ความแม่นยำของการตรวจซ้ำหาเลือดแฝงในอุจจาระสำหรับการคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ในโรงพยาบาลแม่ระมาด จังหวัดตาก

ผู้แต่ง

  • อดุลกฤษณ์ นาต๊ะ โรงพยาบาลแม่ระมาด จังหวัดตาก

คำสำคัญ:

มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง, การตรวจคัดกรอง, การตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ, การส่องกล้องลำไส้ใหญ่, ความแม่นยำในการวินิจฉัย, การจัดลำดับความเร่งด่วน

บทคัดย่อ

มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ แม้ว่าการตรวจคัดกรองด้วย Fecal Immunochemical Test (FIT) จะช่วยเพิ่มโอกาสตรวจพบโรคระยะเริ่มต้น แต่ยังมีข้อจำกัดด้านความแม่นยำ ขณะที่การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ยังมีข้อจำกัดด้านทรัพยากรและบุคลากร การตรวจ FIT ซ้ำ (Repeat FIT) อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรอง การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความแม่นยำของการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงด้วยวิธี Repeat FIT เป็นการศึกษาแบบไปข้างหน้าในประชากรอายุ 50–70 ปี ที่มีผล FIT รอบแรกเป็นบวก ระหว่าง 1 ตุลาคม พ.ศ.2567 ถึง 31 มีนาคม พ.ศ.2569 ผู้เข้าร่วมการวิจัยทุกรายได้รับการตรวจ FIT ซ้ำและส่องกล้องลำไส้ใหญ่ วิเคราะห์ประสิทธิภาพของ Repeat FIT โดยคำนวณ ค่าความไว ความจำเพาะ ค่าพยากรณ์บวก ค่าพยากรณ์ลบ และพื้นที่ใต้กราฟ ROC

ผู้เข้าร่วมการวิจัยทั้งหมด 112 ราย เป็นกลุ่มที่มีผล Repeat FIT เป็นบวก จำนวน 34 ราย และ เป็นลบ จำนวน 78 ราย ทั้งหมดได้รับการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ พบว่า ในกลุ่ม Repeat FIT เป็นบวก (FIT pos/pos) พบผลการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่เป็นบวก จำนวน 24 ราย คิดเป็นร้อยละ 70.59 และในกลุ่ม Repeat FIT เป็นลบ (FIT pos/neg) พบจำนวน 22 ราย คิดเป็นร้อยละ 28.21 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P-value <0.001) เมื่อประเมินประสิทธิภาพของ Repeat FIT ในกลุ่มผู้เข้าร่วมที่มีผล FIT ครั้งแรกเป็นบวก โดยอ้างอิงผลการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่เป็นมาตรฐาน มีค่าความจำเพาะ ร้อยละ 84.80 ค่าทำนายผลบวก ร้อยละ 70.60 ค่าความไว ร้อยละ 52.20 ค่าความแม่นยำ ร้อยละ 71.40 และ ROC เท่ากับ 0.69 (95% CI: 0.60–0.77) การตรวจ Repeat FIT ในผู้ที่มีผล FIT รอบแรกเป็นบวก จึงเหมาะสำหรับเป็นเครื่องมือจัดลำดับความเร่งด่วนของการส่องกล้อง สามารถนำไปเป็นแนวทางในการพัฒนารูปแบบการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ในพื้นที่ทรัพยากรจำกัดและขาดแคลนแพทย์ส่องกล้องต่อไป อย่างไรก็ตาม ค่าความไวของการตรวจอยู่ในระดับปานกลาง จึงควรนำปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ มาพิจารณาร่วมกับการตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสม เพื่อให้การวินิจฉัยและรักษาครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด

เอกสารอ้างอิง

Roshandel G, Ghasemi-Kebria F, Malekzadeh R. Colorectal cancer: epidemiology, risk factors, and prevention. Cancers (Basel) 2024;16(8):1-20. doi: 10.3390/cancers16081530.

Morgan E, Arnold M, Gini A, Lorenzoni V, Cabasag CJ, Laversanne M, et al. Global burden of colorectal cancer in 2020 and 2040: incidence and mortality estimate from GLOBOCAN. Gut 2023;72(2):338-44. doi: 10.1136/gutjnl-2022-327736.

