Association between work posture and work-relate musculoskeletal disorders of Thai traditional medicine assistants in Mueang Tak District, Tak Province

Main Article Content

Pattarapon Nilsing
jirapha Khampisut
Phutthipong Makmai

Abstract

The Descriptive research study aims to investigate relationship between hazardous working postures and the occurrence of musculoskeletal disorders due to work. The population consisted of Thai traditional medicine assistants in Mueang Tak District Tak Province, totaling 61 individuals. Data were collected using a questionnaire consisting of three parts: Part 1 - General information questionnaire,
Part 2 - Rapid Entire Body Assessment (REBA), and Part 3 - Standard Nordic Questionnaire for assessing musculoskeletal disorders over the past 12 months. Data were analyzed using Chi-Square, considering a
P-value less than 0.001 as statistically significant. The research findings revealed that the majority of Thai traditional medicine assistants were female (93.44%) and aged between 40-60 years (65.57%) (  = 49.57, S.D. =9.28, Max=70, Min=31). Working postures were significantly associated with musculoskeletal disorders in various body parts, including the neck (   = 19.51, p-value<0.001), shoulders (   = 39.24, p-value<0.001), upper back (  = 19.34, p-value<0.001), upper arms/elbows ( = 19.02, p-value<0.001), wrists/hands ( = 19.51, p-value<0.001), lower back (  = 39.24, p-value<0.001), and hips/thighs
( = 14.59, p-value<0.001). Additionally, working postures were significantly associated with knee disorders ( = 13.19, p-value<0.001). Continuous monitoring of the behavior and working postures of Thai traditional medicine assistants is recommended, Therefore, concerted measures by management should be sought to reduce work postures that are harmful to the musculoskeletal system.

Article Details

How to Cite
Nilsing, P., Khampisut, jirapha, & Makmai, P. (2025). Association between work posture and work-relate musculoskeletal disorders of Thai traditional medicine assistants in Mueang Tak District, Tak Province. Journal of Disease Prevention and Control : DPC. 2 Phitsanulok, 12(2), 1–13. retrieved from https://he01.tci-thaijo.org/index.php/dpcphs/article/view/273882
Section
นิพนธ์ต้นฉบับ

References

กระทรวงสาธารณสุข. ศูนย์พัฒนาการแพทย์แผนไทย สมาคมการแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทย รายงานประจำปี 2562. กรุงเทพ ฯ. สำนักงานกระทรวงสาธารณสุข ; 2562

ภัทรขวัญ บุษบงก์ไพฑูรย์, ตรีชฎาพร ลาภรื่นฤดี, ไวภพ ดวงมัฌชิมา, จารุพร ตั้งพัฒนกิจ. ปัจจัยด้านจริยธรรมทางธุรกิจที่ส่งผลต่อความจงรักภักดีตราสินค้าของกลุ่มผู้บริโภค Generation Z ใน เขตกรุงเทพมหานคร และ ปริมณฑลกรณีศึกษา FREITAG. Maejo Business

Review, 2566;5(2):24-43.

เกศ สัตยพงศ์. ความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องของอาการผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อและกระดูกโครงร่างในอาชีพหมอนวดแผนไทย [ปริญญานิพนธ์ วท.บ. การวิจัยและการจัดการด้านสุขภาพ].กรุงเทพ ฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ 2553

กรมควบคุมโรค. รายงานสถานการณ์ การดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค และภัยสุขภาพจากการประกอบอาชีพ. ตึกกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข อาคาร 10 ชั้น [อินเทอร์เน็ต]. 2562. [เข้าถึงเมื่อ 20 กรกฎาคม 2567] เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/doed/pagecontent.php?page=888&dept=doed

เกรียงไกร บุญญประภา และจุฑารัตน์ จิ โน. ท่าทางการทำงานที่เป็นอันตราย และอาการผิดปกติทางระบบกล้ามเนื้อ และโครงร่างอันเกี่ยวเนื่องจากการทำงานของพนักงานเปลโรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่. วารสาร สาธารณสุขล้านนา, 2562;15(1):35-46.

สุวินันท์ ทวีพิริยะจินดา. ท่าทางการทำงานที่เป็นอันตรายและความชุกของอาการผิดปกติทางระบบกล้ามเนื้อและโครงร่างอันเกี่ยวเนื่องจากการทำงานในคนงานโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ มหาวิทยาลัย สงขลา นครินทร์.ใน: การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับ

บัณฑิตศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 22 ออนไลน์; วันที่25 มีนาคม 2564; ณ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2559; หน้า1015-1022

จิตตาภรณ์ มงคลแก่นทราย และอุไรวรรณ หมัดอ่าดัม. ศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความผิดปกติของระบบ โครงร่างและกล้ามเนื้อของบุคลากรสำนักงานมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์. วารสารวิชาการสาธารณสุข.2562;28(2):37- 44.

Kuorinka, I., Jonsson, B., Kilbom, A., Vinterberg, H., Biering-Sørensen, F., Andersson, G., & Jørgensen, K. Standardised Nordic questionnaires for the analysis of musculoskeletal symptoms. Applied ergonomics. 1987;18(3):233-237.

ภูริวัจน์ โสนารถ, สิทธิชัย สิงห์สุ และปรีดา มูสิกรักษ์. ประสิทธิผลของการนวดแผนไทยแบบราชสำนักใน ผู้ป่วยกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อหลังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านขนุน ตำบลขนุน อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารวิชาการเฉลิมกาญจนา. 2566;9(1):49-49.

ชีวรัตน์ ปราสาร. ความชุกและปัจจัยทางการยศาสตร์ที่สัมพันธ์กับอาการผิดปกติระบบ กล้ามเนื้อและโครงสร้างกระดูกที่เกิดขึ้นเนื่องจากการทํางานในกลุ่ม ผู้ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล. Thai Journal of Public Health. 2565; 51(2)::149-158.

อโณทัย กล้าการขาย, เอกชัย แผ่นทอง, เอราวิล ถาวร และคมกฤต เมฆสกุล. การเปรียบเทียบการประเมินท่าทาง การทำงานและอัตราความชุกของอาการผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อและกระดูกจากการทำงานในพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ. วารสารข่ายงานวิศวกรรมอุตสาหการไทย. 2559, 2(3), 61-67.

ศรัณยู เรือนจันทร์, กิตติวรรณ จันทร์ฤทธิ์ และธนากร ธนวัฒน์. สถานการณ์และแนวทางการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของแรงงานสูงอายุนอกระบบในชุมชนจังหวัดอุตรดิตถ์. วารสารวิชาการป้องกันควบคุมโรคสคร.2พิษณุโลก,2566. 10(3) : 116-136.