาชา ช. ปัจจัยการบริหารที่มีผลต่อการรายงานข้อมูลสุขภาพระดับปฐมภูมิ ของบุคลากรสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในจังหวัดชัยภูมิ. J Offic Dis Prev Control 7 [internet]. 2019 Jan. 13 [cited 2026 Jan. 11];21(1):1-13. available from: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jdpc7kk/article/view/165959

Issue

Section

Research Article