วารสารวิชาการป้องกันควบคุมโรค สคร.2 พิษณุโลก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/dpcphs <p> </p> <p> </p> <p>วารสารวิชาการป้องกันควบคุมโรคสคร.2 เป็นวารสารทางวิชาการ จัดเผยแพร่โดย สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2 พิษณุโลก มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่วิทยาการเกี่ยวกับการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ขอบเขตรวมโรคติดต่อ โรคไม่ติดต่อ โรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม ทั้งที่เป็นนิพนธ์ต้นฉบับ<em><strong>ต้องผ่านEC</strong></em> และการสอบสวนโรค งานที่ส่งมาให้พิจารณาเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสารวิชาการป้องกันควบคุมโรค สคร.2 จะต้องไม่เคยเผยแพร่ ตีพิมพ์หรือกำลังรอพิมพ์ในวารสารอื่น <a href="https://www.youtube.com/watch?v=9yaF84unBa4&amp;list=PLOrQT_hNaT1zyaEPwfbN5WdUbOQL_lQ0X">วิธีส่งบทความ </a></p> <ul> <li class="show"> <p><strong>แจ้งเปลี่ยนแปลงการเผยแพร่บทความวิชาการ เป็นวารสารออนไลน์</strong></p> <p>เปลี่ยนแปลงการเผยแพร่บทความวิชาการ เป็นวารสารออนไลน์เท่านั้น ไม่มีการพิมพ์เล่ม โดยสามารถสืบค้นบทความวิชาการได้จากเวปไซต์ มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป</p> </li> </ul> th-TH <p><span style="vertical-align: inherit;"><span style="vertical-align: inherit;">ข้อลิขสิทธิ์วารสาร </span></span></p> <p>บทความหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฏในวารสารวิชาการป้องกันควบคุมโรค สคร. 2 พิษณุโลก เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน กองบรรณาธิการวิชาการ และ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2 จังหวัดพิษณุโลกไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วยทั้งหมดหรือร่วมรับผืิดชอบใดๆ หากพบว่าบทความของท่านมีการคัดลอกผลงานทางวิชาการ (plagiarism) มากกว่า 25 เปอร์เซ็นวารสารขอปฏิเสธการตีพิมพ์เผยแพร่ทุกกรณี <a href="https://drive.google.com/file/d/1WtZAokFtImd6fFSHWQ4ewQ6ODmBtX4TJ/view">วิธีตรวจสอบการคัดลอกผลงานทางวิชาการ (plagiarism) </a></p> sirirattun.ao@gmail.com (นายวินัย ทองชุบ ISSN 3057-1502 (Online) ) sirirattun.ao@gmail.com (นางสาวศิริรัตน์ ตันไสว) Mon, 31 Aug 2026 12:33:08 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมสุขภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อำเภอพบพระ จังหวัดตาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/dpcphs/article/view/283407 <p>การวิจัยแบบภาคตัดขวางมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับพฤติกรรมสุขภาพ ความรอบรู้ด้านสุขภาพที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพและศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมสุขภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ประชากรคือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ประชากรจำนวน 1,258 คน โดยใช้สูตรของ Daniel ในการคำนวณกลุ่มตัวอย่างเท่ากับ 295 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลทั่วไป ความรอบรู้ด้านสุขภาพ และพฤติกรรมสุขภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน มีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.67–1.00 และนำไปทดลองใช้โดยใช้สูตรคำนวณสัมประสิทธิ์แอลฟ่าครอนบาค เท่ากับ 0.984 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ระดับนัยสำคัญทางสถิติ p &lt; 0.05 และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน (Stepwise Multiple Regression Analysis) ผลการวิจัยพบว่า ความรอบรู้ด้านสุขภาพในภาพรวมอยู่ในระดับสูง ร้อยละ 70.85 พฤติกรรมสุขภาพในภาพรวมอยู่ในระดับสูง ร้อยละ 56.61 ปัจจัยที่สามารถทำนายพฤติกรรมสุขภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในอำเภอพบพระ จังหวัดตาก คือ ปัจจัยการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพและบริการสุขภาพ (P–value&lt;0.005) สามารถทำนายได้ร้อยละ 6.20 (R<sup>2 </sup>=0.062) หน่วยงานสาธารณสุขควรพัฒนาการสื่อสารข้อมูลสุขภาพและจัดโปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพของอาสาสมัครสาธารณสุข เพื่อสร้างเสริมสุขภาพในชุมชนอย่างยั่งยืน</p> จันทรา วงค์คำลือ, พุฒิพงศ์ มากมาย, อมรศักดิ์ โพธิ์อ่ำ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการป้องกันควบคุมโรค สคร.2 พิษณุโลก https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he01.tci-thaijo.org/index.php/dpcphs/article/view/283407 Mon, 31 Aug 2026 00:00:00 +0700 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่ออาการและการเจ็บป่วยจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของชาวนา ตำบลหนองกรด อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ https://he01.tci-thaijo.org/index.php/dpcphs/article/view/284158 <p>สารเคมีกำจัดศัตรูพืชส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งแบบเฉียบพลัน และเรื้อรัง วัตถุประสงค์ของการวิจัยแบบภาคตัดขวางเชิงวิเคราะห์ เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่ออาการและการเจ็บป่วยเฉียบพลันจากการการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของชาวนา ตำบลหนองกรด อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 379 คน โดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามซึ่งมีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาคอยู่ระหว่าง 0.72 – 0.91 โดยใช้สถิติ Binary logistic regression analysis</p> <p>ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างมีอายุเฉลี่ย 47 ปี และมีประสบการณ์ในการใช้สารเคมีเฉลี่ย 16 ปี พฤติกรรมการป้องกันตนเองจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชส่วนใหญ่อยู่ในระดับสูงถึงร้อยละ 87.10 อาการและการเจ็บป่วย 24 ชั่วโมงหลังใช้สารเคมี พบว่ามีอาการทางระบบประสาทร้อยละ 81.50 ทางผิวหนังร้อยละ 68.30 ทางระบบทางเดินอาหาร ร้อยละ 62.80 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่ออาการและการเจ็บป่วยรวมทุกระบบ 24 ชั่วโมงภายหลังการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ &lt;0.05 ประกอบด้วย อายุ(ปี) (OR =1.184, 95%CI for Exp.(B) 1.104-1.269) การรับรู้โอกาสเสี่ยง(คะแนน) (OR =0.142, 95%CI for Exp.(B) 0.037-0.529) และพฤติกรรมหลังการใช้สารเคมี(คะแนน) (OR =0.274, 95%CI for Exp.(B) 0.096-0.784) โดยสามารถร่วมทำนายระหว่าง 48.4% ถึง 80.7% ข้อเสนอแนะผู้ที่เกี่ยวข้อง ควรเน้นการสร้างโปรแกรมในการสร้างการรับรู้โอกาสเสี่ยง และพฤติกรรมภายหลังการใช้สารเคมี</p> มยุรี หมุ่ยแก้ว, ภัทรพล มากมี ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการป้องกันควบคุมโรค สคร.2 พิษณุโลก https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he01.tci-thaijo.org/index.php/dpcphs/article/view/284158 Mon, 31 Aug 2026 00:00:00 +0700 การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในหอผู้ป่วยอายุรกรรม โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก กันยายน – ตุลาคม 2568 https://he01.tci-thaijo.org/index.php/dpcphs/article/view/285961 <p>วันที่ 3 ตุลาคม 2568 งานระบาดวิทยาได้รับแจ้งว่าพบผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ในโรงพยาบาล 10 รายในหอผู้ป่วยอายุรกรรม ก จึงสอบสวนโรคเพื่อยืนยันการวินิจฉัยและการระบาด อธิบายลักษณะทางระบาดวิทยา และประเมินกระบวนการสอบสวนโรค ศึกษาเชิงพรรณนาและค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติมในหอผู้ป่วย จากนิยาม ผู้ป่วยสงสัย คือ ผู้ที่มีอาการอย่างน้อย 2 อาการ ดังนี้ ไข้ ไอ เจ็บคอ หรือหอบเหนื่อย และเริ่มมีอาการ หลังนอนในหอผู้ป่วย <u>&gt;</u> 3 วัน ผู้ป่วยยืนยันคือผู้ป่วยสงสัยที่ตรวจพบไวรัสไข้หวัดใหญ่ รวมทั้งได้ประเมินการสอบสวนโรคด้วยมาตรการ 7-1-7 ของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค จากการสอบสวนพบผู้ป่วยเข้านิยามทั้งหมด 17 ราย (อัตราป่วยร้อยละ 13.4) จำแนกเป็นเจ้าหน้าที่ 2 ราย (อัตราป่วยร้อยละ 1.6) และผู้ป่วย 15 รายจาก (อัตราป่วยร้อยละ 11.8) มีผู้ป่วยที่อาการรุนแรงร้อยละ 29.4 ในจำนวนนี้ได้รับการยืนยันสายพันธุ์ H1N1 และเสียชีวิต ร้อยละ 17.6 การระบาดเริ่มจากผู้ป่วยสัมผัสกับญาติที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ แพร่กระจายสู่ผู้ป่วยอื่นในบริเวณเดียวกัน การระบาดนี้ดำเนินการสอบสวนและควบคุมการแพร่ระบาดเบื้องต้นเสร็จสิ้นใช้เวลา 4 วัน โรงพยาบาลควรเน้นย้ำมาตรการการป้องกันการติดเชื้อทั้งจากญาติ ผู้ป่วย และเจ้าหน้าที่ การแพร่ป้องกันการกระจายเชื้อในหอผู้ป่วย และจัดสรรพื้นที่สำหรับแยกผู้ป่วยเพื่อป้องกันการระบาดของโรคสู่ผู้ป่วยอื่น</p> ศิโรรัตน์ เขียวบ้านยาง, ธิชาภรณ์ ปานบุญ , ชนะชัย เจียมทอง, อนุธิดา เปรมโยธิน ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการป้องกันควบคุมโรค สคร.2 พิษณุโลก https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he01.tci-thaijo.org/index.php/dpcphs/article/view/285961 Mon, 31 Aug 2026 00:00:00 +0700 การสอบสวนอุบัติเหตุหมู่รถทัวร์โดยสารประจำทางพุ่งชนต้นไม้ในร่องกลางถนน ตำบลประดาง อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 https://he01.tci-thaijo.org/index.php/dpcphs/article/view/285205 <p>5 ก.พ. 2568 ทีมตระหนักรู้สถานการณ์ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก (สคร.2) รับแจ้งจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก พบอุบัติหมู่รถทัวร์ กรุงเทพ-เชียงใหม่ ชนต้นไม้ในร่องกลางถนน ถนนพหลโยธินขาล่อง ตำบลประดาง อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก ทีมปฏิบัติการสอบสวนควบคุมโรค สคร.2 ร่วมกับคณะทำงานวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุทางถนน จังหวัดตาก 6-7 ก.พ. 2568 ออกสอบสวน สาเหตุ แนวทางป้องกัน รวบรวมข้อมูลทางการแพทย์ สำรวจสถานที่ ยานพาหนะ สัมภาษณ์ผู้ประสบเหตุ ผู้ช่วยเหลือ วิเคราะห์ปัจจัยด้วย Haddon’s Matrix Model ผลการสอบสวน รถชนกับต้นไม้ในร่องกลางถนน ผู้ประสบเหตุ 35 คน (เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 33 ราย) ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ (7-70 ปี) บาดเจ็บที่ แขน ขา สะโพก หน้าอก หน้าผาก ผู้เสียชีวิตศีรษะกระแทกรุนแรง ปัจจัยนำไปสู่การเกิดเหตุและบาดเจ็บรุนแรง ผู้ขับขี่เหนื่อยล้าสะสม พักผ่อนไม่เพียงพอ เกิดเหตุช่วงกลางคืน ผู้โดยสารไม่ทันระวังตัว บางส่วนไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย ถนนทางตรงยาว ร่องกลางถนนมีต้นไม้ใหญ่ตลอดเส้นทาง ไม่มีราวเหล็กกั้นข้างทางฝั่งขาล่อง และแถบชะลอความเร็ว เมื่อเกิดเหตุเบาะที่นั่งหลุดจากที่ยึดติด ด้านหน้ารถชนกับต้นไม้ ผู้โดยสารกระแทกกับตัวรถ ข้อเสนอแนะ ผู้ประกอบการ พนักงานขับรถ ปฏิบัติตามมาตรฐานกรมการขนส่งทางบก จัดทำผังระบุตำแหน่งผู้โดยสาร เปลี่ยนหรือพักพนักงานขับรถทุก 4 ชั่วโมง กำหนดอายุขั้นสูงพนักงานขับรถ แขวงทางหลวงติดตั้งราวเหล็กกั้น</p> นพรักษ์ อยู่น้อย, ศิริรัตน์ ตันไสว, ปรียานุช ก้อนคำ , พงษ์ปณต ตองอ่อน ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการป้องกันควบคุมโรค สคร.2 พิษณุโลก https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he01.tci-thaijo.org/index.php/dpcphs/article/view/285205 Mon, 31 Aug 2026 00:00:00 +0700 ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการใช้สารเคมีของเกษตรกรผู้ปลูกมะขามในตำบลนาขุม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ https://he01.tci-thaijo.org/index.php/dpcphs/article/view/285903 <p>งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยแบบภาคตัดขวางมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการใช้สารเคมีของเกษตรกร ประชากรคือ เกษตรกรผู้ปลูกมะขามในตำบลนาขุม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ปี พ.