Lohsiriwat V, Chaisomboon N, Pattana-Arun J. Current colorectal cancer in Thailand. Ann Coloproctol 2020;36(2):78-82. doi: 10.3393/ac.2020.01.07.

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ. ทะเบียนมะเร็งระดับโรงพยาบาล พ.ศ. 2563 (Hospital-based cancer registry 2020) [อินเทอร์เน็ต]. 2564 [เข้าถึงเมื่อ 2 พ.ค. 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://www.nci.go.th/Cancer_Statistics.

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ. แนวทางการดำเนินงานและการบันทึกข้อมูลโครงการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงด้วยวิธี FIT test [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 2 พ.ค. 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://nci.go.th/Colorectal_Cancer.

Tiankanon K, Aniwan S, Rerknimitr R. Current status of colorectal cancer and its public health burden in Thailand. Clin Endosc 2021;54(4):499-504. doi: 10.5946/ce.2020.245-IDEN.

สุรวุฒิ เจริญขจรชัย, ศุลีพร แสงกระจ่าง, โศรยา ธรรมรักษ์. การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักของระบบสาธารณสุขไทย. วารสารโรคมะเร็ง 2565;42(2):86-103.

Randel KR, Schult AL, Botteri E, Hoff G, Bretthauer M, Ursin G, et al. Colorectal cancer screening with repeated fecal immunochemical test versus sigmoidoscopy: baseline results from a randomized trial. Gastroenterology 2021;160(4):1085-96. doi: 10.1053/j.gastro.2020.11.037.

Oort FA, van Turenhout ST, Coupé VMH, van der Hulst RWM, Wesdorp EIC, Terhaar sive Droste JS, et al. Double sampling of a faecal immunochemical test is not superior to single sampling for detection of colorectal neoplasia: a colonoscopy-controlled prospective cohort study. BMC Cancer 2011;11:434. doi: 10.1186/1471-2407-11-434.

Farkas NG, Fraser CG, Maclean W, Jourdan I, Rockall T, Benton SC. Replicate and repeat faecal immunochemical tests in symptomatic patients: a systematic review. Ann Clin Biochem 2023;60(1):27-36. doi: 10.1177/00045632221096036.

ศีลวัต คูนชัยนนท์. ผลลัพธ์จากการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงในโรงพยาบาลกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารวิจัยและพัฒนาสุขภาพศรีสะเกษ 2566;2(พิเศษ 2):59-72.

Wayne WD. Biostatistics: a foundation of analysis in the health sciences. 6th ed. New York: John Wiley&Sons; 1995. p. 180.

Gerrard AD, Maeda Y, Miller J, Gunn F, Theodoratou E, Noble C, et al. Double faecal immunochemical testing in patients with symptoms suspicious of colorectal cancer. Br J Surg 2023;110(4):471-80. doi:10.1093/bjs/znad016.

Lee JK, Liles EG, Bent S, Levin TR, Corley DA. Accuracy of fecal immunochemical tests for colorectal cancer: systematic review and meta-analysis. JAMA Intern Med 2014;160(3):171. doi: 10.7326/M13-1484.

Schreuders EH, Grobbee EJ, Nieuwenburg SAV, Kapidzic A, van Roon AHC, van Vuuren AJ, et al. Multiple rounds of one sample versus two sample faecal immunochemical test-based colorectal cancer screening: a population-based study. Lancet Gastroenterol Hepatol 2019;4(8):622-31. doi: 10.1016/S2468-1253(19)30176-1.

van Roon AH, Goede SL, van Ballegooijen M, van Vuuren AJ, Looman CW, Biermann K, et al. Random comparison of repeated faecal immunochemical testing at different intervals for population-based colorectal cancer screening. Gut 2013;62(3):409-15. doi: 10.1136/gutjnl-2011-301583.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-31

รูปแบบการอ้างอิง

1.
นาต๊ะ อ. ความแม่นยำของการตรวจซ้ำหาเลือดแฝงในอุจจาระสำหรับการคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ในโรงพยาบาลแม่ระมาด จังหวัดตาก. J Offic Dis Prev Control 7 [อินเทอร์เน็ต]. 31 สิงหาคม 2026 [อ้างถึง 4 กันยายน 2026];33(2):39-50. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jdpc7kk/article/view/288566

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย