การสอบสวนการระบาดของโรคตาแดงในศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่ง อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ 22 สิงหาคม – 2 กันยายน 2557

Authors

  • ภมร ดรุณ โรงพยาบาลพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ
  • ณรงค์วิทย์ ขุนพิจารย์ โรงพยาบาลพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ
  • จุฑาทิพย์ ครองยุติ โรงพยาบาลพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ

Keywords:

โรคตาแดง, การระบาด

Abstract

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2557 งานระบาดวิทยา โรงพยาบาลพรเจริญ ได้รับรายงานว่ามีผู้ป่วยซึ่งเป็นนักศึกษาวิชาทหารที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในอำเภอพรเจริญป่วยเป็นโรคตาแดงมารักษาจำนวน 4 ราย จึงทำการสอบสวนและควบคุมป้องกันโรคระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม-2 กันยายน 2557 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยืนยันการระบาด หาเชื้อที่เป็นสาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง และแนวทางควบคุมป้องกันโรค โดยทำการศึกษาแบบ Case-control study ซึ่งเก็บข้อมูลกลุ่มผู้ป่วยโรคตาแดงทุกราย 45 ราย เปรียบเทียบกับผู้ไม่มีอาการป่วยโรคตาแดง 62 ราย ด้วยการสัมภาษณ์ตามแบบสอบถามและเก็บตัวอย่าง Conjunctival swab เพื่อเพาะหาเชื้อ และสำรวจสภาพแวดล้อมและตรวจสอบคุณภาพน้ำที่ใช้ในโรงเรียน ผลการศึกษา พบผู้ป่วยโรคตาแดงทั้งหมด 45 ราย (อัตราป่วยร้อยละ 5.87) โดยทุกรายแสดงอาการตาแดง (ร้อยละ 100) ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอายุ 16 ปี (ร้อยละ 53.33) วันที่พบผู้ป่วยมากที่สุด คือ วันที่ 26 สิงหาคม 2557 จำนวน 8 ราย อาคาร 1 เป็นที่พักที่พบผู้ป่วยมากที่สุด (ร้อยละ 64.44) โดยพบอัตราป่วยมากที่สุดที่ห้อง 122 (อัตราป่วยร้อยละ 20) ผลการเพาะเชื้อจากตัวอย่าง Conjunctival swab ของผู้ป่วย 6 ราย พบเชื้อ Coxsackievirus A24 ผลการตรวจคุณภาพน้ำใช้จากอ่างอาบน้ำรวมทั้งชายและหญิง ไม่พบคลอรีนตกค้างทั้งสองตัวอย่าง ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค คือ การเล่นคลุกคลีกับผู้ป่วย (OR=6.52, 95% CI=2.78-15.28) และการอาบน้ำหรือใช้อ่างล้างหน้าร่วมกันกับผู้ป่วย (OR=5.80, 95% CI=2.41-13.94) ทีมระบาดวิทยาได้ดำเนินการควบคุมป้องกันโรคโดยให้นักศึกษาที่ป่วยแยกฝึกต่างหากจากนักศึกษาปกติ และให้สุขศึกษาประชาสัมพันธ์โรคตาแดงอย่างสม่ำเสมอนาน 10 วัน และไม่พบผู้ป่วยรายใหม่

Downloads

Published

2019-01-02

How to Cite

1.
ดรุณ ภ, ขุนพิจารย์ ณ, ครองยุติ จ. การสอบสวนการระบาดของโรคตาแดงในศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่ง อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ 22 สิงหาคม – 2 กันยายน 2557. J Offic Dis Prev Control 7 [internet]. 2019 Jan. 2 [cited 2026 Jan. 5];22(1):33-41. available from: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jdpc7kk/article/view/164447

Issue

Section

Research Article