ศ. 2568 จำนวน 393คน โดยใช้สูตรการคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างของ Daniel เท่ากับ 200 คน ใช้วิธี การสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ คุณลักษณะส่วนบุคคล ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการใช้สารเคมี แบบสอบถามผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน จากนั้นนำไปทดลองใช้เพื่อวิเคราะห์ค่าความเชื่อมั่นโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟ่าครอนบาค เท่ากับ 0.935 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติไคสแควร์ สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกรผู้ปลูกมะขามในตำบลนาขุม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ประกอบด้วย ทักษะการสื่อสาร (r=0.282, P-value&lt;0.001) ทักษะการตัดสินใจ (r=0.324, P-value&lt;0.001) และทักษะการรู้เท่าทันสื่อ (r=0.334, P-value=0.010) ตามลำดับ สามารถทำนายได้ร้อยละ 16.7 (R<sup>2 </sup>=0.167) ผลที่ได้จากการหาความสัมพันธ์นำไปจัดโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพ หรือประยุกต์ใช้กับสื่อการเรียนการสอนเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และผลที่ได้จากการทำนายใช้เป็นแนวทางต่อยอดการพัฒนาระบบการเฝ้าระวังหรือเครือข่ายของเกษตรกรที่คอยให้ความรู้การสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกรต่อไป</p> ปูรณา ปรุณห์สิริ, อมรศักดิ์ โพธิ์อ่ำ , พุฒิพงศ์ มากมาย ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการป้องกันควบคุมโรค สคร.2 พิษณุโลก https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he01.tci-thaijo.org/index.php/dpcphs/article/view/285903 Mon, 31 Aug 2026 00:00:00 +0700 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคหนอนพยาธิในเด็กนักเรียนต่างด้าว อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/dpcphs/article/view/289353 <p>การวิจัยเชิงสำรวจแบบภาคตัดขวางเพื่อศึกษาระดับความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการป้องกันโรคหนอนพยาธิ และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคหนอนพยาธิของเด็กนักเรียนต่างด้าว อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากศูนย์การเรียนรู้เด็กต่างด้าว จำนวน 402 คน โดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ด้วยสถิติไคสแควร์<br />ผลการศึกษาพบว่า เป็นเพศหญิง ร้อยละ 52.99 อายุเฉลี่ย 14.95 ระดับชั้นประถมศึกษา ร้อยละ 45.27 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 72.64 ผู้ปกครองประกอบอาชีพเกษตรกร ร้อยละ 44.28 ใช้ส้วมซึมแบบราดน้ำ ร้อยละ 68.41 ความรู้อยู่ในระดับสูงร้อยละ 69.90 ทัศนคติอยู่ในระดับสูงร้อยละ 47.01 พฤติกรรมการป้องกันโรคหนอนพยาธิอยู่ในระดับปานร้อยละ 53.73 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคหนอนพยาธิอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ เพศ (P-value &lt;0.001) อายุ (P-value &lt;0.001) ระดับชั้น (P-value &lt;0.001) ศาสนา (P-value = 0.020) ความรู้ (P-value &lt;0.05) และทัศนคติ (P-value &lt;0.001)<br />ควรจัดกิจกรรมสุขศึกษาเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกันโรคหนอนพยาธิควบคู่กับการปรับปรุงสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมในศูนย์การเรียนรู้เด็กต่างด้าวและครัวเรือน สร้างความร่วมมือระหว่างครู ผู้ปกครอง และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ในการสร้างความตระหนักรู้และปลูกฝังสุขนิสัยที่ดี<br />เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลสุขภาพประชากรต่างด้าวในพื้นที่ชายแดนต่อไป</p> พนานต์พงศ์ ผัดอ่อนอ้าย, ฟารีดา จรัสพงศ์นารี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการป้องกันควบคุมโรค สคร.2 พิษณุโลก https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he01.tci-thaijo.org/index.php/dpcphs/article/view/289353 Mon, 31 Aug 2026 00:00:00 +0700