Knowledge, Health Awareness and Breast Cancer Preventive Behaviors in Women at Risk

Main Article Content

จารุวรรณ - ไตรทิพย์สมบัติ

Abstract

The objective of this study was to assess the level of knowledge, health awareness and breast cancer preventive behaviors of 219 women at risk aged 30 to 70 in Si Mum sub-district, Mueang district, Nakhon Ratchasima Province using descriptive statistics to analyze general data, level of knowledge, health awareness and breast cancer preventive behaviors, evaluation of differences between factors and breast cancer preventive behaviors using Chi-square statistics and identifying the correlation using Multiple logistic regression. The results of the study showed that the average age of the sample population was 47.51 years old. From the total sample group, 84.93 percent had used contraceptives, 69.41 percent had learned the methods of carrying breast self-examination, 21.46 percent has done breast self-examination in the past three months and 17.02 performed monthly examinations, 40.19 percent have deeper understanding about breast cancer and the prevention of breast cancer, 81.28 percent have a moderate awareness of the risks of breast cancer, 84.47 percent have moderate awareness about the dangers of breast cancer, 54.34 percent have moderate knowledge about the benefits of understanding breast cancer preventative behaviors, 86.76 percent have high awareness of the difficulties of preventing breast cancer and 46.12 percent have neutral behavior towards breast cancer preventative behaviors.


The findings from the analysis of factors related to breast cancer preventative behaviors among women at risk indicated that receiving training and learning the methods of breast self-examination, knowledge of breast cancer and the prevention of breast cancer, awareness of the severity of breast cancer, and benefits of breast cancer prevention are related to breast preventative behavior at the significance level of 0.05. Therefore, those involved in campaigning towards women at risk of breast cancer should promote training and the learning the different directions and methods of breast self-examination, including organizing activities emphasizing towards women at risk to become aware of the severity of breast cancer. Also, campaigns should be targeted towards breast cancer preventative behaviors to have regular self-care and carry a monthly basis breast self-examination.

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

How to Cite
1.
ไตรทิพย์สมบัติจ-. Knowledge, Health Awareness and Breast Cancer Preventive Behaviors in Women at Risk. jdpc7kk [Internet]. 2019Dec.26 [cited 2020Apr.4];26(3):13-4. Available from: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jdpc7kk/article/view/174925
Section
Research Article

References

1. โครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม. แนวทางการดำเนินงานโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม. [เข้าถึงเมื่อ 18 มกราคม 2562]. เข้าถึงได้จาก: http://www.hpc.go.th/bse/data/fightBeastCancerProject_20161201.pdf.
2. Voice TV. กระทรวงสาธารณสุข ชวนหญิงไทยเข้ารับการตรวจมะเร็งเต้านม หากพบก่อน รักษาก่อน โอกาสรอดก็ยิ่งมากขึ้น. [เข้าถึงเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2561]. เข้าถึงได้จาก: 20112561-https_voicetv.co.th_read_HyH9q0Gjm.
3. Rimer BK, Schildkraut H, Hiatt RA. Cancerprinciples and practice of oncology. 6th ed. Philadelphia: Lippincott Williams 3. and Wilkins; 2001.
4. ชุมศักดิ์ พฤกษาพงษ์. มะเร็งเต้านมป้องกันได้ไหม. ใกล้หมอ 2544; 25: 39-40.
5. มาลัย มุตตารักษ์ และคณะ. แนวทางการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งเต้านม. กรุงเทพมหานคร: ชุมชนสหกรณ์การเกษตร
แห่งประเทศไทย; 2551.
6. สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข. นโยบายข้อ 3. [เข้าถึงเมื่อ 16 มีนาคม 2558]. เข้าถึงได้จาก:
http://bps.ops.moph.go.th/แนวทางขับเคลื่อนนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข/นโยบายข้อ 3.doc.
7. จักรกฤษณ์ มงคลสวัสดิ์, ทองทิพย์ สละวงษ์ลักษณ์. ผลของโปรแกรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎี
ความสามารถของตนเองเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะของสตรีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จังหวัดนครราชสีมา.
วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ 2560; 7. 10(2): 141-50.
8. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งกระโดน อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา. สรุปผลการดำเนินงานสาธารณสุขปี 2560 [เอกสารอัดสำเนา]. นครราชสีมา: โรงพยาบาล; 2560.
9. Krejcie RV, Morgan DW. Determining sample size for research activities. Educ Psychol Meas 1970; 30: 607-10.
10. Bloom BS. Human characteristics and school learning. New York: McGraw Hill Book Co; 1976.
11. Best JW. Research in education. New Jersey: Prentice Hall; 1977.
12. สุธารัตน์ ชำนาญช่าง, ปนัดดา ปริยทฤฆ, กนกพร หมู่พยัคฆ์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองของสตรีวัยแรงงาน. วารสารพยาบาลศาสตร์ 2557; 32(3): 42-51.
13. นาฏนฏา พงษ์สุวรรณ, ชุลีกร ด่านยุทธศิลป์, ฐิติอาภา ตั้งค้าวานิช. ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองของ
สตรีชาวเขา จังหวัดเพชรบูรณ์. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ 2560; 11(1): 28-37.
14. พัชยา ภัคจีรสกุล, เกสร สำเภาทอง, ลภัสรดา หนุ่มคำ, ดลสุข พงษ์นิกร, บรรณาธิการ. ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองของหญิงไทยในจังหวัดลำปาง. เอกสารประกอบการการประชุมวิชาการระดับชาติ นเรศวรวิจัย ครั้งที่ 13 เรื่อง วิจัยและนวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม; 20-21 กรกฎาคม 2560; ณ อาคารเอกาทศรถ มหาวิทยาลัยนเรศวร. พิษณุโลก: ม.ป.ป.; 2560. หน้า 693-701.
15. Dahlui M, Gan DE, Taib NA, Pritam R, Lim J. Predictors of breast cancer screening uptake: a pre intervention
community survey in Malaysia. Asian Pac J Cancer Prev 2012; 13(7): 3443-9.
16. Elobaid YE, Aw TC, Grivna M, Nagelkerke N. Breast cancer screening awareness, knowledge and practice
among Arab women in the United Arab Emirates: a cross-sectional survey. PLoS One 2014; 9(9): e105783.
17. Kashiwagi Y, Kakinohana S. Breast cancer knowledge and preventive behavior among Filipino women in a
rural area: A cross-sectional study. Nurs Midwifery Stud 2016; 5(3): e34300.
18. สุชาดา นนทะภา, รุ้งระวี นาวีเจริญ. ความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจในการป้องกันโรคกับพฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านมของครูในโรงเรียนประจำจังหวัดเขตภาคกลาง. วารสารเกื้อการุณย์ 2560; 24(2): 23-35.
19. สิริรัตน์ ฉัตรชัยสุชา, คนึงนิจ พงศ์ถาวรกมล, กุลชลี พิมพา, สุพัตรา พรสุขสว่าง. ประสิทธิผลของโปรแกรมการอบรมความรู้และทักษะการตรวจเต้านมด้วยตนเองต่อความเชื่อด้านสุขภาพและการตรวจเต้านมด้วยตนเองของอาสาสมัครสาธารณสุขสตรีในชุมชน. วารสารพยาบาลศาสตร์ 2554; 29(3): 64-73.
20. ดาริน โต๊กานิ, บุญยิ่ง ทองคุปต์ และประดังพร ทุมมาลา. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองของสตรีที่มารับบริการในคลินิกวัยทองของโรงพยาบาลในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ 2552; 1(1): 12-25.
21. สรารัตน์ ตระกูลรัมย์, จารุวรรณ ไตรทิพย์สมบัติ. ผลของโปรแกรมส่งเสริมการตรวจเต้านมด้วยตนเองของสตรีอายุ 45-54 ปี ในเขตชุมชนบ้านห้วยจรเข้ ตำบลหินดาด อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิชาการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา 2561; 24(2): 46-56.
22. มาสินี ไพบูลย์, คณิตา ชาดี, สุนัน เลขวรรณวิเศษ, สุมาลี พงศ์ผกาทิพย์, พจน์ชวิทย์ อภินิเวศ. การส่งเสริมพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองของบุคลากรสตรีแผนกการพยาบาลผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลศรีนครินทร์. ศรีนครินทร์เวชสาร 2556; 28(1): 115-9.