กรณีศึกษา:ผู้ป่วยโรคคอตีบในโรงพยาบาลเลย ช่วงเดือนมิถุนายน-พฤศจิกายน พ.ศ.2555
บทคัดย่อ
โรคคอตีบนับว่าเป็นโรคระบาดที่ไม่ค่อยได้พบหลังจากได้มีการรณรงค์การฉีดวัคซีนป้องกันโรค แต่ในช่วงที่ผ่านมาประมาณเดือนมิถุนายน พ.ศ.2555ได้เริ่มมีการระบาดในพื้นที่จังหวัดเลย โดยเฉพาะในอำเภอด่านซ้ายที่เริ่มมีการแพร่ระบาดของโรคและมีผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรคนี้ จึงได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเลยที่สงสัยโรคคอตีบและรายงานผู้ป่วยที่ยืนยันว่าเป็นโรคคอตีบ เพื่อให้ทราบถึงการแพร่ระบาด ความรุนแรงของโรค การดูแลรักษาผู้ที่สงสัยโรค และวิธีการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเลยที่สงสัยโรคคอตีบ ที่มาด้วยอาการไข้ เจ็บคอ และตรวจพบแผ่นฝ้าบริเวณต่อมทอนซิลตามนิยามสำนักระบาดวิทยาในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2555 เก็บข้อมูลผู้ป่วยจากเวชระเบียนผู้ป่วยในและเวชระเบียนผู้ป่วยนอกได้แก่ เพศ อายุ ภูมิลำเนา ประวัติการได้รับวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ อาการและอาการแสดง ภาวะแทรกซ้อนระหว่างการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ การรักษา และผลการรักษา พบว่ามีผู้ป่วยทั้งหมดจำนวน 14 ราย อายุระหว่าง 12 วัน ถึง 39 ปี อายุเฉลี่ย 19 ปี เพศชาย 5 ราย เพศหญิง 9 ราย ผู้ป่วยทุกรายได้รับการรักษาด้วย DAT และยาปฏิชีวนะ เป็นผู้ป่วยที่ยืนยันโรคคอตีบจริง 3 ราย และผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มน่าจะเป็นโรคคอตีบ 11 ราย ในจำนวนผู้ป่วยที่ยืนยันโรค 3 ราย เป็นผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ 1 ราย, ได้รับวัคซีนป้องกันโรคคอตีบแน่นอน 1 ราย และไม่แน่ใจเรื่องการได้รับวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ 1 ราย ซึ่งผู้ป่วยที่ไม่เคยได้รับวัคซีนเกิดภาวะแทรกซ้อนหลายระบบและเสียชีวิต ส่วนผู้ป่วยอีกสองรายตอบสนองต่อการรักษาและไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างการรักษาในโรงพยาบาล สามารถจำหน่ายกลับบ้านได้ การดูแลรักษาผู้ป่วยที่สำคัญที่สุดคือการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค และการได้รับวัคซีนป้องกันโรค ช่วยลดอัตราการเกิดโรค ลดความรุนแรงของโรค และลดอัตราการเสียชีวิต
Downloads
เผยแพร่แล้ว
How to Cite
ฉบับ
บท
License
ความรับผิดชอบ
บทความที่ลงพิมพ์ในวารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น ถือเป็นผลงานทางวิชาการหรือวิจัย และวิเคราะห์ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของวารสารสำนักงาน ป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น หรือ ของกองบรรณาธิการแต่ประการใด ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
ลิขสิทธ์บทความ
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์จะถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักงานป้องกันตวบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น